Transportation

ผู้ใช้ Honda Civic Hybrid ฟ้องฮอนด้าฐานผลิตรถไม่ประหยัดน้ำมันตามโฆษณา

Heather Peters ผู้ใช้ Honda Civic Hybrid มาตั้งแต่ปี 2006 ยื่นฟ้องต่อบริษัทฮอนด้าฐานโฆษณาเท็จว่ารถสามารถวิ่งได้ถึง 50 ไมล์ต่อแกลลอน (21 กิโลเมตรต่อลิตร) โดยนอกจากรถไม่สามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่โฆษณาแล้วเมื่อแบตเตอรี่เสือมลงตามอายุ ประสิทธิภาพยังลดลงจนเหลือ 30 ไมล์ต่อแกลลอน (12 กิโลเมตรต่อลิตร) เท่านั้น

ความน่าสนใจของคดีนี้คือ Heather เลือกที่จะฟ้องเป็นคดีความเสียหายขนาดเล็ก ซึ่งกำหนดเพดานค่าเสียหายไว้ที่ 10,000 ดอลลาร์เท่านั้น โดยการฟ้องในรูปแบบนี้มีโอกาสที่จะชนะค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากในการดำเนินคดีที่อาจจะไม่คุ้มค่านัก ขณะที่การฟ้องเป็นกลุ่มหรือ class-action นั้นจะลดความยุ่งยากของผู้เสียหายไปมาก แต่ค่าเสียหายที่ได้รับก็อาจจะไม่มากนักเมื่อหารจำนวนผู้เสียหายออกมา

น่าสนใจว่ากระบวนการตรวจสอบประสิทธิภาพรถ โดยเฉพาะรถใช้แบตเตอรี่ทั้งรถไฟฟ้าและรถไฮบริดนั้นควรมีการชดเชยประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่เสื่อมลงไปตลอดเวลาด้วยหรือไม่ ผู้ใช้จะได้รับรู้ว่าจะคาดหวังประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งานได้แค่ไหน

ที่มา - CBS

จีนเริ่มทดสอบรถไฟความเร็วสูง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทางการจีนเริ่มทดสอบรถไฟแบบใหม่ที่ทำความเร็วได้ถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากบริษัท CSR Corp โดยรถไฟแบบใหม่นี้สร้างขึ้นเป็นรูปดาบโบราณของจีน ทางบริษัท CSR ระบุว่ารถไฟทดสอบขบวนนี้จะเป็นต้นแบบของการทำงานของรถไฟความเร็วสูงต่อไป

รถไฟที่ทำงานจริงอาจจะไม่ต้องวิ่งที่ความเร็วสูงสุดตามสเปคเสมอไป โดยทางบริษัทจะเน้นไปที่ความปลอดภัยก่อน

ความก้าวหน้าของกิจการรถไฟในจีนมาพร้อมกับความกังวลว่าจีนมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชนมาเพียงใด เพราะในปีนี้เองจีนก็เพิ่งมีเหตุการณ์รถไฟความเร็วสูงชนกัน

ที่มา - Reuters

โตโยต้าโชว์ Prius รุ่นขับอัตโนมัติในงาน Tokyo Motor Show

รถขับอัตโนมัติเริ่มเป็นความฝันที่ใกล้ความจริงเข้ามาเรื่อยๆ จากการพัฒนาที่เร็วขึ้นมากในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ล่าสุดโตโยต้าก็ประกาศจะแสดงรถ Prius รุ่นที่ติดตั้งระบบ AVOS (Automatic Vehicle Operation System) ที่สามารถขับรถออกจากโรงรถไปจนถึงเข้าจอดเองได้

งานแสดงจะเปิดให้คนทั่วไปขึ้นนั่งที่นั่งผู้โดยสารเพื่อสัมผัสว่ารถที่ขับขี่โดยคอมพิวเตอร์นั้นเป็นอย่างไร

การแข่งขันกันพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัตินั้นเป็นการแข่งขันที่รุนแรงมากในอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกวันนี้ ค่ายรถขนาดใหญ่ล้วนแข่งขันกันพัฒนา รวมถึงกูเกิลเองที่มาลงทุนพัฒนาในโครงการเหล่านี้ด้วย ส่วนโดโยต้านั้นมีเป้าหมายของตัวเองคือการลดอัตราการเสียชีวิตจากการใช้รถยนต์ให้เหลือศูนย์

