Military

กองกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ กำลังใช้ยานบินไร้คนขับมากขึ้น

ช่วงหลังๆ เราเห็นภาพเครื่องบินไร้คนขับในภาพยนตร์สงครามมากขึ้นเรื่อยๆ คำถามคือจริงๆ แล้วกองทัพใช้ยานเหล่านี้เยอะขนาดนั้นเลยหรือ รายงานล่าสุดจาก Congressional Research Service (หน่วยงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐฯ) ได้รายงานออกมาว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังใช้งานยานบินไร้คนขับนี้จำนวนสูงขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2010 มียานบินประจำการประมาณ 7,500 ลำ

รัฐสภาสหรัฐฯ นั้นมีเป้าหมายที่จะให้การโจมตีทางอากาศนั้นใช้ยานไร้คนขับอย่างน้อยหนึ่งในสาม ด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาและชีวิตของทหาร

ปัญหาราคาของยานบินเหล่านี้คือมันยังไม่เคยถูกอย่างที่หวังไว้ แม้ตัวยานบินจะถูกกว่าเครื่องบินรบตามปรกติ แต่มันมักติดอุปกรณ์ราคาแพงไว้จำนวนมาก จนทำให้ความเสียหายเมื่อยานตกสร้างความเสียหายในแง่ของทรัพย์สินและเทคโนโลยีได้มาก

ยานบินเหล่านี้ส่วนมากยังเป็นยานลาดตระเวณ เช่นรุ่นยอดนิยมคือ RQ-11 Raven ที่มีใช้งานกว่าห้าพันลำในกองทัพบก แต่ละลำเป็นเพียงลำเล็กๆ ปล่อยด้วยการขว้างของทหาร มีระยะบิน 10 กิโลเมตร แต่ยานลาดตระเวณเล็กๆ ขนาดนี้ก็ยังมีราคานับล้านบาทเฉพาะตัวยาน

อย่างไรก็ดี แม้กองทัพสหรัฐฯ จะมีเป้าหมายในการใช้ยานไร้คนขับเหล่านี้ให้มากขึ้น แต่ในแง่ของงบประมาณแล้วก็ยังจำกัดอยู่มาก งบประมาณกองทัพในปี 2011 นี้ให้กับยานได้คนขับเพียง 8% เท่านั้น

ที่มา - U.S. Unmanned Aerial Systems

ยานสอดแนมแบบไร้คนขับรุ่นใหม่ของสหรัฐฯ ติดกล้อง 1.8 กิกะพิกเซล

กองทัพสหรัฐฯ เปิดตัวยานไร้คนขับขึ้นลงแนวตั้ง (Vertical-Take-Off-and-Landing Unmanned Aerial System - VTOL-UAS) หรือเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ ใน A160 Hummingbird จากบริษัท Boeing โดยมีความพิเศษคือมันติดกล้อง ARGUS-IS (Autonomous Real-time Ground Ubiquitous Surveillance-Imaging System) ที่มีเซ็นเซอร์ความละเอียด 1.8 กิกะพิกเซลอยู่

ความละเอียด 1.8 กิกะพิกเซล โดยข่าวไม่บอกความกว้างของเลนส์ที่ติดไปด้วย ทำให้เฮลิคอปเตอร์ลำนี้สามารถติดตามเป้าหมายเช่นคนหรือรถได้ขณะที่บินสูงถึง 20,000 ฟุต (6 กิโลเมตร) เพื่อความปลอดภัยจากการถูกยิงเสียเอง ระบบ ARGUS-IS นี้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเป้าหมายบนพื้นดินได้เองจำนวนมาก โดยหากมีคนเป็นกลุ่มออกมาจากอาคารระบบนี้ก็สามารถติดตามทุกคนในพื้นที่ได้พร้อมๆ กัน

ก่อนหน้านี้ระบบ ARGUS-IS เคยติดตั้งอยู่บนเครื่อง UH-60 Black Hawk (อย่าเผลอเติม Down ใส่ชื่อเครื่อง), และที่ปีกของเครื่อง DC-8 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ระบบนี้จะติดไปกับยานไร้คนขับ ทำให้ลดความเสี่ยงของการสูญเสีย

ที่มา - Army.mil-1, Army.mil

กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงปืนรางแม่เหล็กไฟฟ้าครบ 1000 นัดแล้ว

ปืนรางแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic railgun) เป็นปืนที่นับว่าเป็นความฝันทางการทหารมานาน ด้วยความที่ตัวปืนไม่ต้องการดินปืนอีกต่อไป แต่อาศัยการขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูง เร่งให้ลูกปืนพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง โดยตอนนี้ปืนต้นแบบขนาดใหญ่นั้นอยู่ในห้องทดลองของกองทัพเรือสหรัฐฯ และหลังกจากติดตั้งมานานกว่าสี่ปี ตอนนี้ปืนกระบอกล่าสุดก็สามารถยิงได้ 1,000 นัดแล้ว

