Water

สหภาพยุโรปห้ามโฆษณาน้ำดื่มว่า "ใช้แก้อาการขาดน้ำ"

สำนักงานควบคุมมาตรฐานอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Standards Authority - EFSA) ได้ปฎิเสธคำร้องของบริษัทผลิตอาหารที่ขอโฆษณาบนน้ำดื่มของตัวเองว่าช่วยแก้อาการขาดน้ำ (dehydration) ส่งผลให้บริษัทผลิตน้ำดื่มไม่สามารถใช้คำโฆษณานี้ได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกถึงสองปี

คำโฆษณาที่ยื่นคำร้องไปคือ "การดื่มน้ำในปริมาณเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการขาดน้ำ" นักวิทยาศาสตร์ 21 คนได้ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาคำร้องนี้ และระบุว่าอาการขาดน้ำในร่างกายนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดื่มน้ำเพียงอย่างเดียว

คำตัดสินนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคำตัดสินนี้เพราะขัดต่อสามัญสำนึก

ก่อนหน้านี้ EFSA เคยสั่งห้ามขาย "กล้วยที่งอเกินไป" และ "แตงกวาที่โค้งงอ" มาแล้ว และถูกต่อต้านจากประเทศสมาชิกจนกระทั่งยอมยกเลิกกฏเหล่านั้นไป โดยมาตรฐานแตงกวาของข้อบังคับนั้นต้องโค้งไม่เกิน 1/10 ของความยาว (เพื่ออะไร????) - The Telegraph

แม้เราจะรู้สึกว่าข้อบังคับของ EFSA นั้นแปลกประหลาดชวนโดนต่อต้าน แต่องค์กรแบบนี้ก็ช่วยป้องกันการโฆษณาประเภทที่ว่ากินนั้นแล้วจะความจำดี กินนี่แล้วจะสอบได้ บางทีบ้านเราอาจจะควรมีกรรมการที่มีความรู้มาควบคุมโฆษณาของอาหารบ้างเหมือนกัน

ที่มา - The Telegraph

สร้างฝนเทียมด้วยเลเซอร์

นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเจนีวาได้ทำการทดลองเทคนิคการทำฝนเทียมแบบใหม่ที่เรียกว่า "laser-assisted water condensation" ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปยังอากาศที่มีความชื้นพอเหมาะ ในทางทฤษฎีแสงเลเซอร์จะทำให้อากาศแตกตัวเกิดเป็นกรดไนตริกที่มีคุณสมบัติดึงโมเลกุลของน้ำให้มารวมตัวกันเป็นหยดน้ำและตกลงมาเป็นฝนได้

แม้ว่าการทดลองของพวกเขา ณ แม่น้ำ Rhône ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะยังไม่สามารถทำให้เกิดฝนขึ้นมาได้ เพราะหยดน้ำที่เกิดขึ้นมีขนาดเพียงไม่กี่ไมครอน ไม่ใหญ่พอที่จะกลั่นตัวลงมาเป็นฝน แต่ก็ได้เป็นการพิสูจน์ว่าเทคนิคนี้ทำให้โมเลกุลน้ำในอากาศมารวมตัวกันได้จริงๆ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหากยิงเลเซอร์เข้าไปยังอากาศที่มีความชื้นสูงมากๆ เช่น กระแสอากาศที่เคลื่อนตัวเข้าหาสันเขา เป็นต้น หยดน้ำที่เกิดขึ้นก็อาจมีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เกิดฝนตกลงมาได้ นอกจากนี้ยังอาจเอาเทคนิคเลเซอร์ไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันไม่ไห้ฝนตกในพื้นที่ที่ไม่ต้องการก็ได้

ที่มา - The Telegraph

นมทำให้เด็กชุ่มชื่นมากกว่าน้ำ

ปัญหาที่พบมากสำหรับเด็กที่ชอบเล่นกีฬา คือ การขาดน้ำจากการเสียเหงื่อ ทีมวิจัยที่นำโดย Brian Timmons แห่ง McMaster University ได้ทำการทดลองโดยให้เด็กอายุ 8-10 ปี ออกกำลังกายในห้องควบคุมอุณหภูมิ จากนั้นก็ให้เด็กดื่มเครื่องดื่มสามอย่าง ได้แก่ น้ำเปล่า นม และเครื่องดื่มเกลือแร่

