Indonesia

ช้างสุมาตราถูกยกระดับความเสี่ยงสูญพันธุ์ถึงระดับวิกฤติ

ช้างสุมาตรา (Elephas maximus sumatranus) ถูกยกระดับความน่ากังวลจากระดับอันตรายขึ้นเป็นระดับวิกฤติ (Critically Endangered - CR) แล้วหลังจากจำนวนช้างในสายพันธุ์นี้ลดลงถึงครึ่งหนึ่งภายในชั่วอายุเดียว และพื้นที่อยู่อาศัยของมันลดลงถึง 69% ภายในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา

การลดลงของพื้นที่ป่าบนเกาะสุมาตราอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมากำลังทำให้สายพันธุ์สัตว์สงวนจำนวนมากอยู่ในระดับอันตราย เช่น แรดชวาที่เพิ่งสูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินใหญ่, อุรังอุตังสุมาตรา, หรือเสือสุมาตรา การลดลงของพื้นที่ป่าทำให้ผืนป่าที่เคยเป็นผืนเดียวกันขนาดใหญ่ตลอดแนวเกาะ กลายเป็นพื้นที่ป่าเล็กๆ หลายสิบส่วนกระจายทั่วเกาะ และจำนวนช้างที่อยู่ในแต่ละส่วนของป่าเหล่านี้ส่วนมากมีจำนวนไม่มากพอที่ช้างจะขยายพันธุ์เพื่อดำรงค์สายพันธุ์ของมันไปได้ในระยะยาว

นอกจากจำนวนที่กำลังลดลงแล้ว ช้างจำนวนหนึ่งมีแหล่งที่อยู่ทับซ้อนกับที่อยู่อาศัยของมนุษย์ทำให้น่าวิตกว่าจำนวนช้างสุมาตราน่าจะลดลงไปอีกในเร็วๆ นี้

ที่มา - The Guardian

ต่อครุฑเขี้ยวยาวกว่าขา

ทีมนักกีฏวิทยาที่นำโดย Lynn Kimsey แห่ง University of California, Davis ได้ค้นพบตัวต่อสปีชีส์ใหม่ที่มีเขี้ยว (mandible) โง้งยาวมากกว่าความยาวของขาคู่หน้าของมันเสียอีก

ตัวต่อชนิดนี้ได้รับชื่อเล่นๆ ไปก่อนว่า Dalara garuda (ชื่อนี้ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ อาจเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง) เป็นตัวต่อในวงศ์ Crabronidae โดยที่ชื่อ "GARUDA" นี้ก็คือ "ครุฑ" สิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งนกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศอินโดนีเซียนั่นเอง ตัวผู้มีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 2.5 นิ้ว ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย ตัวต่อชนิดนี้น่าจะเป็นผู้ล่าของแมลงอื่นๆ ที่ตัวเล็กกว่า

Lynn Kimsey เก็บแมลงชุดนี้มาจากทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย ลักษณะเด่นของ D. garuda อยู่ที่เขี้ยวของตัวผู้ที่ยาวมากๆ ขนาดที่ว่าตอนพับเก็บ เขี้ยวจะครอบทั้งหน้ามันได้เลย ทีมนักกีฏวิทยาที่ค้นพบยังสงสัยกันอยู่เลยว่าตอนมันกางเขี้ยว มันจะเดินด้วยท่าทางแบบไหน เพราะเขี้ยวมันยาวเกินขาคู่หน้า

เขี้ยวยาวๆ ของ D. garuda น่าจะมีประโยชน์ในด้านการปกป้องรัง เพราะตัวต่อตัวผู้ในสกุล Dalara หลายชนิดก็มีพฤติกรรมชอบเฝ้าหน้ารัง คอยขับไล่ผู้รุกราน แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องการปกป้องรัง ตัวต่อ D. garuda อาจจะใช้เขี้ยวยาวๆ ในการงับเอวตัวเมีย เพื่อไม่ให้ตัวเมียไปผสมพันธุ์กับตัวผู้ตัวอื่นก็ได้

นักภาษาศาสตร์เร่งช่วยอนุรักษ์ภาษาที่มีคนใช้เพียง 3 คน

หลังจากน้ำท่วมหนักที่อินโดนีเซียปีที่แล้ว กลุ่มนักภาษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดรู้ตัวว่าต้องเร่งความพยายามในการเข้าไปช่วยเก็บรักษาภาษา Dusner ซึ่งเป็นภาษาที่ทุกวันนี้มีคนใช้เพียง 3 คน แม้ว่าเจ้าของภาษาทั้งสามจะโชคดีรอดชีวิตจากภัยน้ำท่วมมาได้ก็ตาม