ความท้าทายของปืนรูปแบบนี้คือมันสามารถยิงกระสุนออกไปด้วยความเร็วสูงมากจนเมื่อยิงกระสุนออกไปจะเกิดความร้อนจนกระทั่งหลอมตัวกระบอกปืนเอง การพัฒนาของกองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถหาวัสดุที่ทนทานต่อความร้อนได้จนสามารถยิงกระสุนด้วยพลังงานจลถึง 1.5 เมกกะจูลได้เป็นปรกติ ข้อดีของการยิงความเร็วสูงแบบนี้คือพลังงานจลในการยิงเองจะเพิ่มอำนาจการทำลายล้างของกระสุนจนไม่ต้องใช้ดินปืนแต่อย่างใด ความเร็วที่สูงจะทำให้ความเป็นวิถืโค้งของกระสุนน้อยลง สามารถเล็งได้แม่นยำขึ้น กระสุนอาจจะเป็นกระสุนขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลงทำให้สามารถนำกระสุนไปด้วยครั้งละมากๆ ได้

นอกจากใช้ทำลายล้างแล้ว ความหวังอย่างหนึ่งของปืนรางแบบนี้คือการใช้นำส่งวัสดุขึ้นสู่อวกาศ จากการเร่งความเร็วต้นได้สูงมาก ทำให้นักออกแบบจรวดมีความหวังว่าจะสร้างระบบนำส่งที่มีต้นทุนต่อกิโลกรัมถูกกว่าเดิม ด้วยการใช้ปืนรางนี้ยิงจรวดจากพื้นโลกขึ้นไปด้วยความเร็วสูงจนหลุดพ้นแรงโน้มถ่วงโลกได้ คาดว่าหากใช้งานได้จริง การนำส่งจรวดขึ้นไปยังวงโคจรจะมีต้นทุนถูกลงหลายสิบเท่าตัว

ที่มา - Engadget

ญี่ปุ่นกำลังสร้างระบบ GPS ของตัวเอง

แม้ระบบ GPS ของสหรัฐฯ จะใช้งานได้ดีแถมมีค่าใช้จ่ายต่ำเพราะกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ดูแลรักษาดาวเทียมทั้ง 24 ดวงให้ แต่ในแง่ความมั่นคงแล้วก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่งเพราะสหรัฐฯ อาจจะปิดสัญญาณไม่ให้ต่างชาติเข้าใช้งานเมื่อใหร่ก็ได้ ล่าสุดทางการญี่ปุ่นก็ระบุว่ารัฐบาลกำลังที่จะสร้างระบบ GPS ของตัวเอง

ดาวเทียมชุดแรกของญี่ปุ่นจะยิงขึ้นไป 6-7 ดวงและทำงานได้ในปี 2014-2015 โดยจะครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก

นอกจากความมั่นคงแล้วดาวเทียมชุดนี้ยังใช้ช่วยเสริมความแม่นยำจากระบบ GPS ของสหรัฐฯ ได้ด้วยในตัว โดยใช้งบประมาณสองแสนล้านเยนหรือหกหมื่นล้านบาท

ที่มา - PhysOrg

กองทัพอากาศจีนโชว์เครื่องบินรบล่องหน

ภาพเครื่องต้นแบบของเครื่องบินรบ J-20 จากประเทศจีนถูกเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตจนนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเครื่องบินล่องหนจากจีน นับแต่ทางการจีนระบุว่ากำลังพัฒนาเครื่องบินล่องหนของตัวเอง

เรื่องที่ถกเถียงกันคือเครื่องบิน J-20 นั้นออกปฎิบัติการได้จริงแล้วหรือยังเป็นเพียงโครงเปล่าๆ ที่ทดสอบความสามารถในการหลบการตรวจจับสัญญาเรดาร์อยู่

ทางการจีนเคยระบุว่าเครื่องบินล่องหนของจีนเองน่าจะเริ่มประจำการได้ในปี 2018 ถึง 2020

ภาพทั้งหมดถ่ายโดยช่างภาพสมัครเล่นที่ถ่ายจากนอกรั้วฐานทัพ

ที่มา - Wall Street Journal

เครื่องบินไร้มนุษย์พลังแสงอาทิตย์ทำสถิติบินต่อเนื่องสองสัปดาห์

เครื่องบินแบบไร้มนุษย์เป็นอีกทางเหลือหนึ่งที่อาจจะมาแทนที่ดาวเทียมที่มีความเสี่ยงสูงและบำรุงรักษายาก แต่ข้อจำกัดสำคัญคือระยะเวลาทำการที่เครื่องบินไม่สามารถบินวนได้นานนัก แต่เครื่อง Zephyr ก็ทำสถิติบินต่อเนื่องใหม่เป็นเวลา 336 ชั่วโมง 22 นาที 8 วินาที หรือเกือบสองสัปดาห์เต็ม

