Nobel prize

รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2011

รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2011 (หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Sveriges Riksbank Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel" เนื่องจากเป็นรางวัลที่ก่อตั้งโดยธนาคาร Riksbank ของสวีเดนในปี 1968) มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกันสองท่าน คือ Thomas Sargent และ Christopher Sims สำหรับผลงานการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค

งานวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันทั้งสองท่านนี้เน้นถึงการวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายและปัจจัยต่างๆ ต่อภาวะเศรษฐกิจ เช่น นโยบายลดภาษี-ภาวะเงินเฟ้อ เป็นต้น เป็นการวางรากฐานให้นักเศรษฐศาสตร์รุ่นหลังสามารถพัฒนาวิธีวิเคราะห์ระบบเศรษฐกิจและนโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เงินรางวัล 10 ล้านโครนสวีเดนจะถูกแบ่งครึ่ง รับไปเท่าๆ กันทั้งสองท่าน

ที่มา - NobelPrize.org, Wall Street Journal, BBC News

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2011... สัญญาณแห่งยุคของความเท่าเทียมทางเพศ?

คณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้มีมติมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2011 ให้กับนักรณรงค์สิทธิสตรีสามท่าน ได้แก่ Ellen Johnson Sirleaf, Leymah Gbowee และ Tawakkul Karman

Ellen Johnson Sirleaf คือประธานาธิบดีหญิงที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของประเทศไลบีเรีย เจ้าของสมญานาม "หญิงเหล็ก" เธอเข้ามามีบทบาททางการเมืองมาเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วและถูกจำคุกหลายครั้งด้วยข้อหาทางการเมืองก่อนจะชนะการเลือกตั้งในปี 2005 กลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเธอคือผู้นำสันติภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจกลับมาสู่ประเทศไลบีเรีย การได้รับรางวัลโนเบลปีนี้น่าจะส่งผลบวกมหาศาลต่อคะแนนนิยมของเธอในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศไลบีเรียที่กำลังจะมีขึ้นสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน

Leymah Gbowee เป็นผู้นำกลุ่มสตรีชาวไลบีเรียให้ลุกขึ้นมาต่อต้านสงครามกลางเมืองในสมัยของอดีตประธานาธิบดี Charles Taylor สตรีที่เป็นเหยื่อของสงครามทุกคนสามารถเข้าร่วมรณรงค์กับเธอโดยไม่มีการกีดกันเชื้อชาติและศาสนา เธอยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง "เครีอข่ายสันติภาพและความปลอดภัยของผู้หญิงแห่งทวีปแอฟริกา (Women Peace and Security Network Africa) ด้วย และก็ไม่ต้องแปลกใจที่เธอคือหนึ่งในพันธมิตรคนสำคัญที่ช่วยให้ Ellen Johnson Sirleaf ชนะการเลือกตั้งในปี 2005

Tawakkul Karman คือนักสิทธิสตรีหญิงชาวเยเมนผู้เรียกร้องต่อต้านการปกครองของประธานาธิบดี Ali-Abdullah Saleh การต่อสู้ของเธอทำให้เธอถูกจำคุกหลายต่อหลายครั้ง ถูกประณามจากสื่อ หรือแม้แต่ถูกลอบทำร้าย ปัจจุบันเธอสังกัดอยู่กับพรรคการเมือง Islah ซึ่งมีนโยบายปฏิรูปการเมืองตามหลักของศาสนาอิสลาม

เงินรางวัล 10 ล้านโครนสวีเดนจะถูกแบ่งเป็นสามส่วน รับไปเท่ากันทั้งสามคน

ที่มา - NobelPrize.org, BBC News

ยุคที่ผู้ชายเป็นฝ่ายผูกขาดอำนาจการปกครองกำลังจะหมดลงแล้วครับ สังเกตกันง่ายๆ เลย ใครแต่งงานแล้วก็ส่องกระจกดูตัวเองซะ "ทุกอย่างเริ่มที่สถาบันครอบครัว"

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 2011

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปีนี้เป็นของนักเขียนชาวสวีเดน Tomas Tranströmer นับเป็นชาวสวีเดนคนแรกในรอบ 37 ปีที่ได้รับเกียรติยศนี้

Swedish Academy ให้เหตุผลที่มอบรางวัลให้กับ Tomas Tranströmer ว่าเป็นเพราะ[งานเขียนของ]เขาที่นำผู้คนเข้าถึงโลกแห่งความจริงด้วยภาพอันอัดแน่นและโปร่งใส
(ผมก็ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไร ภาษากวีมั้ง? ช่างเถอะ)

"because, through his condensed, translucent images, he gives us fresh access to reality."

