Meteorite

Quasicrystal (ผลงานรางวัลโนเบลปีที่แล้ว) ตกลงมาจากอวกาศ

รางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2011 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปมอบให้แก่ Daniel Shechtman แห่ง Israel Institute of Technology ในฐานะที่ค้นพบ "Quasicrystal" ในปี 1984 (ข่าวเก่า)

Quasicrystal เป็นโครงสร้างระดับอะตอมที่มีลักษณะเป็นระเบียบเหมือนผลึก (crystal) แต่ต่างจากผลึกทั่วไปที่โครงสร้างนั้นไม่ปรากฏลักษณะที่ซ้ำต่อกันเป็นคาบๆ เลย ทีมวิจัยของ Daniel Shechtman สังเคราะห์มันขึ้นมาได้จากการทำให้โลหะหลอมเหลวเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วในห้องทดลอง

แม้สุดท้ายทุกคนจะยอมรับผลงานของ Daniel Shechtman หลังจากวิพากษ์เขาอย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังไม่มีใครเชื่อว่า quasicrystal จะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ จนกระทั่งในปี 2009 ทีมวิจัยของ Paul Steinhardt แห่ง Princeton University ค้นพบมันอยู่ในก้อนหินแร่ที่ขุดจากภูเขา Koryak ทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย

Paul Steinhardt เอะใจอยู่แล้วว่าหินก้อนนี้ต้องไม่ใช่หินบนโลกธรรมดา แต่ Glenn MacPherson ผู้เชี่ยวชาญด้านอุกกาบาตแห่งสถาบันสมิธโซเนียนในวอชิงตันดีซีสงสัยว่ามันจะเป็นหินอุกกาบาตจริงหรือ ทั้งสองคนจึงร่วมมือกันตั้งทีมขึ้นเพื่อศึกษาหินก้อนนั้นอย่างละเอียด

ผลปรากฏว่าหินดังกล่าวมีลักษณะของหินอุกกาบาตจริงๆ สัดส่วนของไอโซโทปออกซิเจนแตกต่างจากหินที่พบบนโลก และสายแร่ซิลิกาในเนื้อหินก็มีร่องรอยของการผ่านแรงกดดันมหาศาลแบบประมาณแรงกดดันในใจกลางโลกหรือแรงปะทะตอนอุกกาบาตพุ่งชนโลก

จากของที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ ก็เกิดขึ้นมาแล้ว และก็ยังเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติอีกแถมยังเป็นธรรมชาติที่ส่งตรงมาจากนอกโลกเสียด้วย

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS doi: 10.1073/pnas.1111115109

ที่มา - Popular Science, BBC News, New Scientist

นักวิทยาศาสตร์ NASA พบหลักฐานสนับสนุนว่าหน่วยประกอบ DNA มาจากนอกโลก

ตั้งแต่เมื่อ 50 กว่าปีมาแล้ว นักวิทยาศาสตร์พบหน่วยประกอบพื้นฐานของ DNA ปรากฏอยู่บนอุกกาบาตหลายชิ้น แต่ก็ไม่มีใครแน่ใจว่าสิ่งที่พวกเขาเจอเป็นของที่อุกกาบาตพามาจากอวกาศจริงๆ หรือเป็นแค่สิ่งปนเปื้อนหลังจากอุกกาบาตตกลงถึงพื้นโลก

ทีมวิจัยที่นำโดย Michael Callahan แห่ง Goddard Space Flight Center ของ NASA ได้ตรวจสอบอุกกาบาตทั้งหมด 12 ชิ้น และพบว่าพวกเขาได้เจอหลักฐานชั้นสุดยอดที่ยืนยันว่าหน่วยประกอบพื้นฐานของ DNA มาจากอวกาศจริง

เด็กอายุ 14 โดนอุกกาบาตตกใส่แต่รอดชีวิต

Gerrit Blank นักเรียนมัธยมในเยอรมนีอายุ 14 ขวบกำลังเดินไปโรงเรียนตอนเช้า เขาเห็น "บอลแสง" ตกลงมาจากท้องฟ้า ปรากฎว่ามันเป็นหินอุกกาบาตขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ซึ่งวิ่งมาชนที่มือของ Gerrit ก่อนจะตกลงพื้น สร้างรูใหญ่ขนาดรอยเท้ามนุษย์

Gerrit รอดชีวิตจากอุกกาบาตอย่างปาฏิหาริย์ (โอกาสรอด 1 ในล้าน) อย่างไรก็ตามมือของเขาเป็นแผลยาว 3 นิ้ว เขาเล่าว่าเห็นแสงสว่างขนาดใหญ่ลอยมา และรู้สึกเจ็บปวดที่มือ หลังจากนั้นมีเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าจนทำให้หูของเขาสั่นไปอีกเป็นชั่วโมง

นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบหินอุกกาบาตแล้ว และดูจากสภาพทางเคมีสามารถยืนยันได้ว่ามันมาจากนอกโลกแน่นอน

อุกกาบาตตกใส่คนนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะว่ามักจะโดนความร้อนจนระเหิดไปก่อน ครั้งที่แล้วที่มีการบันทึกไว้เกิดขึ้นในปี 1954 โดยมีแม่บ้านในสหรัฐคนหนึ่งโดนอุกกาบาตตกใส่บริเวณสะโพก ส่วนกรณีที่อุกกาบาตตกใส่ใกล้ๆ ตัวแต่ไม่โดนตัวมีมากกว่านั้น ที่มีการบันทึกไว้เกิดขึ้น 25 ครั้งในระหว่างปี 1860-1990

ที่มา - Telegraph, Wired

Syndicate content