เครื่องบิน Zephyr สร้างโดยบริษัทอาวุธ QinetiQ มันบินสูงถึง 21.562 กิโลเมตร (สถิติโลกสำหรับเครื่องน้ำหนักช่วงเดียวกัน) ความกว้างปลายปีก 22.5 เมตร น้ำหนักรวมประมาณ 50 กิโลกรัม และใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมซัลเฟอร์

เครื่องบินแบบนี้อาจใช้ทางการทหารเพื่อลาดตระเวณและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเป็นเวลานานหรืออาจจะทำหน้าที่เป็นโครงข่ายสื่อสารให้กับทหารบนพื้นดิน ข้อดีสำคัญคือเราสามารถกำหนดให้มันบินวนในพื้นที่เดิมตลอดเวลาได้ ขณะที่ดาวเทียมนั้นจะทำได้ต่อเมื่อเป็นวงโคจรค้างฟ้าที่วงโคจรสูงและค่านำส่งแพง ส่วนดาวเทียมวงโคจรต่ำก็มักมีรอบโคจรที่เร็วกว่าการหมุนของโลกหลายเท่าตัว ทำให้ต้องรอหลายชั่วโมงเพื่อให้มันผ่านพื้นที่ที่ต้องการบริการ

ที่มา - BBC

ปืนใหม่กองทัพสหรัฐฯ สามารถตั้งให้กระสุนระเบิดเมื่อไรก็ได้

กองทัพสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยปืนใหม่สุดไฮเทคนามว่า XM25 Counter Defilade Target Engagement System ซึ่งมีความสามารถพิเศษคือสามารถตั้งให้ลูกกระสุนที่ยิงออกไประเบิดที่ระยะทางจุดใดก็ได้

XM25 Counter Defilade Target Engagement System (ขอเรียกสั้นๆ ว่า XM25) พัฒนาโดย Minnesota's Alliant Techsystems มีน้ำหนัก 12 ปอนด์ (5.4 กิโลกรัม) พิสัยการยิงประมาณ 2,300 ฟุต (700 เมตร) เมื่อลูกกระสุนขนาด 25 มม. ถูกยิงออกจากรังเพลิง ชิปคอมพิวเตอร์ในหัวกระสุนจะคำนวณระยะทางที่มันเคลื่อนที่ หากถึงระยะที่ผู้ยิงกำหนดไว้ มันก็จะระเบิดทำลายเป้าหมายเรียบเป็นหน้ากลอง

แม้ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฮเทค แต่ว่าพันโท Christopher Lehner แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ยืนยันว่ากระบวนการในการใช้ XM25 นั้นง่ายดายมาก หลังจากที่ฝึกจนคุ้นเคยแล้วทหารสามารถทำการยิงทำลายเป้าหมายได้ในเวลาเพียง 10 วินาทีเท่านั้น

หลังจากที่ได้ใช้งานครั้งแรกในสงครามที่อัฟกานิสถานในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา XM25 ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของยุทธวิธีไปโดยสิ้นเชิง ทหารสหรัฐฯ ที่มี XM25 ในมือสามารถยิงสังหารข้าศึกที่หลบกำบังอยู่หลังกำแพงหรือที่หลบซ่อนได้ เพียงแค่ตั้งค่าให้ลูกกระสุนระเบิดวิ่งเลยแนวกำแพงไปเล็กน้อยจากนั้นค่อยระเบิด ดังนั้นข้าศึกที่เจอกับ XM25 จึงมีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นคือ ถ้าไม่หนี ก็ต้องยอมให้จับตัว

พันโท Christopher Lehner ยังคุยด้วยความมั่นใจว่า ถึงแม้ข้าศีกจะยึด XM25 ไปได้ ทหารสหรัฐฯ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะลูกกระสุน, แบตเตอรี่, และอุปกรณ์ไฮเทคที่ต้องใช้ควบคู่กับ XM25 นั้นไม่ใช่ของที่จะหาซื้อกันในตลาดมืดได้ง่ายๆ หากชาติไหนคิดจะทำลอกเลียนแบบก็คงจะยาก เพราะว่าต้นทุนการผลิตและวิจัยนั้นสูงเกินเอื้อม