Tomas Tranströmer มีอาการสโตรคเมื่อปี 1990 ทำให้ร่างกายซีกขวาของเขาเคลื่อนไหวไม่สะดวกและมีผลต่อการพูดของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้งานเขียนของเขาด้อยคุณค่าลงเลย ชื่อของเขาถูกเสนอขึ้นในที่ประชุมของ Swedish Academy เรื่อยๆ มาตั้งแต่ปี 1993

ที่มา - Reuters, Nobel Prize

รางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2011

รางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2011 นี้มีผู้ได้รับเพียงคนเดียว คือ Daniel Shechtman แห่ง Israel Institute of Technology

ผลงานที่ทำให้ Daniel Shechtman คว้ารางวัลโนเบลคือการค้นพบ "Quasicrystal" ในปี 1984 เมื่อทีมวิจัยของเขาทำให้โลหะหลอมเหลวเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว ก็พบว่าโครงสร้างระดับอะตอมที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็นระเบียบเหมือนผลึก (crystal) แต่ต่างจากผลึกทั่วไปที่โครงสร้างนั้นไม่ปรากฏลักษณะที่ซ้ำต่อกันเป็นคาบๆ เลย และนั่นคือครั้งแรกที่มีรายงานการศึกษา quasicrystal อย่างเป็นทางการ

เนื่องจากมีผู้ได้คนเดียว เงินรางวัล 10 ล้านโครนสวีเดนก็ตกเป็นของ Daniel Shechtman เต็มๆ

ที่มา - BBC News

และเนื่องในโอกาสนี้ผมก็ขอเพิ่ม Quasicrystal เข้าเป็น tag ใน Jusci เลย คาดว่าต่อไปเราคงได้เห็นข่าวของมันมากขึ้น (แม้ว่าผมจะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรก็ตาม)

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี 2011

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2011 มีผู้ได้รับร่วมกัน 3 ท่าน คือ Saul Perlmutter แห่ง Lawrence Berkeley National Lab, Brian Schmidt แห่ง Australian National Lab, และ Adam Reiss แห่งมหาวิทยาลัย Johns Hopkins

เงินรางวัลครึ่งหนึ่งตกเป็นของ Saul Perlmutter ส่วนอีกครึ่งก็จะแบ่งกันระหว่าง Brian Schmidt และ, Adam Reiss

งานวิจัยเกี่ยวกับ supernova ประเภท 1a ของทั้งสามท่านนี้ทำให้ supernova ที่อยู่ห่างจากเรามากกว่าเคลื่อนที่เร็วกว่า supernova อันที่อยู่ใกล้กว่า ซึ่งนั่นก็แปลว่าเอกภพกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่ง ไม่ใช่ค่อยๆ ขยายตัวช้าลงอย่างที่เคยคิดกันก่อนหน้านั้น นี่เองเป็นเหตุผลว่าทำไมนักฟิสิกส์ถึงต้องใส่พลังงานมืดเข้าไปเป็นองค์ประกอบของเอกภพด้วย เพราะถ้าไม่มีพลังงานลึกลับคอยช่วยผลัก แรงโน้มถ่วงก็ควรจะดึงให้เอกภพขยายตัวช้าลงเรื่อยๆ

ที่มา - Scientific American, BBC News, New York Times

รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาและการแพทย์ปี 2011

ผลการประกาศรางวัลโนเบลรางวัลแรกของปี 2011 ออกมาแล้วครับ

สาขาสรีรวิทยาและการแพทย์ปี 2011 (Physiology or Medicine) นี้มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน 3 ท่าน คือ Bruce Beutler แห่ง Scripps Research Institute ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, Jules Hoffmann แห่ง National Center for Scientific Research ของประเทศฝรั่งเศส, และ Ralph Steinman แห่ง Rockefeller University ในนิวยอร์ค

