Solar Energy

อินเทลเริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในศูนย์ของตัวเองแล้ว

อินเทลก็เป็นอีกบริษัทที่หาความมั่นคงทางพลังงานอยู่เช่นกัน เมื่อต้นปีก็ได้มีการประกาศสร้างโรงงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ของตัวเองในศูนย์ของอินเทลจำนวน 8 แห่ง และวันนี้ศูนย์แรกที่มีกำลังผลิต 2.8 เมกกะวัตต์ก็เริ่มใช้งานแล้ว

ศูนย์นี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอินเทลที่แคลิฟอร์เนียร์ โดยอาศัยประโยชน์จากพื้นที่ส่วนปลายแหลมที่ใช้งานสร้างอาคารได้ลำบากขนาด 5.5 เอเคอร์ หรือกว่า 22,000 ตารางเมตรมาติดตั้งโซลาร์เซลล์

การติดตั้งทำโดยบริษัท SolarCity มีเว็บรายงานการผลิตกระแสไฟฟ้ารายวันเสร็จสรรพเปิดให้เราเข้าไปดูได้

ที่มา - Intel

ญี่ปุ่นโชว์ศักยภาพเซลล์แสงอาทิตย์แบบ CIGS ในงาน PhotoVoltanic Japan 2010

ที่งาน PhotoVoltanic Japan 2010 มีการแสดงโซลาร์เซลล์แบบ CIGS (CuIn-GaSe) ที่ให้ประสิทธิภาพดีอย่างน่าทึ่งออกมาหลายรุ่น โดยประสิทธิภาพมีตั้งแต่ 12 ไปจนถึง 15%

บริษัท Q-Cell เป็นบริษัทเดียวที่มีสินค้าวางตลาดแล้วในที่ประสิทธิภาพ 12% และบริษัทระบุว่าได้พัฒนาโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ 14.2% สำเร็จแล้ว เช่นเดียวกับบริษัท MiaSole ที่ผลิตเซลล์ประสิทธิภาพ 10.5% ได้แล้วและกำลังพัมนาเป็นรุ่่น 13.8% ส่วนบริษัท Avancis GmbH & Co KG จากเยอรมันได้พัฒนาโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพถึง 15.1 ได้แล้ว และระบุว่ากำลังจะมีการผลิตในปี 2012

ปัญหาสามประการของพลังงานโซลาร์เซลล์ทุกวันนี้คือประสิทธิภาพการแปลงพลังงานที่มีผลต่อพื้นที่การผลิตไฟฟ้า, ค่าระยะการคืนพลังงานเนื่องจากการผลิตโซลาร์เซลล์สิ้นเปลืองพลังงานในการผลิตสูงมาก, และราคาที่มักแพงเนื่องจากกระบวนการผลิตที่ยังซับซ้อน

ที่มา - Tech-On

MIT ประสบความสำเร็จในการสร้างโซลาร์เซลล์บนกระดาษ

โซลาร์เซลล์แบบพิมพ์นั้นค่อนข้างเป็นความหวังที่ใกล้เคียงความจริงในบรรดาโซลาร์เซลล์ทั้หมด เนื่องจากสามารถผลิตได้คราวละมากๆ อย่างไรก็ตามโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ที่มีในท้องตลาดทุกวันนี้ยังต้องการวัสถุดิบพิเศษอยู่มาก แต่ล่าสุดศูนย์วิจัย Eni-MIT ก็ประกาศความสำเร็จในการพิมพ์โซลาร์เซลล์ลงไปบนกระดาษธรรมดา

ทีมวิจัยระบุวว่าโซลาร์เซลล์ที่ได้นั้นยังได้ประสิทธิภาพไม่ดีนัก โดยประสิทธิภาพการแปลงพลังงานอยู่ที่ 1.5-2% เท่านั้น ขณะที่คู่แข่งอย่าง NanoSolar นั้นทำได้ที่ร้อยละ 16 ในห้องวิจัย ส่วนพี่ใหญ่อย่างไอบีเอ็มนั้นทำได้ที่ร้อยละ 9.6 แต่การที่โซลาร์เซลล์แบบใหม่สามารถพิมพ์บนวัสดุทั่วไปได้เราก็อาจจะหาพื้นที่ติดตั้งมันได้ง่ายยิ่งขึ้น และงานวิจัยนี้ยังอยู่ในชั้นเริ่มต้นเท่านั้น

