Saturn

บนดวงจันทร์เอนเซลาตัสอาจจะมีทะเล

คุณ Frank Postberg แห่งมหาวิทยาลัย Heidelberg ใช้อุปกรณ์วิเคราะห์ฝุ่นคอสมิคที่ติดตั้งอยู่บนยานแคสซีนี วิเคราะห์ไอน้ำที่พุ่งออกมาจากพื้นผิวดวงจันทร์เอนเซลาตัสทั้ง 4 จุด ในขณะที่ยานแคสซีนีบินผ่าน และพบว่า ไอน้ำที่พุ่งออกมาทั้ง 4 จุด ส่วนใหญ่มีเกลือเป็นส่วนประกอบ และยิ่งเข้าใกล้พื้นผิวของดวงจันทร์มากเท่าไหร่ ปริมาณของเกลือที่พบก็มีมากขึ้นตาม

นักวิทยาศาสตร์จึงสันนิษฐานว่า น้ำแข็งที่อยู่รอบ ๆ จุดที่มีไอน้ำพุ่งออกมาจะมีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่มากถึง 99% และใต้พื้นผิวน้ำแข็งของดวงจันทร์นั้นอาจจะมีทะเล (น้ำเค็ม) ขนาดใหญ่ แต่จะเป็นทะเลแห่งใหญ่แห่งเดียว หรือประกอบด้วยทะเลเล็ก ๆ หลายแห่งอันนี้ยังไม่รู้

ยานแคสซีนีได้ค้นพบไอน้ำพุ่งออกมาจากดวงจันทร์ดวงนี้เมื่อปี ค.ศ. 2005 ซึ่งพุ่งออกมาจากบริเวณที่เป็นร่องบนดวงจันทร์ที่เรียกว่า ลายเสือ (tiger stripes) ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า วงแหวน E ของดาวเสาร์มีโซเดียมประกอบอยู่ด้วย จึงคิดว่ามันน่าจะมาจากดวงจันทร์เอนเซลาตัส

สำหรับเรื่องสิ่งมีชีวิต การศึกษาเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกนั้น อาจจะทำได้ง่ายขึ้นบนดวงจันทร์เอนเซลาตัส เนื่องจากไม่จำเป็นต้องขุดชั้นน้ำแข็งลงไป เพราะไอน้ำพวกนี้มันพุ่งออกมาให้ศึกษาได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว แต่เนื่องจากดวงจันทร์ดวงนี้อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มาก พื้นผิวของมันเลยกลายเป็นน้ำแข็ง ถึงแม้จะมีน้ำ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่แน่นอนเสมอไป

ที่มา: Yahoo! News

เทือกเขาบนไอแอพิตัสเกิดจากดวงจันทร์

ดาวเสาร์มีดวงจันทร์อยู่มากมาย ดวงใหญ่ที่สุดคือ ไททัน ที่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่น รองลงมาคือ เรีย ที่มีออกซิเจน และอันดับสามคือ ไอแอพิตัส (Iapetus)

ไอแอพิตัส ไม่มีชั้นบรรยากาศ ยังไม่พบออกซิเจน แต่มันมีรูปร่างคล้ายผลวอลนัท คือ มีเทือกเขาสูงเป็นแนวยาวต่อเนื่องกันอยู่บนพื้นผิว

เทือกเขาที่ว่านี้ยาว 1300 ก.ม. กว้าง 20 ก.ม. และสูง 13 ก.ม. สูงกว่า 2 เท่าของยอดเขาเอเวอร์เรส มันกินพื้นที่เกือบ 75 % ของพื้นผิวดวงจันทร์ไอแอพิตัส

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันอาจจะเกิดจาก ในอดีตไอแอพิตัสหมุนเร็วมากทำให้พื้นผิวยื่นออกมา ก่อนที่จะหมุนช้าลง เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็เกิดจากแรงดันของวัตถุที่อยู่ภายใต้พื้นผิว

แต่จากการศึกษาของ คุณวิลเลี่ยม แม็คคินนอน แห่งมหาวิทยาลัยวอร์ชินตันในเมืองเซนส์ลุยส์ และคุณแอนดริว ดอมบาร์ด แห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เมืองชิคาโก้ พบว่า เทือกเขานี้เกิดจากดวงจันทร์บริวารของมันต่างหาก

พบภูเขาไฟน้ำแข็ง และส่วนผสมของสิ่งที่ก่อให้เกิดชีวิตบนดวงจันทร์ไททัน

แม้ว่าดาวเสาร์จะถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตรกรโหด แต่ไททันซึ่งเป็นบริวารนั้นยังปลอดภัยดีอยู่ และมีเรื่องราวน่าสนใจคือ ดวงจันทร์ดวงนี้เอื้อต่อการกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า บนดวงจันทร์น้ำแข็งในระบบสุริยะชั้นนอกนั้น จะพบภูเขาไฟน้ำแข็ง (cryovolcano) ได้ทั่วไป และตอนนี้พวกเขาได้พบแล้วว่า ภูเขาไฟน้ำแข็งนั้นมีอยู่จริง และมีอยู่บนดวงจันทร์ไททันบริวารของดาวเสาร์

แทนที่มันจะเป็นภูเขาไฟที่พ่นเอาลาวาร้อน ๆ ออกมาอย่างบนโลก มันกลับพ่นเอาน้ำแข็ง สารไฮโดรคาร์บอน และสสารอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้ผิวดวงจันทร์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแทน ทำให้ชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์ไททันนั้นหนา เต็มไปด้วยไนโตรเจน และมีก๊าชมีเทนปะปนอยู่ ทั้งที่จริงแล้วก๊าซมีเทนนั้นจะสลายตัวเมื่อโดนแสงอาทิตย์