ผลปรากฏว่าร่างกายของเด็กที่ดื่มนมได้รับน้ำชดเชยมากกว่าเด็กที่ดื่มน้ำเปล่าและเครื่องดื่มเกลือแร่ นอกจากนี้โซเดียมในนมยังช่วยชดเชยการสูญเสียเกลือแร่ที่หายไปกับเหงื่อได้ด้วย

Brian Timmons คิดว่าโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, และอิเล็กโทรไลต์ที่อยู่ในนมน่าจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายของเด็กรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ได้ดีมากกว่าน้ำเปล่าๆ หรือแม้แต่เครื่องดื่มเกลือแร่ (ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าน้ำ, น้ำตาล, และโซเดียม)

ผมคิดว่า นอกจากเด็กแล้ว นมก็ยังทำให้ผู้ใหญ่หลายคนชุ่มชื่นได้ด้วย เพียงแต่ว่านมนั้นอาจต้องบรรจุอยู่ในแพ็คเกจสวยๆ หน่อย

ที่มา - Medical Xpress

ภายใต้เปลือกดวงจันทร์อาจมีน้ำพอๆ กับที่โลก

เมื่อสองปีที่แล้ว โครงการ LCROSS ของ NASA ได้ยืนยันว่าภายใต้พื้นผิวหลุมเครเตอร์บนดวงจันทร์มีน้ำอยู่จริง แค่นั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ตื่นเต้นตกใจกันมากพอแล้ว ผ่านมาสองปีนักศึกษาปริญญาตรีคนหนึ่งได้เจอหลักฐานบางอย่างที่น่าตกใจกว่านั้นอีก

Thomas Weinreich นักศึกษาปริญญาตรีปีหนึ่งของ Brown University ได้รับมอบหมายจาก รศ. Alberto Saal ให้ศึกษาเศษหินจากดวงจันทร์ที่นักบินอวกาศ Harrison Schmitt ของโครงการ Apollo นำกลับมาในปี 1972 ไปพลางๆ ก่อนจะเริ่มงานวิจัยจริงจัง ผลปรากฏว่าเขาได้เจอหลักฐานที่ระบุว่าน้ำในดวงจันทร์มีมากพอๆ กับน้ำที่อยู่ในชั้นแมนเทิลของโลก ผลนี้แม้แต่ รศ. Alberto Saal คนสั่งงานก็ยังไม่ได้คาดคิดมาก่อน

สิ่งที่ Thomas Weinreich เจอ คือ ผลึกของแร่ที่ถูกกักอยู่ในหินภูเขาไฟซึ่งเรียกว่า "melt inclusions" ภ่ายในผลึกที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไปกว่าเส้นผมนี้มีแร่ olivine อยู่ คุณสมบัติของแร่นี้คือมันกักเก็บน้ำไว้ได้แม้ว่าน้ำในส่วนอื่นจะระเหยไปหมดแล้ว จากการวิเคราะห์แร่ olivine ทีมนักวิจัยของ Brown University จึงกล้าสรุปว่าชั้นแมนเทิลใต้พื้นผิวของดวงจันทร์จะต้องมีน้ำอยู่ไม่ต่ำกว่า 1,200 ppm (parts per million) ซึ่งมากกว่าที่ทีมวิจัยของ รศ. Alberto Saal คนเดียวกันเคยเสนอไว้ในปี 2008 ถึงเกือบสองเท่า

ข้อมูลนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องกลับไปทบทวนเกี่ยวกับทฤษฎีเกี่ยวกับการกำเนิดดวงจันทร์อีกรอบ นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าดวงจันทร์เกิดมาจากการที่โลกในยุคเริ่มแรกถูกชนด้วยดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์ เศษธุลีที่หลุดออกไปก็ไปรวมตัวกันเป็นดวงจันทร์อยู่ข้างๆ โลก ถ้าเหตุการณ์เป็นไปตามนี้จริง โมเลกุลของน้ำที่ดวงจันทร์ก็ควรจะระเหยไปหมด หากแม้ว่าจะเจอน้ำบ้าง ก็ยังพอถูไถไปได้ว่ามาจากดาวหางในภายหลัง แต่นี่ดวงจันทร์กลับมีน้ำพอๆ กับโลก นักวิทยาศาสตร์จึงไม่เข้าใจว่าดวงจันทร์เก็บน้ำไว้ตั้งแต่ตอนไหนและอย่างไร

