นักชีววิทยามักคิดกันว่าตัวผู้ลงทุนน้อยกว่าตัวเมียในแง่ของการผลิตเซลล์สืบพันธุ์ เนื่องจากสเปิร์มมีขนาดเล็กกว่าเซลล์ไข่มาก ตัวผู้สามารถผลิตสเปิร์มได้เป็นล้านอย่างสบายๆ แต่การทดลอง Damian Dowling แห่ง Monash University และ Leigh Simmons แห่ง University of Western Australia กลับแสดงให้เห็นว่าต้นทุนของการผลิตสเปิร์มก็ไม่ได้ราคาถูกอย่างที่เชื่อกัน
สัตว์ตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองนี้ คือ จิ้งหรีด Teleogryllus oceanicus นักวิจัยจับจิ้งหรีดตัวผู้ใส่ลงในกล่อง กล่องแต่ละใบจะมีตัวเมียอยู่ 1 ตัว ซึ่งตัวเมียก็จะมีทั้งแบบ "ตัวเมียที่ยังไม่โตถึงวัยเจริญพันธุ์", "ตัวเมียที่โตพร้อมแล้วแต่โดนนักวิจัยเอากาวอุดตรงช่องสืบพันธุ์", และ "ตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์ได้ (และไม่โดนกาวอุด)"
ผลการทดลองปรากฏว่า ตัวผู้ที่อยู่กล่องเดียวกับตัวเมียที่ยังไม่โตถึงวัย ผลิตสเปิร์มน้อยกว่าตัวผู้ที่อยู่กับตัวเมียที่โตถึงวัยผสมพันธุ์ถึงสองเท่า และการผลิตสเปิร์มปริมาณมากส่งผลเสียต่อระบบภูมิต้านทานบางอย่าง เช่น ทำให้มีปริมาณโปรตีนใน "เลือด" น้อยลง เป็นต้น แม้ความสัมพันธ์ของปริมาณสเปิร์มที่ผลิตกับระบบภูมิต้านทานก็อยู่เพียงระดับอ่อนๆ เท่านั้น แต่ก็มีนัยสำคัญในทางสถิติ
ในธรรมชาติก็แปลได้ว่า จิ้งหรีดตัวผู้ที่ลงทุนไปกับการสร้างสเปิร์มมาก จะต้องมีแบกรับความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรีย การที่ตัวผู้ลดการผลิตสเปิร์มลงเมื่อไม่มีตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์ ก็อาจจะเป็นกลยุทธปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อที่จะได้ไม่ต้องขาดทุน
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร PLoS ONE doi:10.1371/journal.pone.0030172
ที่มา - PhysOrg