ทั้งสามท่านนี้สร้างผลงานสำคัญด้านการศึกษาภูมิคุ้มกันวิทยา Bruce Beutler และ Jules Hoffmann คือผู้ที่บุกเบิกค้นคว้ากลไกการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันติดตัว (innate immunity) ส่วน Ralph Steinman คือผู้ที่ศึกษาการทำงานของ dendritic cell ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันแบบที่ปรับตัวรับมาภายหลัง (adaptive immunity)

ที่มา - Scientific American

รางวัลโนเบลมีค่าเท่าไรกันแน่?

รางวัลโนเบลถือได้ว่าเป็นความฝันอันสูงสุดของนักวิทยาศาสตร์บนพื้นพิภพนี้ทุกคน ตัวรางวัลจริงๆ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าประกาศนียบัตร, เหรียญทอง, และเงิน 10,000,000 โครนสวีเดน (45,000,000 บาท) แต่ผลประโยชน์จากการได้รางวัลโนเบลมีค่ามากกว่าเงินจำนวนนี้มาก

จากการวิจัยของทีมนักเศรษฐศาสตร์แห่ง Georgia State University พบว่าการมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลนั่งอยู่ในบอร์ดบริหารจะช่วยเพิ่มมูลค่าของบริษัทได้ถึง 24 ล้านเหรียญสหรัฐตอนเสนอขายหุ้น IPO (initial public offering)

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัทยาหรือสารเคมีวิทยาศาสตร์เหล่านี้พ้นระยะแรกไปแล้ว นักลงทุนก็จะมองหาปัจจัยอื่นที่แสดงความั่นคงของบริษัทมากขึ้น คุณค่าของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลก็จะลดลงไปเรื่อยๆ

นอกจากผลประโยชน์ที่เป็นเงินแล้ว งานวิจัยในปี 2008 ยังแสดงให้เห็นด้วยว่านักเคมีและนักฟิสิกส์ที่ได้รับรางวัลโนเบลมีอายุเฉลี่ยยืนกว่านักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้รับรางวัลประมาณ 1-2 ปี (เจ้าของรางวัลโนเบลที่มีอายุยืนสุดในปัจจุบันมีอายุ 102 ปี)

Roger Highfield บรรณาธิการของ New Scientist กล่าวว่า "รางวัลโนเบลคือเกียรติยศสูงสุดของนักวิทยาศาสตร์ หากว่าเป็นไปได้ นักวิทยาศาสตร์คงยินดีเอายายตัวเองขึ้นไปขายบน eBay เพื่อแลกกับรางวัลนี้" (พูดแบบนี้ได้ไง... ยายผมตายไปแล้ว อดเลย)

มหาวิทยาลัยเองก็ได้ผลประโยชน์จากรางวัลโนเบลด้วย คิดดูสิว่าการมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลประดับไว้ในมหาวิทยาลัยจะเยี่ยมยอดขนาดไหน เอาว่ามหาวิทยาลัยบ้านเรายังไม่มีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล แค่มีเจ้าของรางวัลโนเบลมาปาฐกถาก็ขึ้นป้ายโฆษณากันยกใหญ่แล้ว

แต่เกียรติยศแห่งรางวัลโนเบลก็อาจมีผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน Gary Becker เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1992 บอกว่า "รางวัลโนเบลทำให้นักศึกษาน้อมเคารพเกินกว่าจะกล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาบอก" ซึ่งเขาเห็นว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย...

...เพราะไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลก็คือมนุษย์ ย่อมมีผิดพลาดได้เสมอ

ที่มา - AFP via PhysOrg

คำทำนายผลรางวัลโนเบลปี 2011

Thailand's Got Talent กำลังจะเปิดซีซั่น 2 แล้ว เอ๊ย รางวัลโนเบลประจำปี 2011 ใกล้จะประกาศผลแล้ว ผู้เชื่ยวชาญจากหลายสำนักก็เริ่มทำนายผลกันอย่างสนุกสนาน

