USA

แคลิฟอร์เนียออกกฏบังคับเครื่องชาร์จต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เครื่องชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เริ่มเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของเราๆ กันมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาคืออุปกรณ์จำนวนมากมาพร้อมกับเครื่องชาร์จที่ประสิทธิภาพต่ำ และกินพลังงานตลอดเวลาแม้ไม่ได้ต่ออุปกรณ์ที่ชาร์จอยู่หรือชาร์จเต็มไปแล้ว คณะกรรมการพลังงานของแคลิฟอร์เนียจึงออกกำหนดมาตรฐานเครื่องชาร์จออกมา

มาตรฐานใหม่จะมีผลบังคับในวันที่ 1 กุมพาพันธ์ 2013 โดยคาดว่าเมื่อเครื่องชาร์จทั้งหมดได้รับการเปลี่ยน จะทำให้รัฐประหยัดพลังงานลงเท่าๆ กับพลังงานสำหรับบ้าน 350,000 หลังคาเรือน ประหยัดค่าใช้จ่ายไป 306 ล้านดอลลาร์

ฝั่งผู้ผลิตเองนั้นไม่ค่อยพอใจในข้อบังคับนี้นัก เพราะเป็นประกาศระดับรัฐ ที่อาจจะไม่ตรงกับประกาศของรัฐบาลในอนาคต ทำให้ผู้ผลิตต้องทำตามมาตรฐานใหม่หลายครั้ง

ที่มา - LA Times

สส. สหรัฐฯ กำลังผลักดันร่างกฏหมายยกเลิกการบังคับการเข้าถึงงานวิจัยฟรี

แนวคิด Open Access เป็นแนวคิดที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ หน่วยงานรัฐบาลทำโดย NIH (National Institutes of Health) ผู้ให้ทุนวิจัยด้านสุขภาพจำนวนมาก ได้กำหนดว่างานวิจัยทั้งหมดที่ได้รับทุนไป จะต้องตีพิมพ์ในวารสารที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงฟรี เช่น PubMed

แต่ร่างกฏหมายใหม่ที่ชื่อว่า "Research Works Act" กำลังถูกผลักดันเข้าสภาฯ โดยสส. หญิง Carolyn Maloney จากนิวยอร์ค และ Darrell Issa จากแคลิฟอร์เนียร์ โดยตัวกฏหมายห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐ กำหนดนโยบายที่จะทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยเป็นวงกว้างโดยไม่ขออนุญาตล่วงหน้า

หากร่างกฏหมายนี้ผ่านจริง กฏของ NIH และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลที่ทำแบบเดียวกันจะต้องยุติลงทันที ทำให้งานวิจัยจำนวนมากกลับไปสู่วารสารปิดแบบเดิมๆ

บ้านเรามีวารสารแบบ Open Access บ้างรึยัง?

ที่มา - Micheal Eisen

กองกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ กำลังใช้ยานบินไร้คนขับมากขึ้น

ช่วงหลังๆ เราเห็นภาพเครื่องบินไร้คนขับในภาพยนตร์สงครามมากขึ้นเรื่อยๆ คำถามคือจริงๆ แล้วกองทัพใช้ยานเหล่านี้เยอะขนาดนั้นเลยหรือ รายงานล่าสุดจาก Congressional Research Service (หน่วยงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐฯ) ได้รายงานออกมาว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังใช้งานยานบินไร้คนขับนี้จำนวนสูงขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2010 มียานบินประจำการประมาณ 7,500 ลำ

รัฐสภาสหรัฐฯ นั้นมีเป้าหมายที่จะให้การโจมตีทางอากาศนั้นใช้ยานไร้คนขับอย่างน้อยหนึ่งในสาม ด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาและชีวิตของทหาร

ปัญหาราคาของยานบินเหล่านี้คือมันยังไม่เคยถูกอย่างที่หวังไว้ แม้ตัวยานบินจะถูกกว่าเครื่องบินรบตามปรกติ แต่มันมักติดอุปกรณ์ราคาแพงไว้จำนวนมาก จนทำให้ความเสียหายเมื่อยานตกสร้างความเสียหายในแง่ของทรัพย์สินและเทคโนโลยีได้มาก

ยานบินเหล่านี้ส่วนมากยังเป็นยานลาดตระเวณ เช่นรุ่นยอดนิยมคือ RQ-11 Raven ที่มีใช้งานกว่าห้าพันลำในกองทัพบก แต่ละลำเป็นเพียงลำเล็กๆ ปล่อยด้วยการขว้างของทหาร มีระยะบิน 10 กิโลเมตร แต่ยานลาดตระเวณเล็กๆ ขนาดนี้ก็ยังมีราคานับล้านบาทเฉพาะตัวยาน

