Japan

จบกันเสียที เตาปฏิกรณ์ที่ฟุกุชิมาเสถียรในที่สุด

หกเดือนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใกล้ญี่ปุ่นทำให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิม่าเสียหายจนรังสีรั่วไปทั่วนั้น ตอนนี้เตาปฏิกรณ์ทั้งหมดก็อยู่ในภาวะเสถียรแล้ว นั่นคือเราไม่ต้องกลัวว่าความร้อนจากแกนเชื้อเพลิงจะทำให้ตัวเตาหลอมละลายและเกิดการรั่วไหลออกมาภายนอกโดยตรงอีกต่อไป

สภาวะเสถียรคือความร้อนที่เกิดจากแท่งเชื้อเพลิงนั้นต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำ ทำให้แท่งเชื้อเพลิงไม่ต้องการน้ำหล่อเย็นตลอดเวลาเช่นที่ผ่านมา

ความเสียหายจากโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่าทำให้มีประชาชนต้องอพยพออกนอกเขตรัศมี 20 กิโลเมตร รวมกว่า 80,000 คน ทั้งหมดไม่สามารถกลับบ้านได้

ขั้นตอนหลังจากนี้คือการรื้อถอนโรงงานไฟฟ้าทั้งหมดออกไป โดยยังต้องถอนแท่งเชื้อเพลิงทั้งที่กองค้างอยู่ในเตาปฎิกรณ์, แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วในบ่อเก็บ, และน้ำเสียที่มีอยู่ปริมาณมาก โดยตอนนี้เองน้ำเสียปริมาณ 45 ลูกบาศก์เมตรได้รั่วลงสู่ทะเลไปก่อนแล้ว

คาดว่าจะใช้เวลา 40 ปีในการรื้อถอนและทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดจนกลับมาอยู่อาศัยได้อีกครั้งดังเดิม

ที่มา - BBC

NTT Docomo โชว์โทรศัพท์ตรวจวัดสุขภาพ

NTT Docomo เตรียมการสาธิตโทรศัพท์ต้นแบบที่เพิ่ม การแสดงข้อมูลต่างๆ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ใช้ เซ็นเซอร์เหล่านั้นได้แก่ เซ็นเซอร์แสง UV, ตรวจจับลมหายใจ, รังสีแกมม่า, และระดับไขมัน

ภายในโทรศัพท์มือเซ็นเซอร์ตรวจวัดอะซีโตน ซึ่งสามารถนำไปเทียบค่าหาระดับการเผาผลาญไขมันและระดับความหิวของร่างกายของเราได้ อนาคตก่อนเราจะกินข้าวเราอาจจะหายใจใส่โทรศัพท์เพื่อให้มันให้ความเห็นว่าเราควรกินได้หรือยัง

นอกจากนี้ Docomo ยังเตรียมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ของ Docomo เองเพื่อนำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมมาแสดงในโทรศัพท์ เซ็นเซอร์เหล่านี้มีมากกว่า 2,500 จุดทั่วประเทศ ถ้าเป็นเมืองไทยเราอาจจะตั้งค่าระดับฝุ่นไว้เพื่อให้โทรศัพท์เตือนไม่ให้เราเข้าพื้นที่ฝุ่นเยอะเกินไป อีกส่วนหนึ่งคือฐานข้อมูลอาหาร เพียงเราถ่ายรูปอาหารแอพพลิเคชั่นจะแสดงคุณค่าทางอาหารและระดับพลังงานของมื้อนั้นๆ ได้ทันที

เรียกว่าจะกิน นอน หรือเดินทางก็ถามโทรศัพท์ทุกอย่างเลยทีนี้

ยังไม่มีขาย แต่บางไอเดียน่าจะเอามาทำแอพพลิเคชั่นแบบเฉพาะได้ในบ้านเรา

ที่มา - Penn Olson

แผ่นฟิล์มแบบใหม่ใช้ปลูกต้นไม้ได้

เราคงเคยเห็นเทคนิคการปลูกต้นแบบแบบใหม่ๆ กันมาหลายแบบเช่นการปลูกในน้ำ หรือดินวิทยาศาสตร์ แต่บริษัท Mebiol จากญี่ปุ่นก็ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาแผ่นฟิล์ม Imec สำหรับปลูกต้นไม้

แผ่นฟิล์ม Imec เป็นแผนไฮโดรเมมเบรนที่หนาเพียงสิบไมครอน มันซึมซับเอาน้ำและปุ๋ยไว้ในแผ่นในรูปแบบเดียวกับไฮโดรเจลในผ้าอ้อมและผ้าอนามัย รากผักจะเกาะอยู่กับแผ่นและซึมซับเอาน้ำและสารอาหารไปโดยตรง ทำให้การควบคุมคุณภาพของผักที่ได้นั้นทำได้ง่ายกว่ามาก

