Vaccine

นักวิทยาศาสตร์สร้าง "วัคซีนแก้หวัดทุกชนิด" ได้แล้ว

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Oxford สามารถสร้างวัคซีนที่แก้หวัดได้ทุกชนิดทุกแบบ (universal flu vaccine)

เดิมทีวัคซีนแก้หวัดจะมีปัญหาว่าไวรัสหวัดกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ทำให้ตัววัคซีนต้องปรับตามไปตลอด และการปรับวัคซีนก็มีค่าใช้จ่ายสูงซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าวัคซีนตามมา แต่วัคซีนตัวใหม่สร้างขึ้นโดยใช้หลักว่า จะจัดการกับโปรตีนที่พบในไวรัสหวัดทุกชนิด แทนการจัดการกับชิ้นส่วนภายนอกของไวรัสหวัดแบบวัคซีนตัวก่อนๆ

ถ้าวัคซีนตัวนี้ประสบความสำเร็จในการใช้งานจริง ก็จะช่วยหยุดโรคหวัดระบาดในอนาคตได้

ที่มา - Guardian

วัคซีนอีโบล่าตัวใหม่ให้ผลเต็ม 100% ในลิง

โรคอีโบล่าเคยเป็นโรคที่เราต้องผวากันว่ามันจะระบาดไปทั่วโลก แม้ว่าด้วยความรุนแรงของตัวโรคเองทำให้การแพร่กระจายค่อนข้างจำกัด แต่จนทุกวันนี้เราก็ยังไม่มีวัคซีนตัวไหนที่ให้ผลได้เกิน 50% ในการใช้งานจริง แต่ทีมของ Thomas W. Geisbert จากมหาวิทยาลัยบอสตันก็ได้แถลงความสำเร็จในวัคซีนตัวใหม่ที่ได้ผลถึง 100% ในลิง

การทดลองทำเป็นสองรอบ ในรอบแรกนั้นมีการแยกลิงที่เป็นตัวควบคุมและลิงที่ได้รับวัคซีนสามตัว ลิงทั้งหมดจะได้รับไวรัสในปริมาณที่สูงถึง 30,000 ของปริมาณที่ก่อโรคจนถึงความตาย หลังจากได้ไวรัส 30 นาทีจึงให้วัคซีนกับลิงสามตัว และให้อีกครั้งในวันที่สอง, วันที่สาม, และวันที่ 5 ผลที่ได้คือลิงสองตัวมีอาการเล็กน้อย ส่วนลิงตัวที่สามนั้นเสียชีวิต ขณะที่ลิงที่ไม่ได้รับวัคซีนเสียชีวิตทั้งหมด

รอบที่สองทีมวิจัยจึงเพิ่มปริมาณไวรัสเป็นการฉีดวันละครั้งต่อเนื่องเจ็ดวัน ผลที่ได้คือลิงชุดที่ได้รับวัคซีนไม่มีตัวใดเสียชีวิตเลย

ตัววัคซีนบรรจุ RNA ที่ดัดแปลงจากยีนของไวรัสจำนวน 3 ชุดจากทั้งหมด 7 ชุด การดัดแปลงนี้ทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนในร่างกายของผู้ที่ได้รับวัคซีน

ที่มา - npr.org

วัคซีน H1N1 เหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก

หลังจากเหตุการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่ H1N1 สายพันธุ์ 2009 เงียบสงบลง วัคซีนที่ทุกคนต่างเคยต้องการเป็นอย่างมากนั้นก็จำเป็นต้องถูกทิ้งลงอย่างน่าเสียดายครับ

โดยมีการพบว่ากว่า 65 ล้านโดสของวัคซีนนั้นไม่ได้ถูกใช้และหมดอายุลงตามคลินิคต่างๆ และโกดังเก็บของในสหรัฐ โดยวัคซีนที่จะทิ้งนี้คิดเป็นกว่า 40% ของวัคซีนที่รัฐบาลสหรัฐสั่งผลิตเลยทีเดียว (วัคซีนทั้งหมดที่สั่งนั้นมีมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์) และวัคซีนเหล่านี้จำเป็นต้องถูกทำลายอย่างน่าเสียดายครับ

อย่างไรก็ดี มีผู้สังเกตว่าถ้าเราไม่่ได้ผลิตออกมาเลยนั้นสถานการณ์ของไข้หวัดใหญ่นั้นอาจเลวร้ายไปกว่านี้มาก จนไม่อาจควบคุมได้ครับ