ภาษา Dusner เป็นภาษาท้องถิ่นของหมู่บ้านในป่าลึก ในจังหวัดปาปัว ประเทศอินโดนีเซีย นักภาษาศาสตร์เพิ่งจะรับรู้ว่ามีภาษานี้อยู่บนโลกเมื่อประมาณปีที่แล้วและพบว่ามันใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที ศ. Mary Dalrymple แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจึงตั้งโครงการเฉพาะเพื่อที่จะอนุรักษ์ภาษานี้ไว้

ปัจจุบัน คนที่ยังพูดภาษา Dusner ได้มีแค่หญิงอายุ 60 ปี 2 คน และชายวัย 70 กว่าปีอีก 1 คน พวกเขาใช้ภาษา Dusner ในการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญต่างๆ เช่น งานศพ หรือ งานแต่งงาน เป็นต้น ภาษา Dusner ไม่มีภาษาเขียน มีแต่ภาษาพูดเท่านั้น ดังนั้นนักภาษาศาสตร์จะต้องค่อยๆ แกะคำศัพท์และไวยากรณ์จากเจ้าของภาษากันเอาเอง

นักภาษาศาสตร์คาดกันว่าภายใน 50 ปีข้างหน้า ภาษาที่มนุษย์เคยใช้พูดกันกว่า 6,000 ภาษาจะสูญหายไปจากโลกนี้

ที่มา - The Telegraph

แม่ก็แรด ลูกก็แรด หายากมาก

นักอนุรักษ์สัตว์ป่าดีใจมากๆ เมื่อได้เห็นภาพถ่ายคู่ของแรดชวา (Rhinoceros sondaicus) เพศเมียกับลูกชายของมันในป่าของประเทศอินโดนีเซีย ถ้าเทียบกับบรรดาแรดอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่บนโลกนี้ สถานภาพของแรดชวานี่แหละน่าเป็นห่วงที่สุด ในทศวรรษที่ผ่านมานี้มีรายงานการพบเห็นลูกแรดชวาเพียง 12 ครั้งเท่านั้น รูปคู่แรดแม่ลูกที่ถ่ายได้ในครั้งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพประจำทศวรรษแห่งการอนุรักษ์แรดชวาได้เลย

ภาพถ่ายนี้เป็นภาพจาก camera trap ("กับดักกล้อง" ที่นักอนุรักษ์ติดตั้งไว้จุดที่คาดว่าเป็นทางผ่านของสัตว์ เมื่อสัตว์เดินผ่านหน้ากล้อง กล้องจะถ่ายรูปเอาไว้) ของกลุ่มนักอนุรักษ์ WWF ซึ่งติดตั้งในอุทยานแห่งชาติ Ujung Kulon ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย การถ่ายติดภาพคู่แม่ลูกนี้ทำให้นักอนุรักษ์ปรับตัวเลขประเมินประชากรแรดชวาใน Ujung Kulon เพิ่มเป็น 50 ตัว จากเดิม 40 ตัว

แรดชวาถูกล่าจนเกือบใกล้สูญพันธุ์ เพราะความเชื่อที่ว่านอของมันสามารถนำมาบดทำยาจีนบำรุงร่างกายและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งความเชื่อนี้ไม่เคยได้รับการรับรองทางการวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด เน้นอีกที ไม่เคย และ ไม่มีทางจริง

ประชากรแรดชวาใน Ujung Kulon ถือเป็นความหวังแห่งสุดท้ายในการอนุรักษ์แรดชวา แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีรายงานว่ายังมีแรดชวาหลงเหลืออยู่ในประเทศเวียดนาม แต่นักอนุรักษ์เชื่อกันว่าประชากรในเวียดนามมีขนาดเล็กเกินกว่าจะขยายพันธุ์ในธรรมชาติได้ ดีไม่ดี ป่านนี้คงจะตายกันไปหมดแล้วด้วย

ดูคลิปแอบถ่ายแม่แรดลูกแรดได้หลังเบรค

ที่มา PhysOrg, WWF

เวียดนามพบเมลามีนในอาหาร 18 รายการ

กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้ตรวจพบเมลามีนในอาหาร 18 รายการ โดยระบุว่าอาหารทั้งหมดนำเข้าจากจีนและประเทศอื่นๆ อีกสามประเทศคือ ไทย, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย รายงานจากเวียดนามนี้นับเป็นรายงานล่าสุด หลังจากมีคำสั่งงดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมไปแล้ว 25 ประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรปที่มีคำสั่งให้เก็บสินค้าเหล่านี้ออกจากชั้นวางจำหน่ายทั้งหมด

หลังการตรวจพบนี้ ทางการเวียดนามก็ได้สั่งทำลายสินค้าทั้งหมด

อุตสาหกรรมของสินค้าที่เกี่ยวกับนมของจีนมีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อปีถึงร้อยละ 90 และการปนเปื้อนนี้ทำให้มีการจับกุมผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Sanlu ถูกจับกุมพร้อมกับผู้ค้านมอีกนับสิบราย

ที่มา - PhysOrg, Wikipedia

Syndicate content