นอกจากรถขับอัตโนมัติแล้ว โตโยต้ายังแสดงเทคโนโลยีอื่นๆ ในงานอีกหลายอย่างเช่น ระบบชาร์จไฟรถไฟฟ้าในบ้าน ส่วนค่ายรถอื่นๆ ก็แสดงเทคโนโลยีอื่นๆ อีกหลายอย่าง

ที่มา - Gizmag

โตโยต้าโชว์เทคโนโลยีป้องกันการชนแบบใหม่ หักพวงมาลัยเองได้

เทคโนโลยีลดความร้ายแรงจากการชนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เราอาจจะเห็นรถยนต์หลายๆ รุ่นมีเซ็นเซอร์ด้านหน้าเพื่อลดความเร็วได้เองเมื่อตรวจพบวัตถุมาขวางรถ แต่โตโยต้าก็เปิดตัวการพัฒนาขั้นใหม่ที่สามารถ "หักหลบ" ได้เมื่อพบวัตถุมาขวางรถ

เทคโนโลยีนี้ทำให้โตโยต้าเข้าใกล้เทคโนโลยีควบคุมรถอัตโนมัติเข้าไปอีกขั้น แค่คงยอมรับได้ง่ายกว่าระบบควบคุมรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่กูเกิลกำลังพัฒนา และปัญหาทางด้านกฏหมายก็น่าจะน้อยกว่าเช่นกัน แต่อย่างนั้นเวลาใช้งานจริงก็คงมีประเด็นทางกฏหมายอีกพอสมควร

นอกจากเทคโนโลยีควบคุมพวงมาลัยแล้ว โตโยต้ายังมีเทคโนโลยีตรวจสอบการทำงานหัวใจของคนขับในกรณีที่คบขับหัวใจวายกลางคันรถจะหยุดเองได้

เป้าหมายสูงสุดของโตโยต้าคือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการใช้รถให้เหลือศูนย์ แม้จะไม่สามารถวางกรอบเวลาได้ว่าจะทำได้ภายในช่วงเวลาใด

ที่มา - Yahoo! News

รัฐเนวาดาผ่านกฏหมายรถอัตโนมัติแล้ว

หลังจากกูเกิลพยายามผลักดันกฏหมายอนุญาตรถอัตโนมัติไม่นานนัก รัฐเนวาดาก็เป็นรัฐแรกที่ผ่านกฏหมายฉบับนี้ออกมาทำให้รถอัตโนมัติของกูเกิลสามารถวิ่งใช้งานจริงได้โดยไม่ผิดกฏหมาย

ร่างกฏหมายหมายเลข 511 ถูกเสนอเข้ายังสภารัฐเนวาดาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้รับการโหวตจากวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียง 20 ต่อ 1 ทำให้สามารถประกาศบังคับใช้เข้าเป็นกฏหมาย Chapter 472

ร่างกฏหมายฉบับนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าใจอีกจำนวนมาก เช่น การให้อภิสิทธิ์ที่จอดรถสำหรับรถใช้พลังงานทางเลือกไปจนถึงปี 2018, หรือการกำหนดมาตรฐานรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เข้าข่ายได้รับสิทธิพิเศษ

ผู้ใช้รถอัตโนมัติจะต้องทำใบขับขี่พิเศษ และแม้จะประกาศใช้แล้ว แต่มาตราที่อนุญาตให้มีการใช้รถอัตโนมัติบนท้องถนนนั้นจะมีผลบังคับจริงในเดือนมีนาคมปี 2012

ที่มา - Daily Mail

ญี่ปุ่นอนุมัติรถไฟ Maglev เดินรถสายแรกปี 2027

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติรถไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนแม่เหล็กหรือ Maglev อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากนี้กำหนดการวิ่งเชิงพาณิชย์สายแรกระหว่างโตเกียว-นาโกย่าน่าจะเริ่มได้ในปี 2027 และสายที่สองคือ โตเกียว-โอซาก้าจะเริ่มได้ในปี 2045