ที่มา: The Boston Globe

ทีมวิจัยสวีเดนเผยผลทดลองวัคซีนเอดส์ตัวใหม่ ได้ผลดีกว่าของไทย

หลังจากที่มีการแถลงผลประสิทธิภาพวัคซีนเอดส์จากไทยไปเมื่อเดือนสิงหาคมว่าสามารถลดโอกาสการเป็นเอดส์ได้หนึ่งในสาม ทีมวิจัยจากสวีเดนก็เปิดเผยผลการทดลองขั้นที่สองในกลุ่มคนจำนวน 60 คนว่าได้ผลที่ดีกว่า

วัคซีนของทีมวิจัยสวีเดนนี้ชื่อว่า Hivis โดยได้ทุนวิจัยจากทางสหภาพยุโรป แต่การทดลองนั้นดำเนินการในแทนซาเนีย โดยกลุ่มทดลองเป็นตำรวจสุขภาพดี 60 นาย

แม้ผลลัพธ์จะดีกว่า แต่การทดลองของทีมสวีเดนนั้นอยู่ในขั้นที่สอง ส่วนของไทยนั้นดำเนินการไปถึงขั้นที่ 3 ที่มีผู้ร่วมทดสอบแล้วถึง 16,400 คน โดยทีมสวีเดนระบุว่ายังขาดเงินทุนในการดำเนินการต่อ แต่ผลลัพธ์ที่ดีน่าจะทำให้หาทุนต่อไปได้

ที่มา - PhysOrg

วัคซีนมาลาเรียเริ่มส่งทางยุงได้แล้ว

ความฝันที่จะอาศัยพาหะนำโรคเช่นยุงมาเป็นช่องทางในการส่งวัคซีนมีมานานแล้ว แต่วันนี้ความฝันนี้เริ่มเข้าใกล้ความจริงไปอีกขั้นเมื่องานวิจัยจากโครงการ PATH ได้แสดงความสำเร็จในการสร้างภูมิคุ้มกันในมนุษย์โดยอาศัยยุงให้กัดคนที่เข้าร่วมการทดลอง

แม้แนวคิดนี้จะมีมานานแล้ว แต่การทดลองครั้งนี้ความสำเร็จในมนุษย์เป็นครั้งแรก

การทดลองค่อนข้างตรงไปตรงมา โดยผู้เข้าร่วมทดลอง 15 คนถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม 10 คน และ 5 คนตามลำดับทุกคนได้รับยาป้องกันมาลาเรีย หลังจากนั้นกลุ่ม 10 คนแรกจะถูกกัดด้วยยุงที่ติดเชื้อ ขณะที่อีก 5 คนจะถูกกัดจากยุงปลอดเชื้อ สองเดือนต่อมาทุกคนจะถูกกัดโดยยุงติดเชื้ออีกครั้ง ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า 10 คนที่ได้รับเชื้อทางยุงนั้นสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้

แม้จะดูไม่มีประโยชน์นักเพราะระหว่างการสร้างวัคซีนต้องได้รับยาป้องกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเชื้อมาลาเรียที่ดื้อยานั้นมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ การสร้างภูมิคุ้มกันแทนการใช้ยานั้นจึงยังเป็นเรื่องจำเป็นต่อไป

ที่มา - AP

Sanofi-Aventis กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกนั้นเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร ในประเทศไทยเองก็ถือว่าเป็นดงของโรค และถือเป็นประเทศที่เชี่ยวชาญด้านไข้เลือดออกในระดับโลกเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีเราอาจจะกำลังมีคู่แข่งแล้ว

บริษัท Sanofi-Aventis ผู้ผลิตยาสัญชาติฝรั่งเศสรายใหญ่ที่ผลิตยาหลายอย่างที่ใช้เป็นประจำ (เช่นยา Plavix หรือชื่อสามัญ clopidogrel ที่เป็นข่าวตอนทำ Compulsatory Licensing หรือ CL ของยา) กำลังทุ่มงบประมาณกว่า 350 ล้านยูโร ในการผลิตวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก โดยบริษัทนั้นมีเป้าหมายให้วัคซีนดังกล่าวนั้น "ไม่สามารถผลิตได้ง่ายๆ จนสามารถทำเทียมได้"

โดยงบประมาณส่วนหนึ่งจะแบ่งให้กับการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนที่ตั้งอยู่ในเมือง Lyon ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และเตรียมพร้อมที่จะผลิตวัคซีนกว่า 100 ล้านชุดสำหรับประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าวภายในปี 2014

วัคซีนไข้หวัดเม็กซิโกยังต้องรออีกหกเดือนเป็นอย่างน้อย

ช่วงนี้คงไม่มีอะไรโด่งดังไปมากกว่าข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดเม็กซิโก (H1N1) แล้วครับ ถึงแม้ว่าเราจะมียาที่ใช้ในการรักษาอยู่ก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่ก็พยายามหาหนทางในการป้องกันโรค และหนึ่งในวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่เป็นที่นิยมคือการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามหนทางนี้อาจจะต้องรอถึงอีกกว่า 6 เดือนเลยทีเดียว

