Vietnam

แรดชวาสูญพันธุ์จากเวียดนามแล้วหลังตัวสุดท้ายถูกฆ่าเพื่อเอานอ

แรดชวา (Javan rhino) เป็นแรดที่เคยอาศัยอยู่ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอของมันเป็นที่ต้องการจากชาวจีนมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน และปริมาณลดต่ำลงจนหาแทบไม่พบในเขตอื่นๆ นอกจากทางตะวันออกของเกาะชวาที่เหลืออยู่ไม่ถึง 50 ตัว และวันนี้ WWF ในเวียดนามก็ได้รายงานว่าแรดชวาตัวสุดท้ายในเวียดนามได้ถูกฆ่าไปแล้ว

ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่าแรดชวาได้สูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินใหญ่ไปนานแล้ว แต่หลังจากพบร่องรอยของแรดฝูงหนึ่งในเวียดนาม นักสำรวจพบว่าแรดฝูงนี้มีจำนวน 8 ตัว (นับได้เมื่อปี 2007) ทางการเวียดนามได้จัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์

ช่วงปี 2009 ถึง 2010 ทีมสำรวจได้พยายามตามรอยมูลแรด และเมื่อพิสูจน์ DNA พบว่ามูลทั้งหมดที่พบเป็นของแรดตัวเดียวกันทั้งหมด ทำให้เชื่อว่าเหลือแรดรอดชีวิตเพียงตัวเดียว และในเดือนเมษายน 2010 ก็มีรายงานพบซากของแรดตัวสุดท้ายนี้

ซากแรดตัวนี้ถูกยิงที่ขา และนอถูกนำออกไป โดยมูลค่านอแรดชวานั้นสูงถึง 30,000 ดอลลาร์หรือเก้าแสนบาทต่อกิโลกรัม

ที่มา - Google News, The Guardian

บ่อน้ำดื่ม 1 ใน 4 ของเวียดนามมีสารหนูเกินกำหนด

ประชากรประมาณ 11 ล้านคนในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง (Red River) ของประเทศเวียดนาม ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำจากบ่อบาดาลในการอุปโภคบริโภค และประมาณ 7 ล้านคนในกลุ่มนี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะจากการสุ่มสำรวจจากบ่อบาดาล 512 บ่อโดยทีมวิจัยของ Michael Berg จาก Swiss Federal Institute of Aquatic Science and Technology พบว่า 27% ของบ่อเหล่านี้มีปริมาณของสารหนูปนเปื้อนสูงเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด (องค์การอนามัยโลกกำหนดให้น้ำดื่มมีต้องมีสารหนูไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร)

หากได้รับเป็นเวลานาน สารหนูจะไปสะสมในผิวหนัง ผม และเล็บ ทำให้เกิดผิวหนังเปลี่ยนสี ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติทางระบบประสาท และยังอาจมีผลให้เป็นมะเร็งที่ผิวหนัง, ปอด, กระเพาะปัสสาวะ, และไต อีกด้วย

นอกจากสารหนูแล้ว 44% ของบ่อที่ว่าก็ยังมีการปนเปื้อนของแมงกานีสในปริมาณสูง ซึ่งแมงกานีสก็มีผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

ปัญหาการปนเปื้อนของสารหนูในน้ำดื่มเป็นสิ่งที่พบได้ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บังคลาเทศ ชิลี จีน ฮังการี อินเดีย เม็กซิโก เปรู สหรัฐอเมริกา และประเทศไทยของเราด้วย

ที่มา - Scientific American

พบแย้ชนิดใหม่ที่ออกลูกได้เอง...เสิร์ฟร้อนๆ ในชาม!

