Pluto

คนตั้งชื่อดาวพลูโต เสียชีวิตแล้ว

ดาวเคราะห์แคระพลูโต (หรือเดิม "ดาวพลูโต") ถูกค้นพบในปี 1930 และถูกตั้งชื่อโดยเด็กผู้หญิงชาวอังกฤษชื่อ Venetia Burney ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 11 ปี

ในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา Venetia Phair (นามสกุลหลังแต่งงาน) ได้เสียชีวิตลงแล้วที่เมือง Banstead ประเทศอังกฤษด้วยอายุ 90 ปี

ตำนานการตั้งชื่อ "พลูโต" นี้เกิดจากเธอกินข้าวเช้ากับแม่และตาซึ่งเป็นอดีตบรรณารักษ์ของห้องสมุดในมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด คุณตาเล่าข่าวการค้นพบดาวพลูโต (ซึ่งปรากฎตัวในทางทฤษฎีมาตั้งแต่ปี 1906 แล้วแต่ยังไม่มีใครถ่ายภาพออกมาได้) ให้เธอฟัง และถามเธอว่ามันควรจะมีชื่อ เมื่อชื่อ "พลูโต" ปิ๊งออกมาจากหัวของเธอ เรื่องก็เริ่มขึ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตาของเธอได้เสนอชื่อนี้ให้เพื่อนนักดาราศาสตร์ที่อ็อกซฟอร์ดฟัง ซึ่งนักดาราศาสตร์คนนี้ก็ได้เสนอต่อที่ประชุมนักดาราศาสตร์ของอังกฤษอีกทอดหนึ่ง ชื่อคู่แข่งอื่นๆ ได้แก่ Kronos, Minerva, Zeus, Atlas, Persephone, Onehtn เป็นต้น แต่สุดท้ายแล้วชื่อพลูโตชนะการโหวตด้วยเหตุผลที่ว่า อักษรสองตัวแรก (PL) เป็นตัวย่อของ Percival Lowell ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งหอดูดาวที่ค้นพบดาวพลูโตเป็นที่แรก

ตระกูลนี้ยังประสบความสำเร็จในการตั้งชื่อดาวอีกครั้ง โดยน้องชายของคุณตาบรรณารักษ์คนนี้ เป็นคนตั้งชื่อดวงจันทร์ Phobos และ Deimos ของดาวอังคาร

ที่มา - New York Times

10 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับดาวพลูโต

จากบล็อก Bad Astronomy ครับ

  1. ดาวพลูโตเคยถูกถ่ายภาพติดตั้งแต่ปี 1919 แต่ไม่มีใครเคยสนใจเพราะว่ามันจางมาก กว่าจะถูกค้นพบอีกครั้งก็คือปี 1930 โดย Clyde Tombaugh
  2. วงโคจรของพลูโตนั้นตัดกับเนปจูน แต่มันกลับไม่เคยชนกัน สาเหตุนี้เป็นเพราะถ้ามองจากแผนภาพแบบ 2d วงโคจรมันจะตัดกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พลูโตมันจะโคจรแบบเอียงๆ ต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น (ภาพประกอบ)
  3. พลูโตเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณดาวเนปจูน ถึงแม้ว่าเนปจูนจะใหญ่มาก แต่พลูโตไม่เคยตกอยู่ใต้แรงดึงดูดของเนปจูนเลย เป็นเพราะว่ารอบของวงโคจรนั้นไม่เท่ากัน แถมในบางครั้งพลูโตนั้นอยู่ใกล้ดาวยูเรนัสมากกว่าเนปจูนเสียอีก
  4. ขนาดและมวลของพลูโต ตามที่นักวิทยาศาสตร์ประเมินนั้นเล็กลงเรื่อยๆ ตามยุคสมัย เนื่องจากว่าพลูโตมันไกลมากก็ต้องใช้วิธีเดา พอเครื่องมือในการวัดนั้นแม่นขึ้น ก็พบว่าพลูโตนั้นเล็กกว่าที่คิดไว้มาก ตอนนี้ตัวเลขล่าสุดคือพลูโตมีมวลคิดเป็น 0.2% ของโลก และมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์
  5. แต่ว่าพลูโตไม่ใช่ดาวที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่สุดขอบของสุริยะจักรวาล นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์กันมานานแล้วว่าแถวๆ พลูโตจะต้องมีดาวขนาดใกล้เคียงกันอยู่ และสุดท้ายในปี 2005 ก็มีคนค้นพบดาวเอรีส (Eris) และดวงจันทร์ของเอรีสชื่อดีสโนเมีย (Dysnomia) ซึ่งมีมวลรวมกันมากกว่าพลูโต 27%
  6. พลูโตมีชั้นบรรยากาศ ถึงแม้จะบางมากแต่ก็มีอากาศ ความดันที่ผิวดาวนั้นคิดเป็น 0.00001 เท่าของโลก และก๊าซส่วนมากเป็นไนโตรเจน มีก๊าซมีเทนเล็กน้อย และช่วงที่พลูโตโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าปกติ ก๊าซที่แข็งตัวอยู่จะระเหิดเป็นไอทำให้มีบรรยากาศเพิ่มขึ้น
  7. พลูโตเป็นระบบดาวคู่ โดยพลูโตนั้นมีขนาดใกล้เคียงกับดวงจันทร์ชารอน (Charon) ของตัวเองมาก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบความสัมพันธ์โลก-ดวงจันทร์) ลักษณะของวงโคจรจึงไม่ใช่ชารอนโคจรรอบพลูโตเหมือนกับดวงจันทร์ของโลก แต่เป็นการโคจรรอบกันและกันแทน (ภาพประกอบ)
  8. เรามีภาพพื้นผิวของดาวพลูโตด้วยนะ เพียงแต่มันเบลอมากจนมองอะไรไม่เห็น เพราะมันไกลมากนั่นเอง (ภาพประกอบ)
  9. แกนของพลูโตนั้นเอียงมากๆ มากกว่ายูเรนัสเสียอีก แกนของพลูโตเอียง 122 องศา ยูเรนัสเอียง 98 องศา ส่วนโลกนั้น 24 องศา แต่ก็ไม่มีใครเอียงเท่ากับดาวศุกร์ที่ซัดไปซะ 177 องศาเชียวแน่ะ
  10. ถึงแม้ว่าพลูโตจะถูกเรียกว่าเป็นดาวน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้ว70% ของมันน่ะเป็นหินอยู่ข้างในต่างหาก

ที่มา - Bad Astronomy

Syndicate content