NASA เคยบอกไว้แล้วว่าดวงจันทร์มีน้ำเพียงพอสำหรับการตั้งฐาน ดังนั้นข่าวนี้จึงเป็นข่าวดีที่ทับข่าวดีเข้าไปอีก ปัญหาก็มีอยู่แค่ว่าเราจะมีวิธีนำน้ำเหล่านี้ออกมาใช้ประโยชน์หรือไม่

ที่มา - Discovery News, Science Daily, New York Times, BBC News

IBM ทำโซลาร์เซลล์แบบใหม่...ช่วยทำน้ำจืดได้ด้วย

คำว่า "โซลาร์เซลล์" กับ "น้ำจืด" อาจฟังแล้วไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันเท่าไร แต่เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ Zurich Research Laboratory ของ IBM คิดขึ้นมา จะช่วยทำให้การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีล่าสุดของ IBM คือ แผงโซลาร์เซลล์ที่เรียกว่า "Ultra-high Concentrated photovoltaic" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อขั้นขึ้นมาจาก Concentrated photovoltaic (CPV) อีกทอดหนึ่ง หลักการคร่าวๆ ก็คือการใช้เลนส์รวมแสงอาทิตย์ให้มีความเข้มมากขึ้น ทำให้แผงโซลาร์เซลล์กินพื้นที่น้อยลง แต่ข้อเสียของ CPV คือ ตัวแผงรับแสงจะร้อนมาก บางทีอาจจะร้อนไปได้ถึง 120 องศาเซลเซียส ยิ่งร้อนมาก การแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าก็ยิ่งน้อยลง

นักวิจัยของ IBM จึงคิดหาวิธีในการระบายความร้อนด้วยการออกแบบแผงให้มีช่องเล็กๆ เดินรอบทั่วแผง เมื่ออยู่ในระหว่างการทำงาน ช่องเหล่านี้จะเป็นทางให้น้ำไหลผ่าน น้ำก็จะช่วยเป็นตัวนำความร้อนออกมาจากแผงโซลาร์เซลล์ ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ขอให้นึกถึงหลักการการทำ water-cooling system ที่ขาโอเวอร์คล็อกชอบใช้นั่นแหละ

ก่อนหน้านี้เคยมีคนพยายามออกแบบการระบายความร้อนแผงโซลาร์เซลล์ด้วยน้ำมาแล้ว แต่การออกแบบของ IBM ถือว่าล้ำหน้าและมีประสิทธิภาพสูงกว่ามากมาย เพราะน้ำได้สัมผัสแหล่งความร้อนโดยตรง จากการทดสอบกับแผง Ultra-high Concentrated photovoltaic ขนาด 1 เซนติเมตร อุณหภูมิของแผงวิ่งอยู่ที่ประมาณ 70-90 องศาเซลเซียสเท่านั้น แม้ว่าแสงที่ตกกระทบจะมีความเข้มสูงถึง 5,000 เท่าของแสงอาทิตย์ปกติก็ตาม

น้ำที่ใช้ระบายความร้อนยังสามารถใช้น้ำทะเลได้ด้วย ประโยชน์ของการใช้น้ำทะเลระบายความร้อนอยู่ที่เราสามารถนำน้ำทะเลไปกลั่นทำน้ำจืดต่อได้ ซึ่งน้ำที่ออกมาจากแผงโซลาร์เซลล์จะมีอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงประหยัดพลังงานในการต้มน้ำให้เดือดตอนแรกไปได้เยอะเลย

ตอนนี้ IBM กำลังร่วมมือกับ Nanotechnology Research Center ของประเทศอียิปต์ในการสร้างตัวต้นแบบขนาด 10 ตารางเมตร หากสำเร็จก็มีแผนจะนำไปใช้ในดินแดนแห้งแล้งที่มีแสงแดดเหลือเฟือ เช่น เขตทะเลทราย เป็นต้น

