ผู้ที่เป็นโรคพาร์กินสัน หรือโรคสั่นสันนิบาตนั้น เซลล์สมองส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อจะทรุดโทรมลงไป สารเคมีในสมองที่ชื่อ GABA จะลดลงอย่างมาก ทาง Dr. Micheal Kaplitt ศัลยแพทย์ด้านระบบประสาท ของโรงพยาบาล New York-Presbyterian และศูนย์การแพทย์ Weill Cornell รวมทั้งเพื่อนร่วมงานจึงได้หาวิธีที่จะเพิ่มสารเคมีตัวนี้เขาไปในสมอง
วิธีการนั้นก็คือใช้ไวรัสที่ถูกดัดแปลง พวกเขาจะเจาะกะโหลกศีรษะผู้ป่วยโรคพาร์กินสันในขณะที่ยังรู้สึกตัว แล้วใส่ไวรัสที่มียีนส์ GAD (glutamic acid decarboxylase) นับล้าน ๆ เข้าไปในสมอง เพื่อกระตุ้นให้สมองผลิตสาร GABA เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการเปรียบเทียบผล พวกเขายังได้ทำการผ่าตัดหลอก ๆ กับผู้ป่วยจำนวนหนึ่งด้วย
หลังจากผ่านไป 6 เดือน ผู้ป่วยจะถูกทดสอบเรื่องความสามารถในการเคลื่อนไหวพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับยีนส์บำบัดนั้นทำคะแนนได้ดีขึ้น 23.1% ในขณะที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับจะดีขึ้นเพียง 12.7% เท่านั้น
ทางด้าน Dr. Michael S. Okun ผู้อำนวยการของ National Parkinson Foundation ยอมรับวิธีการนี้ และยกย่องว่า "มันเป็นความหวังใหม่ในการบำบัดอาการของผู้ป่วยพาร์กินสัน"
แต่ Dr. William Weiner ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Maryland Medical Center กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาบอกว่า "แม้ว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลชัดเจนก็จริง แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นน้อยมาก การใส่ยีนส์เพิ่มเข้าไปแค่ตัวเดียว แล้วรักษาโรคทางระบบประสาทได้นั้น น่าเป็นไปได้ แต่ยีนส์บำบัดน่าจะเป็นการลดอาการมากกว่าที่จะรักษาโรคให้หายขาด"
อีกคนที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อคือ คุณ Michelle Gardner หัวหน้าทีมวิจัย และพัฒนาแห่ง Parkinson's U.K บอกว่า "มันเป็นงานวิจัยที่มีความหวัง แต่เราต้องรู้ก่อนว่าผลของมันจะยาวนานแค่ไหน"
ไม่ว่าใครจะคิดยังไง พวกเขาก็มีแผนที่ที่จะทำศัลยกรรมกระตุ้นสมองส่วนลึก ด้วยการฝังอุปกรณ์ควบคุมเส้นประสาทไว้ในสมอง เพื่อช่วยควบคุมอาการพาร์กินสัน และยังบอกอีกว่าวิธีการนี้จะให้ผลดีกว่าการใช้ยีนส์บำบัดถึง 2 เท่า
ที่มา: LiveScience, Yahoo News