ช่วงแรกหลังแผนการได้รับอนุมัติคือการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าการก่อสร้างจริงจะเริ่มได้ในปี 2014 อย่างไรก็ดีในตอนนี้บริษัท JR Tokai ก็มีเส้นทางรถไฟทดสอบความยาว 18.4 กิโลเมตรสำหรับทดลองอยู่แล้ว และกำลังขยายเป็น 42.3 กิโลเมตร โดยเส้นทางทดสอบนี้จะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสาย โตเกียว-โอซาก้าในที่สุด

Maglev รุ่นที่จะใช้วิ่งในสายนี้จะมีความเร็วสูงสุด 505 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและต้องการรางรถไฟที่เกือบเป็นเส้นตรงทำให้การก่อสร้างต้องขุดอุโมงลอดภูเขาที่ขวางทางคิดเป็นร้อยละ 60 ของเส้นทางทั้งหมดและยังมีอุโมงใต้ดินความยาว 100 กิโลเมตรสำหรับการเข้าเขตตัวเมือง แต่มันจะร่นเวลาการเดินทาง จากโตเกียวไปยังนาโกยาเหลือเพียง 40 นาที และจาก โตเกียวไปยังโอซาก้าเพียง 67 นาทีเท่านั้น

ถ้าเป็นบ้านเราไปเชียงใหม่ก็ภายในชั่วโมงกว่าๆ สบายกว่านั่งเครื่องบินมาก

งบประมาณรวม 9 ล้านล้านเยนงานนี้คงไม่ใช่แค่เมกกะโปรเจค

ที่มา - ENS News Wire

กูเกิลกำลังผลักดันกฏหมายอนุญาตให้รถอัตโนมัติวิ่งบนถนน

รถที่วิ่งได้ด้วยตัวเองนั้นเป็นโครงการที่กูเกิลเปิดเผยมาหลายเดือนแล้วว่ากำลังทำวิจัยอยู่ภายใน แต่ The New York Times ก็เปิดเผยว่ามีกฏหมายสองฉบับที่ได้รับการเสนอเข้าไปยังเมืองเนวาดาเมื่อปีที่แล้วเพื่อให้รถที่ขับเคลื่อนตัวเองเป็นสิ่งถูกกฏหมาย

กูเกิลจ้างนักล็อบบี้ชื่อว่า David Goldwater เพื่อผลักดันกฏหมายนี้โดยคาดว่ากฏหมายจะได้รับการโหวตในสภาในเดือนหน้า กฏหมายสองฉบับมีเนื้อหาอนุญาตรถอัตโนมัติหนึ่งฉบับ และอีกฉบับหนึ่งเปิดข้อยกเว้นให้การส่งข้อความระหว่างการขับรถ

ยังมีประเด็นอีกมากที่ถูกพูดถึงในการอนุญาตรถอัตโนมัติเข้าสู่ท้องถนน โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและการรับผิดชอบ เช่นหากรถอัตโนมัติเหล่านี้สร้างความเสียหาย โดยเฉพาะหากมีคนบาดเจ็บหรือตาย ผู้ขับขี่จะต้องมีส่วนรับผิดชอบหรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ความหวังสำคัญของรถอัตโนมัตินอกจากความสะดวกของผู้โดยสารแล้ว ยังเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาจราจร, และการประหยัดน้ำมัน เพราะคอมพิวเตอร์สามารถคำนวณค่าต่างๆ ในการขับขี่ได้อย่างละเอียดกว่ามนุษย์ สามารถจอดรถชิดกัน, ออกตัวได้พร้อมกัน, และขับประชิดได้มากกว่า

ที่มา - The New York Times

สถานีไฮโดรเจนสำหรับรถเปิดให้บริการที่แรกในสหรัฐฯ แล้ว

หนึ่งในพลังงานทางเลือกที่ได้รับความสนใจกันคือเซลล์เชื้อเพลิงที่ต้องการไฮโดรเจนและออกซิเจนโดยมีของเสียเป็นน้ำเท่านั้น ล่าสุดสถานีเติมไฮโดรเจนสถานีแรกก็เปิดบริการในลอส แองเจลลิสแล้ว

