Language

ภาษาของมนุษย์ยุคแรกอาจเรียงประโยคแบบ "ประธาน-กรรม-กิริยา"

ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง "สตาร์วอร์" ก็คงจำตัวละคร โยดา ปรมาจารย์เจไดตัวเขียวๆ ที่มีเอกลักษณ์ในการพูดด้วยการเรียงประโยคแบบ "กรรม-ประธาน-กิริยา" หากคิดว่าการพูดแบบนี้แปลกแล้ว ภาษาต้นกำเนิดของมนุษย์อาจจะเรียงประโยคแปลกพอๆ กัน

Merritt Ruhlen และ Murray Gell-Mann แห่ง Santa Fe Institute ได้สร้างแผนภูมิของภาษาทั้งหลายในโลก แล้วค่อยๆ ย้อนรอยดูไล่จากแขนงไปจนถึงแก่นว่าแต่ละภาษาเรียงลำดับคำในประโยคอย่างไร

ผลปรากฏว่ากว่าครึ่งของภาษาที่ใช้กันทั่วโลกเรียงลำดับคำในประโยคด้วย "ประธาน-กรรม-กิริยา" แถมภาษาที่เรียงประโยคแบบอื่นๆ ก็ล้วนแตกแขนงมาจากภาษาที่เรียงประโยคแบบ "ประธาน-กรรม-กิริยา" ทั้งสิ้น เช่น ภาษาฝรั่งเศสที่เรียงแบบ "ประธาน-กิริยา-กรรม" ก็มีรากจากภาษาละตินซึ่งเรียง "ประธาน-กรรม-กิริยา" เป็นต้น

นักภาษาศาสตร์เชื่อว่าการเรียงลำดับคำแบบ "ประธาน-กรรม-กิริยา" เป็นสิ่งที่มนุษย์คุ้นเคยตามธรรมชาติ สังเกตได้จากการเรียนรู้ภาษาของเด็ก แต่ก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าทำไมวิวัฒนาการของภาษาถึงทำให้ภาษาหลายภาษาสลับลำดับของคำในประโยค ในขณะที่อีกหลายๆ ภาษาก็ยังคงรูปแบบประโยคเช่นเดิมไว้

ผม.กับคำถามนี้.ก็งงเหมือนกัน

ที่มา - Life's Little Mysteries

นักภาษาศาสตร์เร่งช่วยอนุรักษ์ภาษาที่มีคนใช้เพียง 3 คน

หลังจากน้ำท่วมหนักที่อินโดนีเซียปีที่แล้ว กลุ่มนักภาษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดรู้ตัวว่าต้องเร่งความพยายามในการเข้าไปช่วยเก็บรักษาภาษา Dusner ซึ่งเป็นภาษาที่ทุกวันนี้มีคนใช้เพียง 3 คน แม้ว่าเจ้าของภาษาทั้งสามจะโชคดีรอดชีวิตจากภัยน้ำท่วมมาได้ก็ตาม

ภาษา Dusner เป็นภาษาท้องถิ่นของหมู่บ้านในป่าลึก ในจังหวัดปาปัว ประเทศอินโดนีเซีย นักภาษาศาสตร์เพิ่งจะรับรู้ว่ามีภาษานี้อยู่บนโลกเมื่อประมาณปีที่แล้วและพบว่ามันใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที ศ. Mary Dalrymple แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจึงตั้งโครงการเฉพาะเพื่อที่จะอนุรักษ์ภาษานี้ไว้

ปัจจุบัน คนที่ยังพูดภาษา Dusner ได้มีแค่หญิงอายุ 60 ปี 2 คน และชายวัย 70 กว่าปีอีก 1 คน พวกเขาใช้ภาษา Dusner ในการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญต่างๆ เช่น งานศพ หรือ งานแต่งงาน เป็นต้น ภาษา Dusner ไม่มีภาษาเขียน มีแต่ภาษาพูดเท่านั้น ดังนั้นนักภาษาศาสตร์จะต้องค่อยๆ แกะคำศัพท์และไวยากรณ์จากเจ้าของภาษากันเอาเอง

นักภาษาศาสตร์คาดกันว่าภายใน 50 ปีข้างหน้า ภาษาที่มนุษย์เคยใช้พูดกันกว่า 6,000 ภาษาจะสูญหายไปจากโลกนี้

