Neuroscience

เผยโฉมไซบอร์กแมลงของกลาโหมสหรัฐ

สิ่งมีชีวิตที่เราเรียกว่า ไซบอร์ก (Cyborg) หรือ หุ่นยนต์ครึ่งสิ่งมีชีวิต ใกล้ความเป็นจริงเข้าทุกที เมื่อทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ได้ประสบความสำเร็จในการฝังขั้วไฟฟ้า (electrode) เข้าไปในแมลงปีกแข็งเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถที่จะควบคุมการบินของมันได้

"เราได้แสดงให้เห็นถึงการควบคุมแมลงเหล่านี้ไร้สาย โดยใช้การกระตุ้นการทำงานของประสาทผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารวิทยุไร้สายขนาดจิ๋ว" นักวิจัยกลุ่มนี้ระบุในบันทึกในเอกสารงานวิจัยใน Frontiers in Integrative Neuroscience และยังบอกอีกกว่า "อุปกรณ์พวกนี้ประกอบไปด้วย ตัวกระตุ้นระบบประสาท ตัวกระตุ้นกล้ามเนื้อ ชิพไมโครคอนโทรลเลอร์สำหรับควบคุมรับ-ส่งสัญญาณวิทยุ และแบตเตอรี่ขนาดจิ๋ว"

การวิจัยครั้งนี้ให้การสนับสนุนโดย กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ (Pentagon) ภายใต้โครงการวิจัยทางการทหารระดับสูง ที่รู้จักกันดีในนาม ดาร์ปา (DARPA) ซึ่งงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามใน โครงการ HI-MEMS ซึ่งมุ่งเสาะแสวงหาวิธีการต่างๆในการฝังระบบจักรกลขนาดเล็กเข้าไปยังแมลงเพื่อที่จะควบคุมการเคลื่อนไหวของมัน

ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมี มีนักวิจัยหลายกลุ่มได้ประกาศความสำเร็จในโครงการลักษณะเดียวกัน เช่น กลุ่มของนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนที่ทำการทดลองกับผีเสื้อกลางคืน แต่ งานวิจัยในครั้งนี้ของนักวิจัยจากเบิร์กลีย์ทำได้ดีกว่ามากในการควบคุมการบินของแมลง เพราะมันเป็นการฝังตัวกระตุ้นระบบประสาทในสมองของแมลงปีกแข็งเพื่อที่จะให้ เริ่มบิน หยุดบิน และควบคุมทิศทางการบิน นักวิจัยยังสามารถทำให้มันบินหมุน โดยการกระตุ้นที่กล้ามเนื้อ basalar อีกด้วย

ท้ายสุดแล้ว แมลงเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อเป็นพาหนะ เข้าไปยังที่ๆมนุษย์ หรือแม้แต่หุ่นยนต์เข้าไปไม่ได้

และอีกไม่นาน ก็คงถึงคิวของ "มนุษย์ไซบอร์ก" แล้วสินะ....

ตัวอย่างการทำงาน สามารถชมได้จาก YouTube ข้างล่างนี้

<!?break?>

ที่มา : Wired

เราเดาได้เพราะว่าเรารู้?

ปกติเรามักคิดว่าเราต้องเดาคำตอบเพราะว่าเราไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไร อันที่จริงแล้วสมองเรารู้คำตอบนั้นแล้วต่างหาก เพียงแต่เราไม่รู้ว่าเรารู้!

ข้อสรุปนี้มาจากการวิจัยในมหาวิทยาลัย Northwestern University ซึ่งแยกกลุ่มทดลองเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกได้รับคำชี้แจงให้ดูภาพและจดจำเอาไว้ ส่วนกลุ่มที่สองมีการเปิดภาพชุดเดียวกันให้ดู แต่ได้รับคำชี้แจงให้จดจำตัวเลขที่ผู้วิจัยบอก แล้วต้องตอบให้ถูกว่าเป็นเลขคู่หรือคี่ หลังจากนั้นทั้งสองกลุ่มจะถูกทดสอบความจำด้วยภาพที่ได้ฉายไปแล้ว ผลปรากฎว่ากลุ่มที่สองซึ่งถูกดึงความสนใจจากการดูภาพอยู่ตลอดเวลาสามารถจำภาพได้ถูกต้องแม่นยำกว่ากลุ่มแรกที่เพ่งสมาธิกับการจดจำภาพ และเป็นที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าที่กลุ่มที่สองซึ่งอ้างว่าเดาเอาเพราะรู้สึกคุ้นๆกับภาพเป็นพวกที่จดจำภาพได้มากที่สุดจากการทดสอบ

นอกจากนี้ยังมีการยืนยันโดยการตรวจวัดคลื่นสมองด้วย พบว่าหลังจากที่ผู้เข้าร่วมทดลองเห็นภาพที่ได้เห็นไปแล้วประมาณ 0.25 วินาที จะมีคลื่นสัญญาณของความคิดในระดับจิตใต้สำนึกส่งออกมาจากสมอง

ศาสตราจารย์ K. Paller ผู้ร่วมวิจัยในงานนี้ยังสรุปไว้ด้วยว่า "ที่จริงเราใช้ความคิดระดับจิตใต้สำนึกนี้ในชีวิตปกติประจำวันทั่วไป โดยเฉพาะการตัดสินใจแก้ปัญหา ทำข้อสอบหรือแม้กระทั่งการเลือกซื้อสินค้า"

ที่มา LiveScience

Syndicate content