ปัจจุบันทาง Mebiol ประสบความสำเร็จในการปลูกมะเขือเทศ, แตงไทย, และแตงกวา ด้วยแผ่นฟิล์ม Imec แล้ว และตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาความแข็งแรงของตัวฟิล์มเพื่อให้รองรับน้ำหนักของต้นไม้ที่ใหญ่กว่านี้

ที่มา - DigInfo.tv

ญี่ปุ่นอนุมัติรถไฟ Maglev เดินรถสายแรกปี 2027

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติรถไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนแม่เหล็กหรือ Maglev อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากนี้กำหนดการวิ่งเชิงพาณิชย์สายแรกระหว่างโตเกียว-นาโกย่าน่าจะเริ่มได้ในปี 2027 และสายที่สองคือ โตเกียว-โอซาก้าจะเริ่มได้ในปี 2045

ช่วงแรกหลังแผนการได้รับอนุมัติคือการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าการก่อสร้างจริงจะเริ่มได้ในปี 2014 อย่างไรก็ดีในตอนนี้บริษัท JR Tokai ก็มีเส้นทางรถไฟทดสอบความยาว 18.4 กิโลเมตรสำหรับทดลองอยู่แล้ว และกำลังขยายเป็น 42.3 กิโลเมตร โดยเส้นทางทดสอบนี้จะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสาย โตเกียว-โอซาก้าในที่สุด

Maglev รุ่นที่จะใช้วิ่งในสายนี้จะมีความเร็วสูงสุด 505 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและต้องการรางรถไฟที่เกือบเป็นเส้นตรงทำให้การก่อสร้างต้องขุดอุโมงลอดภูเขาที่ขวางทางคิดเป็นร้อยละ 60 ของเส้นทางทั้งหมดและยังมีอุโมงใต้ดินความยาว 100 กิโลเมตรสำหรับการเข้าเขตตัวเมือง แต่มันจะร่นเวลาการเดินทาง จากโตเกียวไปยังนาโกยาเหลือเพียง 40 นาที และจาก โตเกียวไปยังโอซาก้าเพียง 67 นาทีเท่านั้น

ถ้าเป็นบ้านเราไปเชียงใหม่ก็ภายในชั่วโมงกว่าๆ สบายกว่านั่งเครื่องบินมาก

งบประมาณรวม 9 ล้านล้านเยนงานนี้คงไม่ใช่แค่เมกกะโปรเจค

ที่มา - ENS News Wire

NHK โชว์ต้นแบบทีวีที่ "ดูผู้ชม" ได้

NHK Science & Technology Research Laboratories ได้สาธิตทีวีต้นแบบในงาน Open House 2011 ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2011 ทีวีตัวนี้มีความสามารถพิเศษในการสังเกตอากัปกิริยาของผู้ชมและรายงานผลนั้นออกมาได้

ตรงหน้าจอของทีวีจะมีกล้องติดอยู่ เพื่อจับภาพการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงใบหน้าของผู้ชม ซอฟท์แวร์จะแปลผลจากอากัปกิริยาเหล่านี้ว่าผู้ชมสนใจรายการที่กำลังฉายอยู่มากน้อยเพียงใด เช่น หากผู้ชมนั่งดูจอตาแป๋ว ไม่หันไปหันมา ซอฟท์แวร์ก็จะมองว่าผู้ชมกำลังตั้งอกตั้งใจรับชมรายการอย่างยิ่ง เป็นต้น หากมีผู้ชมนั่งอยู่หน้าจอหลายคนพร้อมกัน ซอฟท์แวร์ก็จะรายงานผลวิเคราะห์ข้อมูลใบหน้าของแต่ละคน ในตัวอย่างสาธิต ข้อมูลและผลการวิเคราะห์จะถูกส่งไปยังแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้อง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตัวซอฟท์แวร์ยังแยกแยะความแตกต่างของอารมณ์ไม่ได้ ดังนั้นหากผู้ใช้ยิ้มออกมาหรือแยกเขี้ยวใส่หน้าจอ ซอฟท์แวร์ก็ประมวลผลได้แค่ว่าผู้ชมกำลังมีปฏิกิริยาบางอย่างกับเนื้อหาในรายการเท่านั้น

ที่มา - Tech-On!