เราได้เห็นข่าวงู boa contrictors ออกลูกได้เองโดยไม่ต้องผสมพันธุ์กันไปแล้ว มาคราวนี้นักวิทยาศาสตร์ก็เจอสัตว์เลื้อยคลานที่ตัวเมียออกลูกได้เองโดยไม่ต้องผสมพันธุ์อีกครั้ง เป็นชนิดใหม่ (new species) ซะด้วย ที่สำคัญมันเป็นอาหารท้องถิ่นของประเทศเวียดนาม! บ้านใกล้เรือนเคียงเรานี้เอง

เรื่องของเรื่องเริ่มต้นมาจากที่ Ngo Van Tri แห่ง Vietnam Academy of Science and Technology สังเกตเห็นว่าแย้ (butterfly lizard) ชนิดหนึ่งที่ขายทั่วไปตามร้านอาหารในจังหวัด Ba Ria-Vung Tau ประเทศเวียดนาม นั้นมีหน้าตาเหมือนกันหมดทุกตัว ด้วยความแปลกใจ เขาเลยถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ดอกเตอร์ Lee Grismer และ Jesse Grismer ชาวสหรัฐอเมริกาสองพ่อลูกผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลาน สองพ่อลูกเห็นภาพที่ส่งมาก็แปลกใจว่าทำไมถึงมีแต่ภาพแย้ตัวเมีย ไม่เห็นภาพของแย้ที่น่าจะเป็นตัวผู้เลย (แย้ตัวผู้กับตัวเมียจะมีลวดลายต่างกัน) จึงตัดสินใจตีตั๋วบีนไปเวียดนามทันที

เมื่อมาถึงประเทศเวียดนาม สองพ่อลูกถึงกับช็อคด้วยความผิดหวัง เพราะภาพที่เห็นต่อหน้าต่อตาคือสิ่งล้ำค่าอย่างสัตว์สายพันธุ์ใหม่ของโลกกลับถูกยกเสิร์ฟในชามมาให้ลูกค้ากินกันชามแล้วชามเล่า ทั้งที่พวกเขาต้องนั่งเครื่องบินข้ามมาค่อนโลก ต่อจักรยานยนต์มาอีก 8 ชั่วโมงเพื่อจะได้มาเห็นแย้พวกนี้ตัวเป็นๆ กับตา

แต่โชคดีที่แย้ชนิดนี้ไม่ได้เป็นสัตว์หายาก อันที่จริงพบได้ทั่วไปในท้องถิ่นซะด้วย หลังจากไปกว้านซื้อมาทั้งตลาดและจ้างเด็กๆ แถวนั้นให้ไปจับมาจากป่า สองพ่อลูก Lee Grismer และ Jesse Grismer ก็ได้ทำการสำรวจแย้ชนิดนี้รวมเกือบ 70 ตัว ผลปรากฏว่าทุกตัวเป็นเพศเมียหมดเลย!

แย้ชนิดใหม่นี้ได้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Leiolepis ngovantrii ตามชื่อ Ngo Van Tri ผู้ค้นพบคนแรก ดูรูปแย้ได้ ที่นี่

เวียดนามพบเมลามีนในอาหาร 18 รายการ

กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้ตรวจพบเมลามีนในอาหาร 18 รายการ โดยระบุว่าอาหารทั้งหมดนำเข้าจากจีนและประเทศอื่นๆ อีกสามประเทศคือ ไทย, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย รายงานจากเวียดนามนี้นับเป็นรายงานล่าสุด หลังจากมีคำสั่งงดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมไปแล้ว 25 ประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรปที่มีคำสั่งให้เก็บสินค้าเหล่านี้ออกจากชั้นวางจำหน่ายทั้งหมด

หลังการตรวจพบนี้ ทางการเวียดนามก็ได้สั่งทำลายสินค้าทั้งหมด

อุตสาหกรรมของสินค้าที่เกี่ยวกับนมของจีนมีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อปีถึงร้อยละ 90 และการปนเปื้อนนี้ทำให้มีการจับกุมผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Sanlu ถูกจับกุมพร้อมกับผู้ค้านมอีกนับสิบราย

ที่มา - PhysOrg, Wikipedia

Syndicate content