Mobile

ผลศึกษาข้อมูล 18 ปีจากเดนมาร์ก มือถือไม่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งสมอง

ปัญหาว่าโทรศัพท์มือถือเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งหรือไม่เป็นปัญหาที่นักวิจัยพยายามหาคำตอบกันมาพอสมควร ล่าสุด ผลการศึกษาจากประเทศเดนมาร์ก ไม่พบความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งในระบบประสาทส่วนกลางจากการใช้โทรศัพท์มือถือ

ทีมวิจัยที่นำโดย Patrizia Frei ศึกษาข้อมูลของชาวเดนมาร์กอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยใช้ข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือจำนวน 358,403 คนตั้งแต่ปี 1990-2007 และทะเบียนโรคมะเร็ง ไม่พบหลักฐานว่าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมานานกว่า 13 ปี มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งที่สมองมากกว่าผู้ที่ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ

ในบทบรรณาธิการของ BMJ ที่ตีพิมพ์ผลวิจัยดังกล่าว ได้พูดถึงงานวิจัยนี้ว่าระเบียบวิธีวิจัยของงานชิ้นนี้มีข้อดีเหนืองานวิจัยอื่นๆ ก่อนหน้าตรงที่ใช้การจำแนกกลุ่มด้วยคอมพิวเตอร์จากข้อมูลในทะเบียน ทำให้ลดปัญหาจากการติดต่อกับคนโดยตรง เช่น ปัญหา selection bias อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีจุดอ่อนตรงที่ข้อมูลการจดทะเบียนโทรศัพท์มือถือ อาจไม่ตรงกับการใช้งานจริง เช่น อาจมีผู้ใช้โทรศัพท์มีไม่ได้จดทะเบียนเอง ทำให้การจำแนกนั้นไม่ถูกต้อง แต่ก็เชื่อว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มานานโดยไม่มีการจดทะเบียนเอง น่าจะเป็นส่วนน้อยของประชากร

ที่มา – BMJ (Abstract), BMJ (Editorial), Bloomberg

NTT Docomo โชว์โทรศัพท์ตรวจวัดสุขภาพ

NTT Docomo เตรียมการสาธิตโทรศัพท์ต้นแบบที่เพิ่ม การแสดงข้อมูลต่างๆ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ใช้ เซ็นเซอร์เหล่านั้นได้แก่ เซ็นเซอร์แสง UV, ตรวจจับลมหายใจ, รังสีแกมม่า, และระดับไขมัน

ภายในโทรศัพท์มือเซ็นเซอร์ตรวจวัดอะซีโตน ซึ่งสามารถนำไปเทียบค่าหาระดับการเผาผลาญไขมันและระดับความหิวของร่างกายของเราได้ อนาคตก่อนเราจะกินข้าวเราอาจจะหายใจใส่โทรศัพท์เพื่อให้มันให้ความเห็นว่าเราควรกินได้หรือยัง

นอกจากนี้ Docomo ยังเตรียมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ของ Docomo เองเพื่อนำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมมาแสดงในโทรศัพท์ เซ็นเซอร์เหล่านี้มีมากกว่า 2,500 จุดทั่วประเทศ ถ้าเป็นเมืองไทยเราอาจจะตั้งค่าระดับฝุ่นไว้เพื่อให้โทรศัพท์เตือนไม่ให้เราเข้าพื้นที่ฝุ่นเยอะเกินไป อีกส่วนหนึ่งคือฐานข้อมูลอาหาร เพียงเราถ่ายรูปอาหารแอพพลิเคชั่นจะแสดงคุณค่าทางอาหารและระดับพลังงานของมื้อนั้นๆ ได้ทันที

เรียกว่าจะกิน นอน หรือเดินทางก็ถามโทรศัพท์ทุกอย่างเลยทีนี้

ยังไม่มีขาย แต่บางไอเดียน่าจะเอามาทำแอพพลิเคชั่นแบบเฉพาะได้ในบ้านเรา

ที่มา - Penn Olson

โครงการพัฒนาอุปกรณ์ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้รับเงินทุน 6.4 ล้านดอลลาร์

