IBM

ไอบีเอ็มผลิตทรานซิสเตอร์ขนาด 9 นาโนเมตรสำเร็จด้วย Carbon Nanotube

ขณะที่เรารู้ว่าเทคโนโลยีซิลิกอนนั้นมีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถลดขนาดการผลิตลงไปได้มากกว่านี้มากนัก แต่ทางออกจากซิลิกอนในวันนี้ก็ยังไม่มีทางไหนที่เป็นความหวังที่ชัดเจน ล่าสุดไอบีเอ็มก็ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาทรานซิสเตอร์ด้วยท่อคาร์บอนนาโน (carbon nanotube) ทำให้ได้ทรานซิสเตอร์ขนาดเพียง 9 นาโนเมตรเท่านั้น

คุณสมบัติของท่อคาร์บอนนาโนเมื่อนำมาทำเป็นทรานซิสเตอร์นั้นทำให้ได้ทรานซิสเตอร์ที่กินพลังงานต่ำกว่าและรองรับกระแสได้มากกว่า ในแง่ของการออกแบบชิปแล้วการใช้ท่อคาร์บอนนาโนจะทำให้การออกแบบชิปโดยรวมทำได้ง่ายขึ้นและชิปกินพลังงานต่ำลง

แต่แม้ว่าท่อคาร์บอนนาโนจะแสดงคุณสมบัติที่ดีกว่าหลายๆ อย่างแต่ก่อนหน้านี้มันยังใช้เพียงแสดงคุณสมบัติด้วยกระบวนการผลิตในขนาดเดียวกับซิลิกอนเท่านั้น งานวิจัยของไอบีเอ็มครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นไปได้ที่ท่อคาร์บอนนาโนจะผ่านกำแพง 10 นาโนเมตรซึ่งเชื่อกันว่าเทคโนโลยีซิลิกอนจะไม่สามารถผลิตชิปด้วยลายวงจรที่เล็กกว่านี้ได้

ปัญหาสำคัญของท่อคาร์บอนนาโนคือกระบวนการผลิต ที่นักวิจัยต้องหาทางผลิตวงจรที่ใช้ท่อคาร์บอนนาโนร่วมกับท่อธาตูกลุ่มโลหะล้วนๆ โดยไม่ต้องพึ่งซิลิกอน และกระบวนการวางท่อคาร์บอนนาโนจำนวนมากๆ ด้วยความแม่นยำสูงเพื่อผลิตชิป

ที่มา - Technology Review

ไอบีเอ็มบีบการเก็บข้อมูลหนึ่งบิตเหลือ 12 อะตอม

การเก็บข้อมูลบนจานแม่เหล้กปรกติต้องใช้หัวอ่านเข้าไปเปลี่ยนสภาวะแม่เหล็กบนจานเพื่อเก็บรักษาข้อมูล แต่ทุววันนี้พื้นที่ที่ใช้เก็บข้อมูลแต่ละบิตนั้นแม้จะเล็กมากในสายตาของเรา แต่มันคืออะตอมจำนวนมหาศาล ทางไอบีเอ็มได้พัฒนาจนกระทั่งพบว่ากลุ่มอะตอมที่เล็กที่สุดที่จะรักษาภาวะแม่เหล็กให้เสถียรคือ 12 อะตอม

ด้วยการใช้อะตอมเพัยงเล็กน้อยเพื่อให้เก็บรักษา้ข้อมูลได้ เทคโนโลยีนี้หากพัฒนาไปถึงระดับอุตสาหกรรม ก็จะทำให้การเก็บรักษาข้อมูลใช้พื้นที่น้อยกว่าทุกวันนี้ได้มาก

การทดลองเรียงอะตอมใช้อุณภูมิ 1 เคลวิน หรือ -272 องศาเซลเซียส เพื่อให้กลุ่มอะตอมเสถียรขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีนี้ หากต้องการใช้งานที่อุณภูมิห้อง จะต้องใช้อะตอมประมาณ 150 อะตอมซึ่งก็ยังเล็กมากเทียบกับเทคโนโลยีปัจจุบัน

ที่มา - ComputerWorld

IBM ทำโซลาร์เซลล์แบบใหม่...ช่วยทำน้ำจืดได้ด้วย

คำว่า "โซลาร์เซลล์" กับ "น้ำจืด" อาจฟังแล้วไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันเท่าไร แต่เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ Zurich Research Laboratory ของ IBM คิดขึ้นมา จะช่วยทำให้การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีล่าสุดของ IBM คือ แผงโซลาร์เซลล์ที่เรียกว่า "Ultra-high Concentrated photovoltaic" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อขั้นขึ้นมาจาก Concentrated photovoltaic (CPV) อีกทอดหนึ่ง หลักการคร่าวๆ ก็คือการใช้เลนส์รวมแสงอาทิตย์ให้มีความเข้มมากขึ้น ทำให้แผงโซลาร์เซลล์กินพื้นที่น้อยลง แต่ข้อเสียของ CPV คือ ตัวแผงรับแสงจะร้อนมาก บางทีอาจจะร้อนไปได้ถึง 120 องศาเซลเซียส ยิ่งร้อนมาก การแปลงแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าก็ยิ่งน้อยลง

นักวิจัยของ IBM จึงคิดหาวิธีในการระบายความร้อนด้วยการออกแบบแผงให้มีช่องเล็กๆ เดินรอบทั่วแผง เมื่ออยู่ในระหว่างการทำงาน ช่องเหล่านี้จะเป็นทางให้น้ำไหลผ่าน น้ำก็จะช่วยเป็นตัวนำความร้อนออกมาจากแผงโซลาร์เซลล์ ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ขอให้นึกถึงหลักการการทำ water-cooling system ที่ขาโอเวอร์คล็อกชอบใช้นั่นแหละ