ผมขอรวบรวมคำทำนายจากเว็บเด่นๆ มาไว้ที่นี่ เผื่อใครสนใจจะได้ เตรียมเปิดโต๊ะรับพนัน ไว้อ่านกันเล่นๆ ก่อนที่จะรู้ผลกันในเดือนหน้า

โซนี่จ้างนักเคมีรางวัลโนเบลมาเป็นที่ปรึกษาวิจัย

ศ. Ei-ichi Negishi หนึ่งในสามเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมีปีนี้ได้งานเสริมเพิ่มอีก 1 งานแล้ว แถมไม่ใช่ตำแหน่งจิ๊บจ้อยซะด้วย (แหม มีรางวัลโนเบลแนบใน résumé จะได้งานเล็กๆ ได้อย่างไร) เพราะบริษัทที่มาจ้าง หรือจะเรียกให้ถูก "มาเชิญ" ให้ Ei-ichi Negishi ไปเป็นที่ปรึกษาวิจัยอาวุโสก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เรารู้จักกันดีอย่าง โซนี่ (Sony) นั่นเอง

ศ. Ei-ichi Negishi เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1935 ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่ Purdue University งานที่ทำให้ท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีร่วมกันนักวิทยาศาสตร์อีก 2 คน (ศ. Richard F. Heck และ ศ. Akira Suzuki) คือการศึกษาและพัฒนานำโลหะพัลเลเดียม (palladium) มาใช้เป็นตัวเร่งในปฏิกิริยาเคมีอินทรีย์ (อธิบายคร่าวๆ พัลเลเดียมช่วยเร่งทำให้เอาคาร์บอนในโมเลกุลสารอินทรีย์มาต่อกันเป็นโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้) ซึ่งผลงานนี้จุดประกายให้เกิดความก้าวหน้าในการสังเคราะห์สารเคมีอินทรีย์อย่างยิ่งใหญ่และกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นในทางอุตสาหกรรมเคมีหรือเภสัชกรรม ฯลฯ

โฆษกของโซนี่กล่าวว่า ศ. Ei-ichi Negishi จะมาช่วยให้คำแนะนำในการวิจัยเกี่ยวกับ Organic electronics ของบริษัท รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในด้านวิธีการฝึกเตรียมความพร้อมให้กับนักวิจัยหน้าใหม่ๆ ที่มีพรสวรรค์ของบริษัทด้วย

ที่มา - PhysOrg

รางวัลโนเบลทำพิษ นักฟิสิกส์เปิดฉากฉะกันนัว

รู้สึกว่าพักหลังๆ นี้ผลประกาศรางวัลโนเบลจะเป็นเรื่องเป็นราวกันให้นินทากันสนุกปากดีจริงๆ คราวปีที่แล้ว (2009) ที่ บารัค โอบามา ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปแบบขัดสายตาชาวโลกนั่นก็รับคำติคำชมกันไปจุกรอบวง (คำชมไม่เท่าไร แต่เสียงคำตินี่ดังข้ามปี)

มาปี 2010 นี้ เรื่องสนุกกลับมาจากทางฝั่งของรางวัลสาขาฟิสิกส์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลคือ Andre Geim กับ Konstantin Novoselov จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ในฐานะผู้สร้างความก้าวหน้าในการศึกษาวิจัยกราฟีน (graphene) ใครอยากรู้จักกราฟีนเพิ่มเติมก็ไปหาอ่านที่อื่นเอาเอง ในตอนนี้เราไม่สน เราจะสนแต่เรื่องคนตีกัน

คณะกรรมการรางวัลโนเบลใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินนั้นเป็นเรื่องที่คงไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ มีนักวิทยาศาสตร์ในวงการกราฟีนไม่พอใจกับผลการประกาศนี้หลายคน หัวหอกที่ลุกขึ้นมาวิจารณ์คณะกรรมการในเรื่องนี้ คือ Walt de Heer แห่ง Georgia Institute of Technology จนถึงกับร่อนจดหมายไปถึงคณะกรรมการรางวัลโนเบลเลย เนื้อความในจดหมายชี้ข้อผิดพลาดที่ปรากฏในเอกสารประกอบผลประกาศไว้หลายจุดด้วยกัน ลองไปอ่านฉบับเต็มได้จาก www.gatech.edu/graphene/

Syndicate content