ข้อดีของเซลล์เชื้อเพลิง นอกจากจะไม่ปล่อยคาร์บอนซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายแล้ว ระยะทางที่วิ่งได้ของรถใช้เซลล์เชื้อเพลิงยังสูงกว่ารถไฟฟ้าถึงเท่าตัว และยังมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตเครื่องไฮโดรเจนในบ้านไว้สำหรับการใช้งานระยะใกล้ๆ ประจำวันได้

แม้พลังงานไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิงจะไม่ปล่อยคาร์บอน แต่พลังงานที่ใช้ในการผลิตไฮโดรเจนก็ยังต้องหาหนทางที่จะสร้างแหล่งพลังงานสะอาดกันต่อไป เพราะเซลล์เชื้อเพลิงนั้นจะช่วยแก้ปัญหาได้ก็เป็นปัญหามลพิษในเขตเมืองเท่านั้น

ที่มา - TechCrunch

โรลส์-รอยซ์โชว์รถไฟฟ้า

ปรกติรถหรูหรามักจะขึ้นชื่อว่าสิ้นเปลืองพลังงาน แต่กระแสรถไฟฟ้าก็ทำให้ค่ายรถหรูหราเริ่มต้องหันมาจับตลาดรถไฟฟ้ากันบ้างแล้ว โดย Rolls-Royce Phantom 102EX จะเป็นรุ่นแรกของโรลส์-รอยซ์ที่ทำงานด้วยไฟฟ้าเต็มระบบ ข่าวร้ายคือมันผลิตขึ้นมาเพื่อโชว์เท่านั้น ไม่มีวางขายแต่อย่างใด

รถคันนี้ถูกผลิตมาเพื่อทดสอบเสียงตอบรับจากลูกค้าของโรลรอย ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งหลายว่าจะมีเสียงตอบรับต่อการที่แบรนด์หรูหราอย่างโรลส์-รอยซ์จะหันมาทำรถไฟฟ้าอย่างไรบ้าง

ตัวรถจะแสดงตัวจริงพร้อมสเปคทั้งหมดในงานมอเตอร์โชว์ที่เจนีวาเดือนหน้า

ที่มา - AFP

MIT ระบุระบบชาร์จเร็วทำแบตเตอรี่เสื่อมเพียง 10% หลังการชาร์จ 1500 รอบ

ขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (Electric Vehicle - EV) กำลังมีแนวโน้มได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ จากคุณสมบัติไม่ปล่อยมลพิษขณะขับขี่ แต่ปัญหาสำคัญของ EV คือเวลาที่ใช้ในการชาร์จนั้นจะนานมากจนอาจจะทำให้ภาพคิวต่อแถวเติม NGV ในบ้านเรากลายเป็นเรื่องเล็ก แม้จะมีระบบชาร์จเร็วเข้ามาช่วยลดเวลาแต่การชาร์จเร็วก็มักลดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่มีราคาแพงลง ล่าสุดทีมวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซ็ท (MIT) ก็ได้สาธิตทดสอบว่าการลดอายุการใช้งานนี้มีผลหนักแค่ไหน และพบว่าการชาร์จเร็วถึง 1500 รอบมีผลลดประสิทธิภาพแบตเตอรี่เพียง 10%

ทีมงานอาศัยมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่จากบริษัท A123 System เพื่อทดสอบระบบชาร์จเร็วที่สร้างขึ้น โดยในเวลาสิบนาทีสามารถชาร์จไฟได้ 80% ของความจุ โดยจุดสำคัญที่ทีมงานระบุคือความร้อนนะหว่างการชาร์จที่ต้องมีการระบายให้ดี

หากแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่พอที่จะใช้งานได้ทั้งวันต่อการชาร์จหนึ่งรอบ นั่นหมายถึงแบตเตอรี่ชุดหนึ่งๆ น่าจะมีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี ถึงตรงนั้นเราอาจจะพบว่าต้นทุนในส่วนของแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่นักเทียบกับรถยนต์ในปัจจุบันที่มีส่วนสึกหรอจำนวนมากเช่นกัน

ไม่รู้ระบบชาร์จนี้มีขายขนาดเล็กไหม เพราะแบตเตอรี่โทรศัพท์ผมเสื่อมเร็วมาก

ที่มา - The Future of Things

Syndicate content