นอกจากนี้แล้ว ในชั้นบรรยากาศยังมีโมเลกุลของสารอินทรีย์ ที่เกิดจากภูเขาไฟน้ำแข็งปะปนอยู่เต็มไปหมด แม้ว่าบรรยากาศจะไม่มีออกซิเจนซึ่งจำเป็นต่อการกำเนิดสิ่งมีชีวิต แต่โมเลกุลเหล่านี้ก็ตกลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์อยู่ตลอดเวลา มันอาจจะผสมกับของเหลวที่อยู่บนพื้นดิน อย่างไฮโดรคาร์บอนเหลวที่อยู่ในทะเลสาบ หรือน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งที่มาจากอุกกาบาตหรือดาวหาง แล้วก่อให้เกิดโมเลกุลชีวภาพขึ้นบ้างก็ได้

ดาวเสาร์อาจได้วงแหวนมาจากการปล้นดวงจันทร์ของตัวเอง

ทฤษฎีกำเนิดวงแหวนของดาวเสาร์เป็นที่ถกเถียงกันมานานแล้ว มีคนเสนอไว้หลากหลายสมมติฐานมาก เช่น วงแหวนเป็นเศษฝุ่นอวกาศที่ค้างมาตั้งแต่ตอนกำเนิดดาวเสาร์, อดีตดวงจันทร์ของดาวเสาร์โดนดาวหางพุ่งชนจนแตกเป็นสะเก็ด, หรือ วงแหวนเป็นเศษของดาวหางที่แตกกระจายอยู่บนทางโคจรของดาวเสาร์พอดี เป็นต้น

แต่คงไม่มีทฤษฎีไหนจะพิลึกพิสดารไปกว่าทฤษฎีล่าสุดของ Robin Canup นักดาวเคราะห์วิทยาจาก Southwest Research Institute อีกแล้ว เพราะเธอคนนี้เสนอว่า "วงแหวนของดาวเสาร์ได้มาจากการปล้นดวงจันทร์ของตัวเอง" ไม่ใช่ขโมยมาเฉยๆ นะ ปล้น-ข่มขืน-ฆ่า-ทำลายหลักฐาน ครบสมบูรณ์แบบเลย (นี่มันดาวเสาร์หรือโจรกันแน่!?)

ภาพหายาก: ดาวเสาร์และดวงจันทร์ทั้งสี่

ภาพหายากจากกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลครับ โดยมันคือดาวเสาร์พร้อมกับดวงจันทร์ 4 ดวงโคจรมาเรียงกันบนด้านสว่างของดาวเสาร์พอดี (มีตัวดาวเสาร์เป็นฉากหลัง)

Saturn

ชื่อของดวงจันทร์ 4 ดวงนี้ (จากซ้ายไปขวา) คือ Enceladus, Dione, Titan, Mimas จะเห็นว่า Titan โตกว่าใครเพื่อน ภาพขนาดใหญ่ดูได้จากเว็บของฮับเบิล

ดาวเสาร์มีดวงจันทร์ที่ยืนยันแล้วทั้งหมด 61 ดวง

ที่มา - Bad Astronomy

วงแหวนของดาวเสาร์ เก่าแก่กว่าที่คิด

นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด (University of Colorado) ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ในการสร้างแบบจำลองและใช้ข้อมูลจากยานสำรวจอวกาศแคสสินี ทำให้ทราบว่าวงแหวนของดาวเสาร์ นั้นใหญ่และเก่าแก่กว่าที่คิด

แบบจำลองที่พัฒนาขึ้น ได้คำนวนแรงดึงดูดและการชน ของชิ้นส่วนและอนุภาคที่เป็นน้ำแข็งกว่า 100,000 ชิ้น ในชั้นของวงแหวนบางขั้นของดาวเสาร์

จากผลการคำนวน วงแหวนของดาวเสาร์น่าจะมีมวลมากว่าที่เคยคิดกัน 3 เท่า และน่าจะมีอายุมากกว่า 1,000 ล้านปี แทนที่จะเป็น 100 ล้านปี เหมือนที่เคยเชื่อกันมา

ที่มา - Physorg

แคสสินีเริ่มส่งข้อมูลของดวงจันทร์เอนเซลาดัสกลับโลก

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา (เวลาแปซิฟิก) ยานสำรวจดาวเสาร์ "แคสสินี" ได้เริ่มส่งข้อมูลกลับมาสู่โลก หลังจากได้บินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ในระยะห่างจากพื้นผิวเพียง 50 กิโลเมตร

สัญญาณที่ส่งมาของยานแคสสินี ถูกรับโดยเครือข่าวสำรวจอวกาศห้วงลึก (Deep Sapce Network) ในประเทศออสเตรเลีย และได้ถ่ายทอดสัญญาณต่อไปยังศูนย์ควบคุมภาระกิจที่นาซา

การบินเฉียดในระยะใกล้นี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 15.21 (เวลาแปซิฟิก) ด้วยความเร็ว 17.7 กิโลเมตรต่อวินาที โดยในระหว่างการบินเฉียด ต้วกล้องและอุปกรณ์ภายในยานได้พุ่งเป้าไปยังขั้วใต้ของดาว ซึ่งเป็นบริเวณที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ เพราะมีน้ำและไอน้ำออกมาจากรอยแยกบนผิวดาว

นักวิทยาศาสตร์มีแผนจะให้ยานแคสสินี บินเฉียดดวงจันทร์เอนเซลาดัสอีกครั้งในเดือนตุลาคม โดยมีระยะห่างเพียง 25 กิโลเมตรจากพื้นผิว

ที่มา - ScienceDaily

Syndicate content