ที่มา - New Scientist

สร้างเครื่องกรองน้ำอย่างง่ายด้วยเงิน

ภัยพิบัติในบ้านเราปีที่แล้วเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ที่น่าสนใจคือเราต้องขน "น้ำดื่ม" ไปไกลนับร้อยกิโลเมตรเพื่อนำไปส่งพื้นที่ประสบภัยเสมอๆ ปัญหาเช่นนี้เป็นปัญหาที่พบกันทั่วโลก ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย McGill จึงได้พัฒนาเครื่องกรองน้ำรูปแบบใหม่ที่น้ำหนักเบา พกพาง่ายพอที่จะขนเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยได้ง่าย

ทีมวิจัยคือศาสตราจารย์ Derek Gray และนักศึกษา Theresa Dankovich ได้ออกแบบเครื่องกรองน้ำที่อาศัยเพียงแผ่นกรองรุพรุนกับอนุภาคเงินนาโน โดยใช้เงินเพียง 5.9 มิลลิกรัมต่อกระดาษหนึ่งกรัม กระดาษกรองนี้สามารถฆ่าแบคทีเรียได้มากพอที่จะทำให้น้ำผ่านมาตรฐานน้ำดื่มของ EPA (Environmental Protection Agency)

การทดสอบยังคงเป้นการทดสอบในห้องแลป โดยทีมงานเตรียมจะทดสอบในพื้นที่จริงในอนาคต อย่างไรก็ตามตัวกรองนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมันออกแบบเพื่อการติดตั้งที่รวดเร็วในกรณีฉุกเฉินมากกว่า

แต่ถ้าราคาถูกอย่างนี้ก็อาจจะใช้ในประเทศโลกที่สามอย่างเราๆ ก็น่าจะใช้งานได้

ที่มา - PhysOrg

บ่อน้ำดื่ม 1 ใน 4 ของเวียดนามมีสารหนูเกินกำหนด

ประชากรประมาณ 11 ล้านคนในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง (Red River) ของประเทศเวียดนาม ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำจากบ่อบาดาลในการอุปโภคบริโภค และประมาณ 7 ล้านคนในกลุ่มนี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะจากการสุ่มสำรวจจากบ่อบาดาล 512 บ่อโดยทีมวิจัยของ Michael Berg จาก Swiss Federal Institute of Aquatic Science and Technology พบว่า 27% ของบ่อเหล่านี้มีปริมาณของสารหนูปนเปื้อนสูงเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด (องค์การอนามัยโลกกำหนดให้น้ำดื่มมีต้องมีสารหนูไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร)

หากได้รับเป็นเวลานาน สารหนูจะไปสะสมในผิวหนัง ผม และเล็บ ทำให้เกิดผิวหนังเปลี่ยนสี ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติทางระบบประสาท และยังอาจมีผลให้เป็นมะเร็งที่ผิวหนัง, ปอด, กระเพาะปัสสาวะ, และไต อีกด้วย

นอกจากสารหนูแล้ว 44% ของบ่อที่ว่าก็ยังมีการปนเปื้อนของแมงกานีสในปริมาณสูง ซึ่งแมงกานีสก็มีผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

ปัญหาการปนเปื้อนของสารหนูในน้ำดื่มเป็นสิ่งที่พบได้ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บังคลาเทศ ชิลี จีน ฮังการี อินเดีย เม็กซิโก เปรู สหรัฐอเมริกา และประเทศไทยของเราด้วย

ที่มา - Scientific American

ขวดน้ำที่เล็กที่สุดในโลก

วงการทำขวดน้ำคงจะไม่มีใครมาลบสถิตินี้ไปอีกนาน เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จีนและเยอรมันที่นำโดย Qianyan Zhang ได้สร้างขวดน้ำที่เล็กที่สุดในโลกขึ้นมา

หลายคนจะเขม่นแล้วว่า ขวดที่สร้างโดยนักวิทยาศาสตร์เนี่ยจะเล็กขนาดไหนกันเชียวถึงได้ลง JuSci

