Spacecraft

นาซ่าใส่โช้คอัพกันกระเทือนให้ Ares 1

11
vote

โครงการ Ares 1 เป็นโครงการยานอวกาศในยุคหน้าที่เตรียมการไว้เพื่อการส่งมนุษย์ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และเตรียมการไปยังดาวอังคารในอนาคต ล่าสุดทางนาซ่าได้แถลงข่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาการสั่นไหวจากแรงขับของจรวด (thrust oscillation) ด้วยการติดสปริงระหว่างจรวดส่วนที่หนึ่งกับส่วนที่สอง

การสั่นไหวนี้เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงแข็งในจรวดส่งไปตามท่อส่งเชื้อเพลิงทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบเดียวกับเครื่องดนตรีแบบเป่าทำให้เกิดความสั่นพ้องที่ความถี่ประมาณ 12 ถึง 14 เฮิร์ต ทำให้นักบินทำงานได้ลำบาก ที่แย่กว่านั้นคืออาจจะทำให้นักบินบาดเจ็บหรืออุปกรณ์เสียหายได้

ระบบนี้มีข้อเสียคือนักบินจะต้องพบกับแรงกดดันที่สูงกว่าเดิมเป็น 5 ถึง 6 แรงจี หรือสองเท่าตัวของแรงกดดันบนกระสวยอวกาศปรกติ

ที่มา - USA Today

แคสสินีเริ่มส่งข้อมูลของดวงจันทร์เอนเซลาดัสกลับโลก

39
vote

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา (เวลาแปซิฟิก) ยานสำรวจดาวเสาร์ “แคสสินี” ได้เริ่มส่งข้อมูลกลับมาสู่โลก หลังจากได้บินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ในระยะห่างจากพื้นผิวเพียง 50 กิโลเมตร

สัญญาณที่ส่งมาของยานแคสสินี ถูกรับโดยเครือข่าวสำรวจอวกาศห้วงลึก (Deep Sapce Network) ในประเทศออสเตรเลีย และได้ถ่ายทอดสัญญาณต่อไปยังศูนย์ควบคุมภาระกิจที่นาซา

การบินเฉียดในระยะใกล้นี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 15.21 (เวลาแปซิฟิก) ด้วยความเร็ว 17.7 กิโลเมตรต่อวินาที โดยในระหว่างการบินเฉียด ต้วกล้องและอุปกรณ์ภายในยานได้พุ่งเป้าไปยังขั้วใต้ของดาว ซึ่งเป็นบริเวณที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ เพราะมีน้ำและไอน้ำออกมาจากรอยแยกบนผิวดาว

นักวิทยาศาสตร์มีแผนจะให้ยานแคสสินี บินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัสอีกครั้งในเดือนตุลาคม โดยมีระยะห่างเพียง 25 กิโลเมตรจากพื้นผิว

ที่มา - ScienceDaily

นาซาวางแผนไปเยี่ยมดวงอาทิตย์อีกครั้ง

47
vote

นักดาราศาสตร์สนใจศึกษาดวงอาทิตย์มาเป็นระยะเวลากว่า 400 ปีแล้ว ถึงคราวที่นาซาจะไปสำรวจท่านประธานของระบบสุริยะเสียที

ชื่อของภารกิจยานสำรวจดวงอาทิตย์ในครั้งนี้ มีชื่อว่า Solar Probe+ (โซลาร์โพรบพลัส) ตัวยานถูกออกแบบให้ทนต่อความร้อนจากดวงอาทิตย์ เพื่อที่จะสามารถพุ่งลงไปสำรวจชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ โดยจะเก็บตัวอย่างของลมสุริยะ และตรวจวัดสนามแม่เหล็กภายในชั้นบรรยากาศ นาซาวางแผนจะปล่อยยานลำนี้ในช่วงปี 2015 และจะสำเร็จภารกิจภายใน 7 ปีให้หลัง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Solar Probe+ จะช่วยแก้ข้อสงสัยสำคัญสองประการของนักดาราฟิสิกส์ นั่นคืออุณหภูิมิที่สูงมากของชั้นโคโรนา และปริศนาเรื่องการเร่งความเร็วของลมสุริยะ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะมีการค้นพบใหม่ๆ ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

ห้องวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Lab) ของมหาวิทยาลัย John Hopkin จะเป็นผู้ออกแบบตัวยาน ซึ่งห้องวิจัยนี้ เคยมีประสบการณ์ในการออกแบบยานสำรวจดวงอาทิตย์

ในขั้นตอนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ Solar Probe+ จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 9 เท่าของรัศมีดวงอาิทิตย์ โล่ห์กันความร้อนซึ่งสร้างจากวัสดุผสมคาร์บอน จะต้องทนอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,400 องศาเซลเซียส และต้องทนต่อการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งไม่มียานสำรวจดวงอาทิตย์ลำไหนเคยเจอมาก่อน

ที่มา - ScienceDaily

ฟีนิกซ์เตรียมวิเคราะห์ดินที่ขุดได้

42
vote

ยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” เตรียมพิสูจน์ข้อสงสัย เกี่วกับดินจากดาวอังคารที่ขุดได้ เพื่อค้นหาสัญญาณบ่งบอก ถึงปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดและดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต หลังจากที่ขุดตัวอย่างดินมาได้จำนวนหนึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ดินที่ได้จากการขุด จะต้องถูกนำมาผ่านกระบวนการทดสอบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการอบที่อุณหภูมิกว่า 1,800 องศา, การวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีต่างๆ เพื่อค้นหาน้ำ หรือแร่ธาตุชนิดใดๆ ก็ตาม ที่สนับสนุนการเกิดหรือดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะร่องรอยของ คาร์บอน, ไฮโดรเจน, ออกซิเจน และ ไนโตรเจน โดยในช่วงเวลาเดียวกัน นักวิทยศาสตร์ วางแผนให้ ฟินิกซ์ ขุดตัวอย่างดินอย่างน้อยสองตัวอย่าง มาวิเคราะห์เพิ่มเติม ภายในสัปดาห์หน้า