ที่มา - The Telegraph

ภาษาบาเบลอาจจะมีอยู่จริง

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Auckland โดย Quentin Atkinson ได้ศึกษารากของภาษาต่างๆ จำนวน 504 ภาษาโดยมุ่งเน้นที่หน่วยเสียง (phoneme) ของภาษาต่างๆ โดยที่ก่อนหน้านี้มีการระบุมาแล้วว่าภาษาที่มีการใช้มากๆ จะมีการออกเสียงที่หลากหลายตามไปด้วย การศึกษาพบว่าภาษาในกลุ่มแอฟริกาใต้มีหน่วยเสียงที่หลากหลายมากที่สุด ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าในอดีตเมื่อ 50,000 ถึง 70,000 ปีก่อนภาษาในแถบนี้เป็นต้นกำเนิดของภาษากว่า 6,000 ภาษาในโลก

งานวิจัยชิ้นนี้มีข้อถกเถียงมากมายเนื่องจากนักภาษาศาสตร์เชื่อกันว่าภาษาที่เก่ากว่า 10,000 ปีไม่น่าจะหาต้นกำเนิดได้อีก การสรุปจากข้อมูลภาษาเพียง 504 ภาษาและทำนายประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปหลายหมื่นปีจึงสร้างข้อถกเถียงในวงการไม่น้อย อย่างไรก็ดีงานวิจัยฉบับนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science

การศึกษานี้มีความต่างไปจากการศึกษาอื่นๆ ที่ใช้หน่วยเสียงแทนคำหรือไวยกรณ์ ทำให้นักวิจัยจำนวนหนึ่งมองว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการวิจัยได้ดี

ภาษาบาเบลเป็นภาษาที่มีการระบุในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม (Old Testament) ว่าเป็นภาษาที่ครั้งหนึ่งมนุษย์ทั้งโลกเคยใช้ร่วมกันจนกระทั่งพระเจ้าได้สาปเพื่อให้มนุษย์ไม่สามารถร่วมมือกันได้อีกต่อไป

ที่มา - Stuff.co.nz, New Scientist

เมื่อพูดกันด้วยมือ ไวยากรณ์ภาษาไหนก็เหมือนกัน

งานวิจัยเรื่อง "The Natural Order of Event: How Speaker of Different Language Represent Events Nonverbally" ซึ่งนำเสนอในเอกสารรวมเล่ม ในการประชุม National Academy of Sciences ได้นำเสนอผลการวิจัย ว่าในการใช้ท่าทางในการสื่อสาร ไม่ว่าภาษาใดชนชาติใด ก็จะมีลำดับของคำที่ใช้และไวยากรณ์ที่เหมือนกัน

ทีมนักวิจัย ได้ทำการทดสอบผู้พูดจำนวน 40 คน จากภาษาที่แตกต่างกัน ได้แก่ อังกฤษ, จีนแมนดาริน, สเปน และตุรกี ผู้ที่ถูกทดสอบจะต้องดูวีดีโอลำดับเหตุการณ์แบบง่ายๆ และให้ผู้ที่ถูกทดสอบจะต้องอธิบายการกระทำในวีดีโอโดยใช้ภาษาพูด แล้วตามด้วยการใช้ท่าทางในการอธิบาย นอกจากนี้ยังมีแผ่นใสที่มีรูปในเหตุการณ์ประกอบด้วย โดยเหตุการณ์ในวีดีโอคือ ผู้หญิงโบกมือ, เป็ดเดินไปยังรถเข็น, ผู้หญิงขันน็อต และ เด็กผู้หญิงเอาดอกไม้ให้ผู้ชาย

เมื่อนักวิจัยให้ผู้ร่วมทดสอบอธิบายลำดับเหตุการณ์ในวีดีโอ ผู้ร่วมทดสอบที่พูดภาษา อังกฤษ, จีน, สเปน จะอธิบายโดยใช้ ประธาน, กริยา และ กรรม (ผู้หญิงขันน๊อต) ตามลำดับ ในขณะคนที่พูดภาษาตุรกี จะอธิบายโดยใช้ ประธาน, กรรม, กริยา (ผู้หญิงน็อตขัน) ตามลำดับ

แต่เมื่อให้ผู้ร่วมทดสอบแต่ละคน อธิบายเหตุการณ์ในวีดีโอเดียวกัน โดยให้ใช้มือเพียงอย่างเดียวในการอธิบาย ผู้ร่วมทดสอบทุกคนจะอธิบายโดยใช้ ประธาน, กรรม, กริยา (ผู้หญิงน็อตขัน) และเมื่อนักวิจัยให้อธิบายโดยการนำแผ่นใสมาประกอบกันเป็นเรื่องราว ผู้คนส่วนมากก็มีแนวโน้มที่จะอธิบายอยู่ในรูป ประธาน, กรรม, กริยา เหมือนกัน

ที่มา - Physorg

Syndicate content