เอาเป็นว่าขวดน้ำที่ว่านี้ใส่น้ำได้แค่ 1 โมเลกุล แค่นี้เล็กพอมั้ย

ขวดน้ำที่เล็กที่สุดในโลกนี้ทำจาก fullerene ที่ดัดแปลงนิดหน่อย (fullerene คือ โมเลกุลของอะตอมคาร์บอนเรียงตัวกันต่อเนื่อง ถ้าเป็นรูปทรงกลมที่เกิดจากอะตอมคาร์บอน 60 ตัวมาจับกันเหมือนลูกบอลจะเรียกว่า Buckyball*) มีตัวล็อคฝาปิดทำจากหมู่ฟอสเฟต (phosphate moiety) ถ้าอยากจะเปิดขวดนี้ก็เอาหมู่ฟอสเฟตออก น้ำก็จะไหลเข้าออกขวดได้ พอเอาหมู่ฟอสเฟตมาปิด โมเลกุลน้ำก็จะถูกขังอยู่ในขวด

ขวดน้ำนี้คงยังไม่มีขายตามเซเว่นนะครับ ไม่ต้องไปหาซื้อ

"ดื่มน้ำก่อนกินข้าวช่วยลดความอ้วน" เรื่องจริงหรือหลอกลวง?

คำตอบคือ เรื่องนี้จริง ครับ

แต่อ่านให้จบก่อนดีกว่าครับ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

ผมคิดว่าหลายคนคงจะมีความเชื่อที่ว่า ถ้าเราดื่มน้ำก่อนทานอาหารในแต่ละมื้อ ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลงและอิ่มเร็วขึ้น เพราะน้ำเข้าไปแย่งที่ในกระเพาะหมด พอกินน้อยลง เราก็จะได้ไม่อ้วน

ความเชื่อนี้เพิ่งจะได้รับการพิสูจน์จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์เมื่อไม่กี่ปีมานี้นี่เอง

ล่าสุดงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากเวอร์จิเนียเทคที่ได้ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์โดยทดลองกับผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไปที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยกลุ่มตัวอย่างต้องเข้าคอร์สลดน้ำหนักเหมือนกัน แต่กลุ่มหนึ่ง นักวิจัยบอกให้ดื่มน้ำสองถ้วยก่อนทานอาหารทุกมื้อเป็นเวลา 30 นาที ส่วนอีกกลุ่มไม่บอกอะไร ผลออกมาปรากฏว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำลดน้ำหนักไปได้เฉลี่ย 15.5 ปอนด์ ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มน้ำลดได้เพียง 11 ปอนด์โดยเฉลี่ย (อ้างอิง Dennis et al 2010)

ย้อนไปก่อนหน้านั้นสองปี ในปี 2008 ก็มีการทดลองคล้ายๆ กันนี้จากเวอร์จิเนียเทคอีกเช่นเคย ทดลองกับผู้สูงอายุที่น้ำหนักเกินเหมือนกันเลย ผลที่ได้ก็ออกมาในทางเดียวกัน กล่าวคือ กลุ่มที่ดื่มน้ำก่อนทานอาหารได้รับแคลอรี่น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่มน้ำก่อนทานถึง 12% (อ้างอิง Davy et al 2008)

ผลวิจัยทั้งสองอันก็ฟังดูปรกติดีหนิ แล้วทำไมผมถึงต้องบอกให้อ่านให้จบก่อนด้วย?

จีนละลายน้ำแข็งแก้ปัญหาภัยแล้ง

หน้าหนาวแม้ท้องถนนจะเต็มไปด้วยหิมะ แต่ปริมาณน้ำที่ใช้งานได้กลับลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากกลายเป็นน้ำแข็งไปเสียหมด ทางการจีนกำลังประสบปัญหาไม่มีน้ำดื่ม น้ำใช้ให้กับเมืองทางภาคเหนือที่ประสบภัยหนาวอย่างหนัก จึงต้องใช้เครื่องละลายน้ำแข็งมาละลายเอาน้ำจากหิมะ

เครื่องละลายน้ำแข็งขนาดใหญ่จะถูกติดตั้งไว้ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน โดยมีกำลังการละลายน้ำแข็งรวมถึง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มในเมือง ขณะที่น้ำใช้นั้นทางการจีนอาศัยการกวาดหิมะลงไปในแมน้ำเพื่อให้ละลายและเพิ่มระดับของแม่น้ำขึ้น

ปักกิ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากถึง 20 ล้านคน และต้องการน้ำ 3.55 ล้านล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เครื่องละลายน้ำแข็งนั้นมีกำลังรวมเพียง 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้เมืองปักกิ่งจะอยู่ในภาวะขาดน้ำต่อไปอีกพักใหญ่

ที่มา - PhysOrg

Syndicate content