Influenza

นักวิทยาศาสตร์สร้าง "วัคซีนแก้หวัดทุกชนิด" ได้แล้ว

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Oxford สามารถสร้างวัคซีนที่แก้หวัดได้ทุกชนิดทุกแบบ (universal flu vaccine)

เดิมทีวัคซีนแก้หวัดจะมีปัญหาว่าไวรัสหวัดกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ทำให้ตัววัคซีนต้องปรับตามไปตลอด และการปรับวัคซีนก็มีค่าใช้จ่ายสูงซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าวัคซีนตามมา แต่วัคซีนตัวใหม่สร้างขึ้นโดยใช้หลักว่า จะจัดการกับโปรตีนที่พบในไวรัสหวัดทุกชนิด แทนการจัดการกับชิ้นส่วนภายนอกของไวรัสหวัดแบบวัคซีนตัวก่อนๆ

ถ้าวัคซีนตัวนี้ประสบความสำเร็จในการใช้งานจริง ก็จะช่วยหยุดโรคหวัดระบาดในอนาคตได้

ที่มา - Guardian

วัคซีน H1N1 เหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก

หลังจากเหตุการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่ H1N1 สายพันธุ์ 2009 เงียบสงบลง วัคซีนที่ทุกคนต่างเคยต้องการเป็นอย่างมากนั้นก็จำเป็นต้องถูกทิ้งลงอย่างน่าเสียดายครับ

โดยมีการพบว่ากว่า 65 ล้านโดสของวัคซีนนั้นไม่ได้ถูกใช้และหมดอายุลงตามคลินิคต่างๆ และโกดังเก็บของในสหรัฐ โดยวัคซีนที่จะทิ้งนี้คิดเป็นกว่า 40% ของวัคซีนที่รัฐบาลสหรัฐสั่งผลิตเลยทีเดียว (วัคซีนทั้งหมดที่สั่งนั้นมีมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์) และวัคซีนเหล่านี้จำเป็นต้องถูกทำลายอย่างน่าเสียดายครับ

อย่างไรก็ดี มีผู้สังเกตว่าถ้าเราไม่่ได้ผลิตออกมาเลยนั้นสถานการณ์ของไข้หวัดใหญ่นั้นอาจเลวร้ายไปกว่านี้มาก จนไม่อาจควบคุมได้ครับ

ที่มา: The Boston Globe

ไข้หวัดร้ายอาจหลับใหลอยู่ใต้ทะเลน้ำแข็ง

ผลการศึกษาของ Bowling Green State University พบว่าไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงที่มนุษยชาติต้องเผชิญกันอยู่ในทุกสมัย อาจจะหลับใหลอยู่ใต้ธารน้ำแข็งที่ขั้วโลก หรือว่าทะเลสาบในไซบีเรียที่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง

และถ้าหิมะหรือน้ำแข็งละลาย ไข้หวัดเหล่านี้อาจกลับมาได้อีกครั้งแม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วเป็นพันปี พาหะนำโรคที่เป็นไปได้มากที่สุดคือนกที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น นักวิทยาศาสตร์เสนอสมมติฐานว่าไซบีเรียน่าจะเป็นจุดกำเนิดของหวัดแบบร้ายแรงเหล่านี้ และแพร่กระจายไปยังถิ่นอื่นๆ ผ่านนกที่อพยพหนีหนาวลงใต้

ข้อสนับสนุนสมมติฐานนี้ก็คือ ไวรัสหวัดแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบพันธุกรรมเลย แม้ว่าจะปรากฎตัวบนโลกห่างกัน 20 ปี จึงเป็นไปได้ว่ามันอาจถูกแช่แข็งอยู่และกลับมาอีกครั้งในสภาพแบบเดิม

ความน่ากลัวก็คือถ้ามนุษย์ไม่เจอกับไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนแล้ว ภูมิคุ้มกันในไวรัสชนิดนั้นๆ อาจลดลงไป

ที่มา - Wired

ย้อนอดีต: ไข้หวัดใหญ่ระบาดในประวัติศาสตร์

แม้ว่าโรคใหม่ๆ เท่ๆ อย่างเอดส์หรืออีโบล่าจะดูน่าตื่นเต้นกว่า แต่จริงๆ แล้วไข้หวัดใหญ่ (influenza) นี่ล่ะที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปมากกว่าใคร ตัวเลขคนตายจากไข้หวัดใหญ่ในอเมริกาปีนึงอยู่ที่ 36,000 คน ในโอกาสที่ H1N1 ยังไม่ทันจาง เรามาย้อนดูกันว่าในอดีตเคยมีหวัดใหญ่ระบาดครั้งไหนบ้าง