บริษัท Eni นั้นเป็นบริษัทน้ำมันจากอิตาลี ลงทุนเป็นเงินในศูนย์ Eni-MIT เป็นเงิน 5 ล้านดอลลาร์ โดยศูนย์นี้ได้รับเงินสมทบจาก National Science Foundation อีก 2 ล้านดอลลาร์

ที่มา - Alternative Energy News

สร้างเมืองพลังงานแสงอาทิตย์ที่รัฐฟลอริดา

แม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะมีแนวโน้มสูงว่าเป็นพลังงานทางเลือกที่ดี แต่การใช้งานจริงนั้นยังอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำมาก โดยเฉพาะหากจะสู้กับปัญหาโลกร้อนในทุกวันนี้ เนื่องจากเมืองใหญ่ทั่วโลกนั้นต้องการพลังงานมหาศาล และขาดการจัดการพลังงานที่ดี

โครงการใหม่จากบริษัทพลังงาน Florida Power & Light และบริษัทพัฒนาที่ดิน Kitson & Partners แก้ปัญหาเดิมๆ ด้วยการออกแบบเมืองใหม่ขนาด 70,000 ตารางเมตรใหม่ทั้งเมือง ให้ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ตัวเมืองรองรับประชากรได้ 19,500 หลังคาเรือน โดยใช้พลังงานจากโรงงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 75 เมกกะวัตต์ บ้านทุกหลังในโครงการติดตั้งระบบตรวจสอบการใช้พลังงานเพื่อลดการใช้พลังงานรวมในเมืองลง และยังมีจุดชาร์จไฟให้กับรถไฟฟ้าอีกด้วย

โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าโครงการแบบนี้ค่อนข้างเพ้อฝัน เพราะแม้จะเป็นไปได้ในทางเทคนิคแล้ว แต่การสร้างเมืองใหม่จากศูนย์โดยมีทุกอย่างเป็นของใหม่มีโอกาสที่โครงการจะพังที่จุดใดจุดหนึ่ง (ระดมทุน, ก่อสร้าง, ขายโครงการ ฯลฯ) สูงมาก แต่ถ้ามีการเสนอไอเดียที่เป็นไปได้เช่นนี้ เราอาจจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าเมืองใหญ่ที่ตอนนี้กินพลังงานมหาศาลนั้นทำอะไรกันอยู่

ที่มา - Inhabitat

Shell เลิกลงทุนในพลังงานลม-แสงอาทิตย์-น้ำ หันไปจับพลังงานชีวภาพ

บริษัท Royal Dutch Shell ผู้ค้าพลังงานรายใหญ่ของโลก ประกาศเลิกลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก 3 ชนิด คือ ลม แสงอาทิตย์ และน้ำ ที่บริษัทเคยลงทุนมาตลอด ด้วยเหตุผลว่าให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน และหันไปเน้นพลังงานชีวภาพ (biofuels) แทน เพราะมีลักษณะร่วมกับธุรกิจเดิมของบริษัทมากกว่า

ปัจจุบัน Shell เป็นผู้ซื้อผลผลิตทางการเกษตรเพื่อนำไปผลิตพลังงานชีวภาพรายใหญ่ที่สุดของโลก ในแผนของ Shell นั้นจะพัฒนาพลังงานชีวภาพจากพืชที่ไม่ใช่อาหาร และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ส่วนเรื่องน้ำมัน Shell กำลังหาวิธีลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำมัน โดยใช้เทคนิค carbon capture and sequestration (CCS) เข้าช่วย

กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม Friends of the Earth ได้วิจารณ์ Shell ว่ากำลังเดินผิดทาง เพราะพลังงานชีวภาพนั้นเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าน้ำมันเสียอีก

Shell สามารถผลิตพลังงานลมได้ปีละ 550 เมกะวัตต์ แต่ว่าบริษัทเพิ่งถอนตัวจากโครงการฟาร์มพลังงานลมขนาดใหญ่ในลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว Shell คาดว่าในปี 2025 ตลาดพลังงานโลกจะมีส่วนแบ่งคือพลังงานจากน้ำมัน 80% และพลังงานทางเลือก 20%