โครงการ eSTI² เป็นโครงการพัฒนาชิปและซอฟต์แวร์ที่จำเป็น เพื่อตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infection - STI) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ได้รับเงินทุนวิจัยจากคณะกรรมการเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ของอังกฤษจำนวน 6.4 ล้านดอลลาร์

ปัญหาสำคัญของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือผู้ป่วยมักอายที่จะเดินทางไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาลอย่างถูกต้อง แม้วิทยาการรักษาจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง การที่ผู้ป่วยสามารถตรวจภาวะของโรคได้เองที่บ้านแล้วรายงานผลไปยังแพทย์เพื่อรักษาระยะไกลจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังช่วยลดการระบาดของโรคได้อีกทางด้วย

ทีมวิจัยประกอบด้วยหน่วยงานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัย Brunel, มหาวิทยาลัย Warwick, และมหาวิทยาลัยแห่งลอนดอน

ที่มา - eWeek

MIT เขียนซอฟต์แวร์บน Android เพื่อการรักษาโรคทางไกล

เรื่องน่าแปลกสำหรับโลกนี้คือโทรศัพท์มือถือนั้นเข้าถึงคนถึง 5 พันล้านคนทั่วโลก หลายพื้นที่เข้าถึงแม้จะเป็นพื้นที่ห่างไกลจากการแพทย์พื้นฐานก็ตามที งานนี้ทางห้องวิจัย Computer Science and Artificial Intelligence Laboratory (CSAIL) ของ MIT จึงได้สร้างโครงการที่ชื่อว่า Sana (แปลว่าสุขภาพดีในภาษาสเปนและอิตาลี) โดย Sana จะเป็นเครื่องมือสำหรับเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพเพื่อเก็บข้อมูลไปยังแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาการรักษาระยะไกล

Sana สามารถรวบรวมข้อมูลภาพเอ็กเรย์, บันทึกสัญญาณ ECG, อัลตร้าซาวน์, และภาพถ่ายเพื่อส่งกลับไปยังโรงพยาบาลศูนย์ได้

ทีมงานจาก MIT จำนวน 20 คนกำลังบินไปอินเดียและฟิลิปปินส์ เพื่อสาธิตและจุดประกายให้กับนักพัฒนาท้องถิ่นเพื่อให้สามารถพัฒนา Sana ตามความต้องการได้ต่อไป โดยทีมงานระบุว่า โครงการนี้ไม่ใช่การหยิบยื่นเทคโนโลยีให้กับผู้ใช้ แต่เป็นฝึกผู้ใช้ท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาที่พึ่งพาตัวเองได้ต่อไป

3G ไม่มีอาจจะไม่ตาย แต่ถ้ามีการใช้การแพทย์ระยะไกลอย่างกว้างขวางเช่นนี้จริง น่าจะช่วยลดคนตายได้ไม่น้อย

ที่มา - MIT

การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อาจป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์

ปกติเรามักจะคิดว่าการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่งานวิจัยที่มาจากคณะที่นำโดย Gary W. Arendash จาก Florida Alzheimer's Disease Research Centerนี้อาจให้ผลที่แตกต่างกันออกไป

โดยนักวิจัยได้ทำการทดลองให้หนู (Mouse) ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ให้อยู่กับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปริมาณที่ใกล้เคียงกับที่พบในการใช้โทรศัพท์ของคนทั่วไป (ประมาณวันละสองชั่วโมง เป็นเวลา 7-9 เดือน) นักวิจัยพบว่าการสะสมของโปรตีน Beta Amyloid ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ นั้นลดลง และหนูนั้นมีความจำที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ดีนักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นได้อย่างไร ทฤษฏีที่มีอยู่คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจจะทำให้เกิดการขับออกของโปรตีนดังกล่าว หรืออาจจะเป็นจากการที่มีเลือดไปเลี้ยงสมองในปริมาณที่มากขึ้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ย้ำว่าผลลัพธ์ของการทดลองนี้ยังไม่สามารถนำไปสรุปใช้กับในคนได้