กองทัพบกสหรัฐฯ วางแผนที่จะสั่งซื้อ XM25 จำนวน 12,500 กระบอกในปีหน้า ราคาของ XM25 ตกอยู่ที่กระบอกละ $35,000 หรือประมาณ 1.057 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 พ.ย. 2010 อยู่ที่ 1 US dollar = 30.19 บาท)

ที่มา - Fox News via Slashdot

สหรัฐฯ กำลังส่งดาวเทียมสอดแนม "ดวงใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ เพิ่งยิงจรวดนำส่งดาวเทียม Delta 4 ขึ้นสู่อวกาศ เพื่อนำส่งดาวเทียม NROL-32 ที่เชื่อกันว่าเป็นดาวเทียมที่ใหญ่ที่สุดที่เคยส่งขึ้นอวกาศมา

Delta 4 เองเป็นจรวดนำส่งแบบไร้มนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้เช่นกันโดยมันมีความสูง 72 เมตร สามารถนำส่งดาวเทียมขนาด 24 ตันขึ้นสูงวงโคจรระดับต่ำ และ 11 ตันสำหรับวงโคจรค้างฟ้า

ดาวเทียมเชิงพานิชญ์ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ TerreStar-1 นั้นมีน้ำหนักเพียง 6,910 กิโลกรัม

ไม่มีรายละเอียดถึงความสามารถของ NROL-32 แต่อย่างใด

ที่มา - Space.com

ผู้นำกลุ่มกองโจรในโคลอมเบีย โดนสังหารเพราะ GPS ที่รองเท้า

Mono Jojoy ผู้นำกลุ่มกองโจรยาเสพย์ติด FARC ในโคลอมเบีย ซึ่งมีคนในกองกำลังถึง 11,000 คน Jojoy เป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด มีฐานที่มั่นอยู่ในป่าลึกชนิดที่ภาพถ่ายดาวเทียมแยกแยะไม่ได้ แต่เขากลับสิ้นท่าเพราะเทคโนโลยีง่ายๆ อย่าง GPS

Jojoy ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผสมกับเขามีบาดแผลฉกรรจ์ที่เท้า เขาจึงให้ลูกน้องสั่งซื้อรองเท้าบูตชนิดพิเศษมาให้ ทางกองโจรส่งข้อความสั่งซื้อรองเท้าซึ่งหน่วยข่าวกรองของโคลอมเบียดักจับได้ จึงซ้อนแผนโดยส่งรองเท้าที่แอบติด GPS ไปให้กับ Jojoy

เมื่อทางการโคลอมเบียสามารถระบุพิกัดของ Jojoy ได้ ก็เริ่มปฏิบัติการทางการทหารโดยใช้เครื่องบิน 57 ลำทิ้งระเบิดทางอากาศ ผสมกับกองกำลังภาคพื้นดิน ผลสรุปคือกองกำลัง FARC โดนทำลายย่อยยับ Jojoy เสียชีวิต ส่วนฝ่ายรัฐบาลสูญเสียหมาดมวัตถุระเบิดหนึ่งตัว

ที่มา - Gizmodo

Darpa กำลังพัฒนาปืนสไนเปอร์ยิงไกล 2 กิโลเมตรขณะลมแรง

หน่วยงานวิจัยแห่งกองทัพสหรัฐฯ โชว์ศักยภาพครั้งใหม่ด้วยการสาธิตปืนต้นแบบที่มีระยะหวังผล 1,100 เมตรขณะที่ลมแรง 18 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยมันเป็นต้นแบบแรกของโครงการ One Shot โครงการที่มีเป้าหมายจะสร้างปืนที่มีระยะหวังผลถึง 2 กิโลเมตรและมีลมแรงถึง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง

สภาพอากาศเช่นนั้นไม่เคยเป็นไปได้ที่จะได้ระยะหวังผลไกลขนาดนี้ แต่โครงการ One Shot ได้พัฒนากล้องเล็งขึ้นใหม่ที่สามารถเก็บข้อมูลทิศทางลมและความแรง เพื่อชดเชยศูนย์เป้าตามแรงลมอัตโนมัติ พร้อมกับแจ้งเตือนความไม่แน่นอนของภาพอากาศให้กับพลยิงได้รับรู้

โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตัวต้นแบบเท่านั้น ต่อไปกองทัพสหรัฐฯ จะได้รับปืนรุ่นแรก 15 กระบอกเพื่อไปทดสอบในสนามต่อไป

โครงการนี้ล่าช้ากว่ากำหนดที่ต้องอยู่ในขั้นตอนพร้อมผลิตมาตั้งแต่ปี 2009 ในตอนนี้อย่างเร็วที่สุดที่กองทัพสหรัฐฯ จะมีปืนที่ฝันจริงๆ คงเป็นปี 2011 อย่างเร็ว

ที่มา - Wired

Syndicate content