ที่มา - Guardian

ทีมงานโอบามา เสนอให้ลงทุนทำโซลาร์เซลล์นอกโลก

ทีมงาน change.gov ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้มีข้อเสนอไปยังรัฐบาลใหม่ให้ลงทุนทำแผงโซลาร์เซลล์ในอวกาศ (Space Solar Power ตัวย่อในวงการคือ SSP)

ทีมงานอ้างผลวิจัยเก่าของ National Security Space Office (NSSO) ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศนั้นมีศักยภาพสูงมากที่จะทำให้อเมริกาเป็น "อิสระ" ทางพลังงาน (แปลว่าไม่ต้องพึ่งน้ำมันต่างชาติ) โดยคิดเทียบให้ว่าถ้าอเมริกาทำแผงโซลาร์เซล์ความกว้าง 1 กม. รอบเส้นศูนย์สูตรของโลก และเก็บสะสมพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเวลา 1 ปีเต็ม จะคิดเป็นพลังงานเทียบเท่ากับน้ำมันดิบทั้งหมดที่อยู่ในโลกในขณะนี้ นอกจากนั้นยังมีเรื่องพลังงานสะอาดแบบที่เรารู้กันดีอยู่แล้วสำหรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ และสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องรอการค้นพบใหม่แบบพลังงานฟิวชั่น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือค่าใช้จ่ายในการสร้างโซลาร์เซลล์รอบวงโคจรโลกยังสูงอยู่มาก ทางทีมงานจึงเสนอให้โอบามาลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศโดยด่วน ตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้โดยตรง (ตอนนี้ยังเป็นงานที่โยนกันไปมาระหว่าง NASA กับกระทรวงพลังงานสหรัฐ) และลงทุนวิจัยเป็นเงิน 300 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นเงินที่สหรัฐจ่ายเพื่อวิจัยเทคโนโลยีฟิวชั่นอยู่ในปัจจุบัน

ใครดู Gundam 00 ก็เตรียมพบกับ Celestial Being ได้เลย

ที่มา - Change.gov ผ่าน Slashdot

เริ่มหนทางสู่ "แสงแห้ง"

ถ้าใครเคยดูโดเรมอน ตอนหนึ่งจะมีพูดถึง "แสงแห้ง" เอาไว้ ด้วยของวิเศษที่รวมเอาแสงไว้เป็นก้อนใต้ดิน ทำให้เราสามารถนำพลังงานไปใช้งานได้ภายหลังอย่างน่าอัศจรรย์ (แน่นอนเพราะมันเป็นการ์ตูน)

ความฝันนี้เริ่มใกล้เข้ามาอย่างไม่น่าเชื่อ จากความรู้พื้นฐานทางเคมีว่าการใช้ "แมกนีเซียม" นั้นสามารถให้พลังงานได้เป็นอย่างดี โดยตัวมันเองจะเผาไหม้เมื่อถูกน้ำและได้ครับความร้อน แล้วปล่อยก๊าซไฮโดรเจนที่สามารถนำไปใช้ในเซลล์เชื้อเพลิงต่อไปได้ และที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการนี้ย้อนกลับได้ด้วยแสงอาทิตย์

การย้อนกลับเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนั่นหมายความว่าเราสามารถเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ในรูปแบบของพลังงานเคมีในก้อนแมกนีเซียม ซึ่งเก็บง่ายกว่าพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานแบบอื่นๆ อยู่มาก ความท้าทายของกรณีนี้คือการสร้างเลเซอร์เข้มข้นสูง 100,000 วัตต์ต่อตารางเซนติเมตร เพื่อย้อนแมกนีเซียมออกไซด์ให้กลายเป็นแมกนีเซียมตามเดิม

ข่าวดีคือการแปลงแสงอาทิตย์มาเป็นเลเซอร์ความเข้มข้นสูงเช่นนี้ทำได้ไม่ยากนัก รายงานใน Journal of Applied Physics ระบุว่าสามารถทำได้ด้วยชุดรวมแสงขนาดเพียงสี่ตารางเมตรเท่านั้น และยังให้ประสิทธิภาพถึงร้อย 10 ซึ่งแม้จะน้อยกว่าโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ๆ แต่ก็ยังมีความหวังที่จะพัฒนาไปให้ดีกว่านี้ได้