อย่างไรก็ดี แม้กองทัพสหรัฐฯ จะมีเป้าหมายในการใช้ยานไร้คนขับเหล่านี้ให้มากขึ้น แต่ในแง่ของงบประมาณแล้วก็ยังจำกัดอยู่มาก งบประมาณกองทัพในปี 2011 นี้ให้กับยานได้คนขับเพียง 8% เท่านั้น

ที่มา - U.S. Unmanned Aerial Systems

ผู้ใช้ Honda Civic Hybrid ฟ้องฮอนด้าฐานผลิตรถไม่ประหยัดน้ำมันตามโฆษณา

Heather Peters ผู้ใช้ Honda Civic Hybrid มาตั้งแต่ปี 2006 ยื่นฟ้องต่อบริษัทฮอนด้าฐานโฆษณาเท็จว่ารถสามารถวิ่งได้ถึง 50 ไมล์ต่อแกลลอน (21 กิโลเมตรต่อลิตร) โดยนอกจากรถไม่สามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่โฆษณาแล้วเมื่อแบตเตอรี่เสือมลงตามอายุ ประสิทธิภาพยังลดลงจนเหลือ 30 ไมล์ต่อแกลลอน (12 กิโลเมตรต่อลิตร) เท่านั้น

ความน่าสนใจของคดีนี้คือ Heather เลือกที่จะฟ้องเป็นคดีความเสียหายขนาดเล็ก ซึ่งกำหนดเพดานค่าเสียหายไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์เท่านั้น โดยการฟ้องในรูปแบบนี้มีโอกาสที่จะชนะค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากในการดำเนินคดีที่อาจจะไม่คุ้มค่านัก ขณะที่การฟ้องเป็นกลุ่มหรือ class-action นั้นจะลดความยุ่งยากของผู้เสียหายไปมาก แต่ค่าเสียหายที่ได้รับก็อาจจะไม่มากนักเมื่อหารจำนวนผู้เสียหายออกมา

น่าสนใจว่ากระบวนการตรวจสอบประสิทธิภาพรถ โดยเฉพาะรถใช้แบตเตอรี่ทั้งรถไฟฟ้าและรถไฮบริดนั้นควรมีการชดเชยประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่เสื่อมลงไปตลอดเวลาด้วยหรือไม่ ผู้ใช้จะได้รับรู้ว่าจะคาดหวังประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งานได้แค่ไหน

ที่มา - CBS

ยานสอดแนมแบบไร้คนขับรุ่นใหม่ของสหรัฐฯ ติดกล้อง 1.8 กิกะพิกเซล

กองทัพสหรัฐฯ เปิดตัวยานไร้คนขับขึ้นลงแนวตั้ง (Vertical-Take-Off-and-Landing Unmanned Aerial System - VTOL-UAS) หรือเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ ใน A160 Hummingbird จากบริษัท Boeing โดยมีความพิเศษคือมันติดกล้อง ARGUS-IS (Autonomous Real-time Ground Ubiquitous Surveillance-Imaging System) ที่มีเซ็นเซอร์ความละเอียด 1.8 กิกะพิกเซลอยู่

ความละเอียด 1.8 กิกะพิกเซล โดยข่าวไม่บอกความกว้างของเลนส์ที่ติดไปด้วย ทำให้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้สามารถติดตามเป้าหมายเช่นคนหรือรถได้ขณะที่บินสูงถึง 20,000 ฟุต (6 กิโลเมตร) เพื่อความปลอดภัยจากการถูกยิงเสียเอง ระบบ ARGUS-IS นี้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายบนพื้นดินได้เองจำนวนมาก โดยหากมีคนเป็นกลุ่มออกมาจากอาคารระบบนี้ก็สามารถติดตามทุกคนในพื้นที่ได้พร้อมๆ กัน

ก่อนหน้านี้ระบบ ARGUS-IS เคยติดตั้งอยู่บนเครื่อง UH-60 Black Hawk (อย่าเผลอเติม Down ใส่ชื่อเครื่อง), และที่ปีกของเครื่อง DC-8 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ระบบนี้จะติดไปกับยานไร้คนขับ ทำให้ลดความเสี่ยงของการสูญเสีย

ที่มา - Army.mil-1, Army.mil

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา "ขอร้อง" ให้นักวิทยาศาสตร์เซ็นเซอร์งานวิจัยไวรัสไข้หวัดนก

เมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2011 ที่ผ่านมา สำนักข่าวในสหรัฐอเมริกาตื่นเต้นกันใหญ่เมื่อมีการเปิดเผยว่า National Science Advisory Board for Biosecurity (NSABB) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา ทำเรื่องแจ้งในลักษณะขอร้อง (แกมบังคับ) ส่งไปยังวารสารวิชาการชื่อดังให้นักวิทยาศาสตร์ตัดรายละเอียดเกี่ยวกับงานวิจัยไวรัสไข้หวัดนกบางส่วนออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีนำความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการทดลองไปสร้างอาวุธชีวภาพ

งานวิจัยต้นตอของปัญหานี้มีสองชิ้นจากทีมนักวิจัยสองทีม ทีมแรกนำโดย Ron Fouchier แห่ง Erasmus Medical Center ในประเทศเนเธอร์แลนด์ อีกทีมนำโดย Yoshihiro Kawaoka แห่ง University of Wisconsin ของสหรัฐอเมริกา งานวิจัยของ Ron Fouchier ส่งไปยังวารสาร Science ส่วนงานของ Yoshihiro Kawaoka ส่งไป Nature

งานของทั้งสองเป็นการศึกษาไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ที่เคยระบาดเป็นข่าวโด่งดังในปี 1997 นักวิจัยได้ทดลองดัดแปลงพันธุกรรมของไวรัส และพบว่าไวรัสที่ถูกดัดแปลงสามารถแพร่กระจายในสัตว์ทดลองได้ดีขึ้น และดูเหมือนจะเป็นการแพร่ทางอากาศด้วย (ในที่นี้สัตว์ทดลอง คือ ตัวเฟอร์เร็ต ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อในเฟอร์เร็ตได้ส่วนใหญ่ก็จะติดต่อในมนุษย์ได้) ตอนนี้ยังไม่มีนักข่าวของสำนักไหนเห็นตัวบทความงานวิจัยฉบับเต็ม แม้แต่นักข่าวของ Nature และ Science ก็ไม่สามารถเข้าถึงต้นร่างบทความวิจัยทั้งสองอันที่ส่งมาได้

[COP17/CMP7] ชัดเจน! แคนาดายืนยันไม่ต่อ Kyoto Protocol

วันแรกยังไม่จบ การประชุมโลกร้อนครั้งที่ 17 ณ Durban ประเทศแอฟริกาใต้ ก็เริ่มจะมีปัญหาแล้ว เมื่อ Peter Kent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของแคนาดาประกาศที่กรุงออตตาวา ว่าตัวแทนของแคนาดาจะไม่ยอมลงนามต่อระยะเวลาผูกพันใน Kyoto Protocol แน่

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่แปลกใจกับท่าทีของแคนาดาเท่าไร เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันของแคนาดาที่นำโดย Stephen Harper แห่งพรรคคอนเซอร์เวทีฟเน้นนโยบายเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสหรัฐอเมริกามากกว่าที่จะหันมาใส่ในข้อบังคับ Kyoto Protocol

ตามตัวหนังสือที่แคนาดาลงนามไว้ ภายในปี 2012 แคนาดาจะต้องลดการปล่อยก๊าซ CO2 ให้ได้ 6% จากระดับของปี 1990 แต่ความจริงที่ปรากฎในปี 2011 ปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 เพิ่มขึ้นจากระดับของปี 1990 เกือบหนึ่งในสาม

พิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาจัดโชว์สไลด์เนื้อเยื่อสมองไอน์สไตน์

Mütter Museum และ Historical Medical Library ในรัฐฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา กำลังจะเปิดให้ประชาชนผู้สนใจทั่วไปเข้ามาชมสไลด์กล้องจุลทรรศน์ของเนื้อเยื่อสมองนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นครั้งแรก

สไลด์ที่จัดโชว์มีทั้งสิ้น 45 แผ่น แต่ละแผ่นมีชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อสมองไอน์สไตน์บางเพียง 20 - 50 ไมครอน ทั้งหมดทำขึ้นโดยนักพยาธิชีววิทยา William Ehrich ซึ่งได้รับชิ้นเนื้อเยื่อสมองไอน์สไตน์มาจาก Thomas Harvey แพทย์ผู้ทำการผ่าชันสูตรศพไอน์สไตน์ในปี 1955 ในฐานะแทนคำขอบคุณที่ William Ehrich ยอมให้ Thomas Harvey ใช้เครื่องไม้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการ ต่อจากนั้นสไลด์เหล่านี้ก็ถูกส่งต่อผ่านมือคนอีกหลายคน จนมาถึงคนสุดท้าย Lucy Rorke-Adams นักพยาธิชีววิทยาอาวุโส ผู้ตัดสินใจบริจาคให้กับ Mütter Museum ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ College of Physicians of Philadelphia

แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีใครทราบว่าสมองของอัจฉริยะระดับไอน์สไตน์มีความพิเศษกว่าคนธรรมดาตรงไหน แต่ Lucy Rorke-Adams ก็บอกว่า ในระดับเซลล์นั้น เซลล์สมองของไอน์สไตน์ดู "หนุ่ม" กว่าสมองของคนอายุ 76 ปี (อายุไอน์สไตน์ขณะเสียชีวิต) มาก ไม่มีการสะสมของ lipofuscin ซึ่งเป็นของเสียในเซลล์สมองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เส้นเลือดส่วนใหญ่ก็ดูสุขภาพดี

ที่มา - Live Science

ทำเนียบขาวยืนยันไม่เคยติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว

ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่องวางโครงเรื่องให้คนดูเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาแอบติดต่อหรือศึกษาวิจัยมนุษย์ต่างดาวอย่างลับๆ และก็มีหลายคนทั้งชาวอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ เชื่ออย่างจริงจังด้วยว่ารัฐบาลสหรัฐสมคบคิดกันลักลอบทำอะไรสักอย่างจากสายตาชาวโลก

เมื่อเดือนกันยายน ได้มีคนส่งคำร้องเรียน (petition) เข้าไปในหน้าเว็บโครงการ "We the People" เรียกร้องให้รัฐบาลและประธานาธิบดี บารัค โอบามา เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวทั้งหมด คำร้องนี้ไม่ได้มีแค่ฉบับเดียว แต่มีถึงสองฉบับติดๆ กัน

กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงปืนรางแม่เหล็กไฟฟ้าครบ 1000 นัดแล้ว

ปืนรางแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic railgun) เป็นปืนที่นับว่าเป็นความฝันทางการทหารมานาน ด้วยความที่ตัวปืนไม่ต้องการดินปืนอีกต่อไป แต่อาศัยการขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูง เร่งให้ลูกปืนพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง โดยตอนนี้ปืนต้นแบบขนาดใหญ่นั้นอยู่ในห้องทดลองของกองทัพเรือสหรัฐฯ และหลังกจากติดตั้งมานานกว่าสี่ปี ตอนนี้ปืนกระบอกล่าสุดก็สามารถยิงได้ 1,000 นัดแล้ว

ความท้าทายของปืนรูปแบบนี้คือมันสามารถยิงกระสุนออกไปด้วยความเร็วสูงมากจนเมื่อยิงกระสุนออกไปจะเกิดความร้อนจนกระทั่งหลอมตัวกระบอกปืนเอง การพัฒนาของกองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถหาวัสดุที่ทนทานต่อความร้อนได้จนสามารถยิงกระสุนด้วยพลังงานจลถึง 1.5 เมกกะจูลได้เป็นปรกติ ข้อดีของการยิงความเร็วสูงแบบนี้คือพลังงานจลในการยิงเองจะเพิ่มอำนาจการทำลายล้างของกระสุนจนไม่ต้องใช้ดินปืนแต่อย่างใด ความเร็วที่สูงจะทำให้ความเป็นวิถืโค้งของกระสุนน้อยลง สามารถเล็งได้แม่นยำขึ้น กระสุนอาจจะเป็นกระสุนขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลงทำให้สามารถนำกระสุนไปด้วยครั้งละมากๆ ได้

นอกจากใช้ทำลายล้างแล้ว ความหวังอย่างหนึ่งของปืนรางแบบนี้คือการใช้นำส่งวัสดุขึ้นสู่อวกาศ จากการเร่งความเร็วต้นได้สูงมาก ทำให้นักออกแบบจรวดมีความหวังว่าจะสร้างระบบนำส่งที่มีต้นทุนต่อกิโลกรัมถูกกว่าเดิม ด้วยการใช้ปืนรางนี้ยิงจรวดจากพื้นโลกขึ้นไปด้วยความเร็วสูงจนหลุดพ้นแรงโน้มถ่วงโลกได้ คาดว่าหากใช้งานได้จริง การนำส่งจรวดขึ้นไปยังวงโคจรจะมีต้นทุนถูกลงหลายสิบเท่าตัว

ที่มา - Engadget

Syndicate content