เนื่องจากว่าวิธีในการผลิตวัคซีนในปัจจุบันนั้นยังคงใช้วิธี "โบราณ" อยู่ นั่นคือการผลิตวัคซีนจะเริ่มขึ้นจากการค้นหาสายพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อมาเลี้ยงให้โตในไข่ไก่ ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (USFDA) รับรอง โดยกระบวนการทั้งหมดนั้นกินเวลากว่า 3 สัปดาห์ นี่ยังไม่รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยของวัคซีนอีกกว่า 8-11 สัปดาห์ ซึ่งรวมแล้วก็เป็นกว่าหกเดือนเลยทีเดียว

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันนั้น ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวแล้วถึง 331 รายใน 11 ประเทศ (เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรีย, แคนาดา, เยอรมนี, อิสราเอล, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร) ส่วนในประเทศไทยยังไม่พบโรคดังกล่าวแต่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำเตือนให้ชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้

ที่มา: WebMD, WHO Influenza A(H1N1) update 7, สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

อย. สหรัฐฯ รับรองวัคซีนป้องกันมะเร็งช่องคลอดและปากช่องคลอด

ช่วงปีที่แล้วบ้านเราคงมีกระแสการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกกันไปบ้างแล้ว โดยวัคซีนดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า Gardasil ช่วยป้องกันไวรัส HPV ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึงร้อยละ 70

หลังจากได้รับการรับรองไปเมื่อปี 2006 ตอนนี้งานวิจัยล่าสุดก็ทำให้ FDA หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐประกาศรับรองการใช้วัคซีนตัวนี้เพื่อป้องกันมะเร็งบริเวณช่องคลอดและปากช่องคลอดแล้ว

การทดลองเป็นการเฝ้าสังเกตกลุ่มตัวอย่าง 15,000 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ Gardasil และกลุ่มที่ไม่ได้รับ กลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนนั้นมีรายงานว่าพบอาการเริ่มต้นของมะเร็งบริเวณปากช่องคลอดทั้งหมดสิบคน และอีกเก้าคนพบอาการแบบเดียวกันที่บริเวณช่องคลอด ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนนั้นไม่พบอาการเลย

ผมไม่แน่ใจว่ามะเร็งชนิดนี้ในบ้านเรามีมากแค่ไหน แต่ในสหรัฐฯ มะเร็งปากมดลูกนั้นระบาดกว่ามะเร็งปากช่องคลอด และมะเร็งช่องคลอดรวมกันถึงสองเท่าตัว

ที่มา - PhysOrg

วัคซีนไข้หวัดนก พร้อมทดสอบในคน

นักวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Health) ร่วมกับ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (Maryland University) ประสบผลสำเร็จในการทดลองวัคซีนไข้หวัดนก (Avian Flu) กับลิงซึ่งเป็นสัตว์ทดลอง


โรคไข้หวัดนก ถือเป็นหนึ่งโรคระบาดที่ได้รับการจับตามองในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถระบาดจากสัตว์ปีกมาสู่คน ซึ่งที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 168 คน ความเป็นไปได้ที่จะระงับการระบาดของโรคนี้ คือการใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนาวัคซีนโรคไข้หวัดนกก็ประสบปัญหาในหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety), สารกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานซึ่งมีประสิทธิภาพต่ำ และปัญหาการกลายพันธุ์ของพันธุกรรม ที่อาจจะเกิดขึ้นจากยาที่แรงเกินไป

ในการศึกษา นักวิจัยได้พัฒนา วัคซีนจากเชื้อที่ยังมีชีวิตผสมกับเชื้อ Newcastle disease virus (NDV) ซึ่งมีลักษณะทางพันธุกรรมใกล้เคียงกัน และทำการทดสอบกับลิงสายพันธ์แอฟริกัน

ผลการตอบสนองของลิง หลังจากการฉีดวัคซีน 1 โดส (Dose) แสดงให้เห็นว่ามีส่วนลดปริมาณของเชื้อไวรัส ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จ, หลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีน 2 โดส พบภูมิคุ้มกันสูงขึ้นสำหรับลิงทุกตัวที่ได้รับการฉีดวัคซีน

ขั้นตอนตอ่ไปของการทดสอบ ก็คงต้องเป็นการทดสอบกับคนจริงๆ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง กว่าจะยืนยันได้ว่าประสบผลสำเร็จ ซึ่งกว่าจะถึงเวลานั้น โรคไข้หวัดนกมันยังจะระบาดอีกเหรอ ?

ที่มา - ScienceDaily?

Syndicate content