กลุ่มอาสาสมัครวัยเกษียณขออาสาเข้าไปช่วยวิกฤติโรงไฟฟ้าฟุกุชิม่า

ข่าวนี้ไม่มีเนื้อหาสาระทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องราวของจิตสำนึกอันกระตุ้นอารมณ์ล้วนๆ

ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นประสบวิกฤติอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งร้ายแรง ผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตในช่วงเกษียณกว่า 200 คน ได้รวมกลุ่มกันประกาศขันอาสาเข้าไปร่วมช่วยแก้ภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิม่า

ต้นคิดของกลุ่มนี้ คือ Yasuteru Yamada อดีตวิศวกรวัย 72 ปี เขาบอกว่าหลังจากที่ได้รับชมข่าวรายงานสภาพการณ์ที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาทุกวัน เขาก็เกิดความตั้งใจที่จะทำอะไรสักอย่างที่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างเขาสามารถพอช่วยได้ ดังนั้นเขาจึงส่งข้อความทางอีเมล์และ Twitter เพื่อรวบรวมเพื่อนร่วมรุ่นวัยเกษียณให้มาจัดตั้งกลุ่มอาสาร่วมกัน

ผู้เฒ่าไฟแรงเหล่านี้มีความเห็นตรงกันว่า คนหนุ่มสาวไม่ควรจะต้องมาแบกรับความเสี่ยงจากกัมมันตภาพรังสี เรื่องนี้ควรปล่อยเป็นหน้าที่ของคนวัยเกษียณ เพราะผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกแล้วสำหรับคนแก่ที่มีอายุเหลือไม่มาก

กลุ่มอาสาสมัครวัยเกษียณนี้ส่วนใหญ่เป็นอดีตวิศวกรและพนักงานโรงไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการออกแบบผังโรงงาน ที่น่าสนใจคือมีนักร้อง 1 คน และกุ๊กอีก 2 คนเข้าร่วมด้วย ซึ่งน่าจะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เฒ่ากลุ่มนี้จะได้มีกิจกรรมสนุกๆ และมื้ออาหารอร่อยๆ ไปตลอดงานแน่

ตอนนี้ข้อเสนอของทางกลุ่มยังอยู่ในระหว่างรอการตัดสินใจจากรัฐบาลญี่ปุ่น แต่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่รัฐบาลจะเปิดไฟเขียวอนุญาตให้อาสาสมัครวัยเกษียณลงพื้นที่ แม้ว่าชาวญี่ปุ่นและทุกคนในรัฐบาลจะมีความซาบซึ้งในน้ำใจของอาสาสมัครกลุ่มนี้ก็ตาม

ที่มา - BBC News

TEPCO ยืนยันแท่งเชื้อเพลิงในโรงงานที่ 2 และ 3 ของฟุกุชิมาหลอมละลายแล้ว แต่อุณภูมิยังควบคุมได้

TEPCO ออกแถลงการยืนยันว่าแท่งเชื้อเพลิงในโรงงานไฟฟ้าที่ 2 และ 3 ของโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิมานั้นหลอมละลายไปกองรวมอยู่ก้นเตาปฎิกรณ์ โดยการหลอมละลายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ไม่กี่วันหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

โรงงานที่สองนั้นแท่งเชื้อเพลิงได้หลอมละลายไปตั้งแต่ 101 ชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว ส่วนโรงงานที่สามนั้นเชื้อเพลิงหลอมไปตั้งแต่ 60 ชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว

เชื้อเพลิงในตอนนี้ที่เรารู้คือมันยังกองรวมกันอยู่ด้านล่างของเตาปฎิกรณ์ โดยวิศวกรของ TEPCO ระบุว่าหากการอ่านค่าถูกต้อง การปั๊มน้ำเข้าไปในเตาปฎิกรณ์ในตอนนี้เพียงพอที่จะรักษาระดับความร้อนไม่ให้สูงเกินไป

ความเสียหายขั้นสูงกว่านี้หากจะเกิดขึ้นได้คงเป็นการที่อุณภูมิเพิ่มสูงขึ้นจนเตาปฎิกรณ์แตกเสียหายแล้วปล่อยเชื้อเพลิงออกมาสัมผัสอากาศภายนอกโดยตรง

ที่มา - NHK

[Breaking News] ญี่ปุ่นยกระดับอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาเป็นระดับ 7

จากข่าวก่อนหน้านี้ที่ญี่ปุ่นได้ยกระดับผลกระทบของอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาเป็นระดับ 5 และผ่านมาประมาณสามสับดาห์ ล่าสุดในวันที่ 12 เมษายน 2011 NISA (Nuclear and Industrial Safety Agency) ซึ่งเป็นองค์กรด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเพิ่มระดับขึ้นมาเป็นระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามเกณฑ์มาตรฐาน International Nuclear Event Scale (INES) ของ IAEA แล้ว