  • 1580 - ครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ ไข้หวัดใหญ่ระบาดจากเอเชียมายังแอฟริกาและยุโรป สเปนแทบจะเป็นเมืองร้าง และโรมมีคนตายไป 8,000 คน คำว่า Influenza ก็เกิดขึ้นมาจากการระบาดรอบนี้ โดยมันมาจากภาษาอิตาลีว่า "influenza del freddo? หรือ ?influence of the cold? ในภาษาอังกฤษ
  • 1918/1919 - ไข้หวัดสเปน เป็นการระบาดครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เคยมีการคาดการณ์กันไว้ว่าตายไป 50-100 ล้านคน
  • 1956/1958 - ไข้หวัดเอเชีย แต่เกิดในอเมริกา ตายไป 70,000 คน ไวรัสเป็นชนิดเดียวกับตระกูล H2N2 ที่เคยระบาดในรัสเซีย
  • 1968 - ไข้หวัดฮ่องกง เกิดในอเมริกาเช่นกัน ตายไป 33,800 คน แต่ถ้าใครติดหวัดเอเชียมาจะมีภูมิคุ้มกันเพราะเป็นสายเดียวกัน
  • 1976 - ไข้หวัดหมู H1N1 เป็นหวัดสายพันธุ์เดียวกับหวัดสเปน คราวนี้เป็นแค่การตื่นตูม มีคนตายเพราะหวัดหมูไปแค่คนเดียว อีก 25 คนตายเพราะวัคซีน
  • 1977/1978 - ไข้หวัดรัสเซีย เป็นตระกูล H1N1 อีกเช่นกัน ที่น่าสนใจคือมันจะติดเฉพาะคนที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปีที่ยังไม่ค่อยพัฒนาภูมิต้านทาน
  • 2003 - ไข้หวัดนก H5N1 มีอัตราตายสูงถึง 60% ถ้าติดหวัดชนิดนี้ แต่ว่าติดต่อจากคนไปสู่คนได้ยาก และไวรัสเองมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานพอที่จะระบาดได้นาน

ที่มา - PopSci

แคนาดาพบหมูติด "ไข้หวัดหมู" จากคน

ผู้บริหารระดับสูงของ Canadian Food Inspection Agency (ประมาณๆ อย. ของแคนาดา) เปิดเผยข้อมูลว่า มีคนงานในฟาร์มหมูของแคนาดาไปเที่ยวเม็กซิโกกลับมา และรู้สึกป่วย สองวันถัดมาเขากลับเข้าไปทำงานในฟาร์ม และเป็นผลให้หมูกว่า 200 ตัว (จากทั้งหมด 2,200 ตัว) ติดหวัด

ทั้งคนงานคนนี้และหมูในฟาร์มตอนนี้หายจากไข้หวัดแล้ว แต่คำถามว่าหมูนั้นปลอดภัยแค่ไหนยังเป็นที่น่ากังขา แม้ว่าหมูทั้งหมดในฟาร์มจะโดนกักกันเรียบร้อยแล้วก็ตาม ทาง CFIA บอกว่าไข้หวัดที่พบในหมูเป็นไวรัสแบบเดียวกับที่เจอในคน

CFIA ยังออกมาชี้แจงว่า หมูติดหวัดนั้นเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่หมูติด H1N1 จากคน และโอกาสที่ไข้หวัดจะระบาดจากหมูกลับไปยังคนนั้นมีน้อยมาก

ตอนนี้ประเทศแคนาดาในมณฑลใกล้เคียงกัน มีคนติดไข้หวัด H1N1 ไปแล้ว 85 ราย ผู้อำนวยการองค์การสาธารณสุขแคนาดาบอกว่าทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นโรคระบาดระดับไม่ร้ายแรง และทางสาธารณสุขได้เตรียมรับมืออยู่แล้ว

ที่มา - CBCNews

เผยโฉมหน้าของไวรัสไข้หวัดเม็กซิโก

วันนี้กรมควบคุมโรคของสหรัฐฯ (US CDC) ได้ออกมาเผยแพร่รูปของเชื้อไวรัส Influenza H1N1 สายพันธุ์ที่ระบาดในเม็กซิโก ที่ถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในห้องปฏิบัติการครับ

วัคซีนไข้หวัดเม็กซิโกยังต้องรออีกหกเดือนเป็นอย่างน้อย

ช่วงนี้คงไม่มีอะไรโด่งดังไปมากกว่าข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดเม็กซิโก (H1N1) แล้วครับ ถึงแม้ว่าเราจะมียาที่ใช้ในการรักษาอยู่ก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่ก็พยายามหาหนทางในการป้องกันโรค และหนึ่งในวิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่เป็นที่นิยมคือการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามหนทางนี้อาจจะต้องรอถึงอีกกว่า 6 เดือนเลยทีเดียว

เนื่องจากว่าวิธีในการผลิตวัคซีนในปัจจุบันนั้นยังคงใช้วิธี "โบราณ" อยู่ นั่นคือการผลิตวัคซีนจะเริ่มขึ้นจากการค้นหาสายพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อมาเลี้ยงให้โตในไข่ไก่ ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (USFDA) รับรอง โดยกระบวนการทั้งหมดนั้นกินเวลากว่า 3 สัปดาห์ นี่ยังไม่รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยของวัคซีนอีกกว่า 8-11 สัปดาห์ ซึ่งรวมแล้วก็เป็นกว่าหกเดือนเลยทีเดียว

สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันนั้น ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวแล้วถึง 331 รายใน 11 ประเทศ (เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรีย, แคนาดา, เยอรมนี, อิสราเอล, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร) ส่วนในประเทศไทยยังไม่พบโรคดังกล่าวแต่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำเตือนให้ชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้

ที่มา: WebMD, WHO Influenza A(H1N1) update 7, สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

Syndicate content