ที่มา: Journal of Alzheimer's Disease (Full Text PDF), Reuters

รัฐเมนเสนอร่างกฏหมายเตือนอันตรายมะเร็งจากโทรศัพท์มือถือ

รัฐเมนในสหรัฐอเมริกามีการเสนอร่างกฏหมายเพื่อให้มีการเตือนว่าโทรศัพท์มือถืออาจจะเป็นสาเหตุของมะเร็ง ด้วยตัวอักษรคำว่า Warning สีแดงขนาดใหญ่, โลโก้รูปสมอง, และข้อความเตือนอันตรายที่ลบออกไม่ได้

ที่น่าสนใจคือกฏหมายฉบับนี้ไม่ระบุถึงความเข้มของรังสีที่ปล่อยออกมาจากโทรศัพท์แต่อย่างใด ขณะที่ซานฟรานซิสโกเคยมีการเสนอกฏหมายคล้ายๆ กันแต่เป็นการระบุตัวเลขรังสีที่จะได้รับจากโทรศัพท์แทน

ปัญหาคือยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ฉบับใดสามารถยืนยันถึงความเกี่ยวข้องระหว่างมะเร็งและโทรศัพท์มือถือได้อย่างแน่ชัด ขณะที่คลื่นจากโทรศัพท์มือถืออาจจะทำให้น้ำในบริเวณใกล้เคียงร้อนขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ก่อมะเร็งนั้นเป็นคนละเรื่องกัน

รายงานทางวิทยาศาสตร์ที่มีการเสนอ มีการศึกษาอัตราการเป็นมะเร็งของประเทศเดนมาร์ก, ฟินแลนด์, นอร์เวย์, และสวีเดน พบว่าอัตราการเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แต่ในระยะสิบกว่าปีให้หลังนี้ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างมาก อัตตราการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

ที่มา - ArsTechnica, Oxford Journal, Yahoo! News

นักวิจัยเปลี่ยนกล้องติดโทรศัพท์ให้เป็นกล้องจุลทรรศน์

นักวิจัยนำทีมโดย David N. Breslauer จาก University of California Berkeley นั้นได้ค้นพบวิธีการติดตั้งเลนส์เพิ่มเพื่อเปลี่ยนกล้องติดโทรศัพท์ธรรมดาๆ ให้เป็นกล้องจุลทรรศน์ที่สามารถส่องดูเม็ดเลือด และเชื้อมาลาเรียได้

กล้องรุ่นที่ทีมนักวิจัยนั้นใช้คือ Nokia N73 (ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล) และใช้อุปกรณ์ชุดเลนส์ที่ทางทีมวิจัยให้ชื่อว่า CellScope เมื่อต่อกับเลนส์กล้องของโทรศัพท์แล้วก็จะสามารถถ่ายภาพได้จากโทรศัพท์เอง สำหรับคุณภาพของภาพที่ได้ออกมานั้นถือได้ว่าดีทีเดียว โดยสามารถที่จะเห็นเชื้อมาลาเรียได้อย่างชัดเจน และเห็นเชื้อวัณโรคได้ด้วยเทคนิคเพิ่มเติมเล็กน้อย (ลองดูรูปใน PLoS ONE และวิดีโอจากหน้านี้ประกอบ)

นักวิจัยเชื่อว่าการค้นพบในครั้งนี้นั้นจะช่วยให้ประเทศที่ยากจนและไม่มีเงินสำหรับซื้อกล้องจุลทรรศน์นั้นสามารถวินิจฉัยโรคเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

ที่มา: PLoS ONE Research Article via Scientific American, UCBerkeley News

Syndicate content