ระดับ 7 เป็นระดับความรุนแรงที่เท่ากับอุบัติเหตุที่เชอร์โนบิลในปี 1986 ที่มีการรั่วไหลและส่งกระทบร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้างระดับทวีป อย่างไรก็ตาม NISA ยังคงยืนยันว่าปริมาณการรั่วไหลกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาโรงที่ 1 มีเพียงหนึ่งในสิบของที่เชอร์โนบิลเท่านั้น

จากการประเมินล่าสุดขององค์การด้านนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเอง ตัวเลขของปริมาณของสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 และซีเซียม-137 ที่รั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิอยู่ที่ 370,000-630.000 Terabecquerel (ค่าประเมินเหล่านี้แตกต่างกันไปตามแต่ละสำนัก)

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายของหน่วยวัดกัมมันตภาพรังสีได้จากบทความ อธิบายหน่วยที่เกี่ยวกับการวัดกัมมันตรังสี

ที่มา - NHK World

ขอบคุณ คุณ echo ที่ได้แจ้งข่าวมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ระบบหมุนเวียนน้ำโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่ารั่ว, น้ำปนเปื่อนกัมมันตภาพรังสีไหลลงสู่ทะเล

สภาพที่ไม่ดีนักของโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่ายังคงสร้างความกังวลต่อไป เมื่อมีการรายงานว่ามีน้ำหล่อเย็นไหลออกจากระบบลงสู่ทะเลโดยตรง แม้ล่าสุดทาง TEPCO จะประกาศว่าสามารถอุดรูรั่วของระบบน้ำหล่อเย็นได้แล้วก็ตาม

ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ของ TEPCO ต้องปั๊มน้ำเข้าไปสู่แกนปฎิกรณ์วันละ 200,000 ลิตรเพื่อลดอุณภูมิของแกนปฎิกรณ์ลง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องพยายามอุดรอยรั่วของระบบน้ำหมุนเวียนโดยไม่สามารถเข้าไปทำงานโดยตรงได้เนื่องจากระดับปนเปื้อนสูงเกินไป

น้ำที่รั่วออกมาจากระบบหล่อเย็นตอนนี้ปนเปื้อนด้วยไอโซโทปของไอโอดีนซึ่งจะสลายตัวไปเองในเวลาไม่กี่เดือน รวมถึงน้ำทะเลที่จะเจือจางออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีความเข้มข้นของระดับกัมมันตภาพรังสีในทะเลรอบๆ โรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่าพุ่งสูงไปถึง 7.5 ล้านเท่าตัวจากที่กฏหมายกำหนดไว้แล้ว

จากการปั๊มน้ำเข้าไปหล่อเย็นอย่างต่อเนื่องทำให้เจ้าหน้าที่ของ TEPCO ต้องปล่อยน้ำออกจากถังพักน้ำปนเปื้อนที่มีความปนเปื้อนต่ำลงสู่ทะเลกว่า 10,000 ตัน เพื่อให้น้ำที่มีความปนเปื้อนสูงกว่าได้เข้ามาพักแทน

แม้ความหวังที่จะคืนสภาพของโรงงานฟุกุชิม่า 1 ให้กลับมาใช้งานได้นั้นไม่มีเหลืออีกต่อไป แต่คำถามถึงการจัดการปัญหาและการทำความสะอาดบริเวณรอบๆ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมคืนสภาพได้โดยเร็วนั้นยังคงเป็นปัญหาที่เราต้องติดตามต่อไป

ที่มา - ArsTechnica, LA Times

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาอาจโดนกระหน่ำด้วยปัญหาใหม่: เกลือสะสมในเตาปฏิกรณ์

หลังจากแผ่นดินไหว Sendai Earthquake และสึนามิเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาโรงที่ 1 (Fukushima Daiichi plant) ก็เจอวิกฤติซ้ำซ้อนอย่างหนัก เริ่มจากระเบิดจากก๊าซไฮโดรเจนที่สะสมในเตาปฏิกรณ์, ความร้อนสะสมในบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว, ท่อกักความดันรั่ว หลายคนอาจจะคิดว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ของ General Elecrtric บริษัทที่สร้างและออกแบบเตาปฏิกรณ์ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าฟุกุชิมาออกมาให้ความเห็นเองว่า โชคร้ายของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมาอาจจะยังไม่จบแค่นี้

Richard T. Lahey Jr. หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านความปลอดภัยของเตาปฏิกรณ์แบบ boiling-water reactor ของ General Electric แสดงความกังวลว่าการเอาน้ำทะเลเข้าไปหล่อเย็นนั้นอาจจะทำให้เกิดการสะสมของชั้นเกลือในเตาปฏิกรณ์

Syndicate content