ที่มา - ArsTechnica

เลขาธิการยูเอ็น ไปทำงานด้วยรถพลังงานแสงอาทิตย์

เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายบัน คี-มูน ได้ตกลงที่จะช่วยประชาสัมพันธ์พลังงานทางเลือก โดยการไปทำงานโดยใช้รถแท็กซี่พลังงานแสงอาทิตย์

นายบัน คี-มูน ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ ว่าการที่เขาใช้รถแท็กซี่พลังงานแสงอาทิตย์ไปทำงาน จะเป็นการส่งข้อความไปยังผู้คนทั่วโลก ว่าสามารถใช้งานได้จริง

รถแท็กซี่พลังงานแสงอาทิตย์คันนี้ เป็นผลงานของวิศวกรชาวสวิสเซอร์แลนด์ Louis Palmer ซึ่งได้นำรถคันนี้ออกเดินทางไปทั่วโลก รวมถึงการประชุมเรื่องปัญหาโลกร้อน ที่บาหลี อินโดนีเซีย เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาด้วย

ที่มา - Physorg

ญี่ปุ่นประกาศความสำเร็จในการสร้างโซลาร์เซลล์แบบใส

ความพยายามล่าสุดของสถาบันวัสดุศาสตร์แห่งชาติของญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จกับการใช้สารโบรอนไนไตรด์มาใช้สร้างโซลาร์เซลล์ ทำให้ได้เซลล์ที่มีความใสต่อแสงที่ตามองเห็น แต่ยังสามารถผลิตไฟฟ้าไปได้พร้อมๆ กัน

ความยากของกระบวนการนี้คือการโดปสารกึ่งตัวนำลงไปในโบรอนที่ล้มเหลวมาก่อนหน้านี้ จนมีการนำกระบวนการ "laser mixing/plasma CVD" เข้ามาใช้งานจนประสบความสำเร็จ

เซลล์ที่ได้จากกระบวนการนี้มีประสิทธิภาพเพียงร้อยละสอง นับว่าห่างไกลจากเซลล์แบบทึบแสงไปหลายช่วงตัว แต่หากพัฒนายิ่งขึ้นไป พื้นที่ที่ติดตั้งเซลล์แบบนี้ได้จะกว้างไกลกว่าเดิม เพราะสามารถติดตั้งได้ทั้งอาคาร โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของแสงสว่างภายใน

แต่ระหว่างนี้งานวิจัยนี้ก็เตรียมการวางตลาดแล้วสำหรับงานที่ต้องการโซลาร์เซลล์ความทนทานสูงเป็นพิเศษ เช่นโครงการทางอวกาศ และการสำรวจในพื้นที่พิเศษต่างๆ

ที่มา - Tech-On

มิตซูบิชินำเสนอผลงานพัฒนาประสิทธิภาพโซลาร์เซลล์

โซลาร์เซลลแบบที่ใช้กันในทุกวันนี้มักเป็นแบบ polycrystsalline-siligon โดยมักมีความหนาอยู่ที่ 180 ไมโครเมตร แต่ด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ จึงมีความพยายามที่จะผลิตโซลาร์เซลล์ที่บางกว่าเดิมให้เหลือ 100 ไมโครเมตร

ทางมิตซูบิชิได้ประกาศในงานว่าโซลาร์เซลล์แบบบางนี้สามารถทำประสิทธิภาพได้ถึงร้อยละ 17.4 แล้ว และส่วนโซลาร์เซลล์แบบ 180 ไมโครเมตรนั้นก็สามารถดึงประสิทธิภาพขึ้นไปถึงร้อยละ 18.6 ด้วยเทคนิคการเรียงเซลล์แบบรังผึ้งเพื่อลดแสงสะท้อนที่จะลดประสิทธิภาพของเซลล์ลง

โปสเตอร์งานวิจัยทั้งสองชิ้นแสดงอยู่ที่งาน EU PVSEC

ที่มา - Tech-On

Syndicate content