ถึงแม้บนพื้นผิวของดาวอังคาร จะไม่ปรากฏร่องรอยของน้ำอยู่เลยก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็เชื่อมั่นว่า เมื่อตอนที่ดาวอังคารยังอุ่นและเปียกชื้นมากกว่านี้ น่าจะเคยมีน้ำอยู่มาก่อน แต่ปัจจุบันน่าจะอยู่ในรุปของน้ำแข็ง ภายใต้ชั้นดินที่ลึกลงไป

ที่มา - Physorg

ฟิีนิกซ์ปล่อยแแขนกลออกมาสำรวจดาวอังคารแล้ว

56
vote

นักวิทยาศาสตร์ เริ่มปล่อยแขนกลของยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” ออกมาสำรวจพืนผิวแล้ว หลังจากที่ล่าช้าไปหนึ่งวัน เนื่องมาจากปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณวิทยุ

ปัญหาเกิดขึ้นมาจาก ดาวเทียมทวนสัญญาณ ที๋โคจรอยู่รอบดาวอังคาร อยู่ในช่วงที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าพอดี เมื่อตอนที่คำสั่งถูกส่งออกไป

ที่มา - Physorg

ยานสำรวจ "ฟินิกซ์" ลงจอดบนดาวอังคารแล้ว

58
vote

ยานสำรวจดาวอังคารของนาซ่า “ฟินิกซ์” ได้ลงจอดเป็นผลสำเร็จ บริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร เมื่อเช้าวันนี้ (เวลาประเทศไทย)

การลงจอดครั้งนี้ แตกต่างจากการลงจอดของยานสำรวจดาวอังคารลำอื่นๆ เนื่องจากเจ้าฟินิกซ์ ใช้จรวจดขับดันและร่มชูชีพในการชะลอความเร็ว (ไม่ได้ตกกระแทกโดยใช้ถุงลมเหมือนเมื่อก่อน) ซึ่งทำให้การลงจอดครั้งนี้นุ่มนวลมาก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใน JPL (Jet Plopulsion Laboratory) ต่างเป็นกังวลในการลงจอดครั้งนี้ เพราะว่าภารกิจไปดาวอังคารส่วนใหญ่ มักประสบความล้มเหลวเกินครึ่ง

ฟินิกซ์จัดสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ 420 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้ได้เข้าใจ สภาพบริเวณพื้นที่แถบขั้วเหนือของดาวอังคาร ว่ามีปัจจัยเอื้อต่อการดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหรือไม่ โดยภารกิจหลักหลักของยานก็คือ ขุดเจาะตัวอย่างน้ำแข็งมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารอินทรีย์ ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถประเมินได้ว่า เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

ฟินิกซ์ประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับวิเคราะห์หาสารอินทรีย์, อุปกรณ์ทางอุตุนิยมวิทยา สำหรับการวิเคราะห์สภาพอากาศ และอุปกรณ์สำคัญ ก็คือ แขนกลความยาว 2.35 เมตร ซึ่งใช้สำหรับเก็บกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์

ที่มา - Physorg

วอยเอเจอร์2 สร้างความประหลาดใจให้นักวิทยาศาสตร์อีกครั้ง

46
vote

ยานอวกาศวอยเอเจอร์2 ได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยศาสตร์อีกครั้ง หลังจากที่ยานได้เข้าสู่ขอบเขตชายแดนของระบบสุริยะ

ยานวอยเอเจอร์2 ได้ถูกออกแบบมาให้สำรวจดาวพฤหัส, ดาวเสาร์ และดวงจันทร์บริวาร โดยในตอนแรกตัวยานคาดหมายว่าจะสามารถปฏิบัติภารกิจเพียงแค่ 5 ปี เท่านัน

ปัจจุบัน ถึงแม้จะผ่านมากว่า 30 ปี แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ก็ยังสามารถทำงานได้ดี และในตอนนี้ วอยเอเจอร์ได้เข้าถึงส่วนนอกของระบบสุริยะ ที่เรียกว่า Heliosheath ซึ่งในบริเวณนี้ ลมสุริยะระหว่างดวงดาวต่างๆ มีอยู่ในระดับปานกลาง

นอกจากวอยเอเจอร์จะสร้างความประหลาดใจในการที่สามารถทำงานมาได้กว่า 30 ปีแล้ว อุปกรณ์ภายในยานยังสร้างความประหลาดใจอีกมากมาย เช่น อุณหภูมิของขอบนอกร้อนกว่าด้านในของระบบสุริยะ แต่ยังต่ำกว่าอุณหภูมิที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้หลายสิบเท่า หรือ การที่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าบีบอัดฟองของแก๊สจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยานวอยเอเจอร์ 2 ยังสามารถตรวจเจอ และวัดแรงลมสุริยะ, อุณหภูมิ, และความหนาแน่น ในขณะที่ยานฝาแฝดรุ่นพี่อย่าง วอยเอเจอร์1 ทำได้แค่ตรวจเจอ แต่ไม่สามารถทำการวัดใดๆ ได้

ขณะนี้ยานวอยเอเจอร์2 ได้เดินทางมาแล้วกว่า 12 พันล้านกิโลเมตร จากโลก และเดินทางด้วยความเร็วกว่า 50,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ที่มา - EurekaAlert

Syndicate content