ก่อนหน้านี้เคยมีคนพยายามออกแบบการระบายความร้อนแผงโซลาร์เซลล์ด้วยน้ำมาแล้ว แต่การออกแบบของ IBM ถือว่าล้ำหน้าและมีประสิทธิภาพสูงกว่ามากมาย เพราะน้ำได้สัมผัสแหล่งความร้อนโดยตรง จากการทดสอบกับแผง Ultra-high Concentrated photovoltaic ขนาด 1 เซนติเมตร อุณหภูมิของแผงวิ่งอยู่ที่ประมาณ 70-90 องศาเซลเซียสเท่านั้น แม้ว่าแสงที่ตกกระทบจะมีความเข้มสูงถึง 5,000 เท่าของแสงอาทิตย์ปกติก็ตาม

น้ำที่ใช้ระบายความร้อนยังสามารถใช้น้ำทะเลได้ด้วย ประโยชน์ของการใช้น้ำทะเลระบายความร้อนอยู่ที่เราสามารถนำน้ำทะเลไปกลั่นทำน้ำจืดต่อได้ ซึ่งน้ำที่ออกมาจากแผงโซลาร์เซลล์จะมีอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงประหยัดพลังงานในการต้มน้ำให้เดือดตอนแรกไปได้เยอะเลย

ตอนนี้ IBM กำลังร่วมมือกับ Nanotechnology Research Center ของประเทศอียิปต์ในการสร้างตัวต้นแบบขนาด 10 ตารางเมตร หากสำเร็จก็มีแผนจะนำไปใช้ในดินแดนแห้งแล้งที่มีแสงแดดเหลือเฟือ เช่น เขตทะเลทราย เป็นต้น

ที่มา - New Scientist

IBM สาธิตทรานซิสเตอร์แบบกราฟีนทำงานที่ 155 GHz

ไอบีเอ็มสาธิตทรานซิสเตอร์แบบใหม่ที่สร้างขึ้นจากกราฟีน เพิ่มความถี่สูงสุดที่รองรับไปถึง 155GHz เร็วกว่าทรานซิสเตอร์แบบเดิมๆ ไปถึง 50% โดยงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจาก DARPA หน่วยงานวิจัยด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาทรานซิสเตอร์ความถี่สูงเพื่อใช้ในงานสัญญาณวิทยุ

อย่างไรก็ตามทรานซิสเตอร์กราฟีนยังไม่เหมาะต่อการใช้งานในคอมพิวเตอร์ดิจิตอล เนื่องจากระดับศักย์ไฟฟ้าในการทำงานยังไม่เหมาะต่อคอมพิวเตอร์ดิจิตอล แต่การใช้งานในวงจรอนาล็อกเพื่อขยายสัญญาณนั้นไม่ใช่เรื่องไกลเกินไปนัก

แชมป์ทรานซิสเตอร์ที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลก เป็นของไอบีเอ็มมาตั้งแต่ปีที่แล้วเมื่อทีมวิจัยของไอบีเอ็มแสดงทรานซิสเตอร์ 100GHz

ที่มา - ComputerWorld

IBM ตรวจวัดพฤติกรรมของอะตอมได้ระดับนาโนวินาทีแล้ว

ไอบีเอ็มกำลังตีพิมพ์รายงานแสดงความสำเร็จของเทคนิคการตรวจวัดพฤติกรรมอะตอมแบบใหม่ที่ชื่อว่า Pulsed STM (Pulsed Scanning Tunneling Microscopes) ที่ทำให้นักวิจัยสามารถวัดพฤติกรรมอะตอมแต่ละอะตอมได้ที่ความละเอียดระดับนาโนวินาที

ที่ความละเอียด (ในเชิงเวลา) ระดับนี้จะเป็นการเปิดโลกงานวิจัยใหม่ๆ ที่นักวิจัยสามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาอย่างที่ไม่เคยทำได้ เช่น DRAM ที่อะตอมมีการคายประจุจนต้องชาร์จเข้าไปใหม่ ด้วย Pulsed STM นี้นักวิจัยสามารถบอกได้ว่าที่พฤติกรรมระดับอะตอมแล้วตัวอะตอมจะคายประจุในเวลาเท่าใด ซึ่งจากการวัดก็ได้เวลาคายประจุที่ 250 นาโนวินาที หรือน้อยกว่า DRAM ที่ใช้เวลาคายประจุ 50 มิลลิวินาทีอยู่ 200,000 เท่า (เพราะ DRAM ประกอบด้วยอะตอมจำนวนมาก)

กล้องจุลทรรศน์แบบ STM นั้นประดิษฐ์ขึ้นในห้องวิจัยของ IBM เช่นกันและทำให้ผู้พัฒนาคือ Gerd Binnig และ Heinrich Rohrer ได้รับรางวัลโนเบลมาแล้ว

ที่มา - ZDNet

ไอบีเอ็มร่วมวงโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์

ช่วงหลังๆ นี้บริษัทไอทีเริ่มมาลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานกันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กูเกิล และไอบีเอ็ม ในแง่ของงานวิจัยแล้วไอบีเอ็มมีความได้เปรียบมากเพราะมีห้องแลปขนาดใหญ่และเทคโนโลยีที่สูงมาก และล่าสุดห้องวิจัยนี้ก็ได้แถลงผลงานว่าสามารถทำโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ได้แล้ว

โซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ของไอบีเอ็มมีชื่อสารเคลือบว่า kesterite ให้ประสิทธิภาพไฟฟ้าที่ร้อยละ 9.6 ขณะที่บริษัทเฉพาะทางอย่าง Nanosolar นั้นสามารถทำได้ถึงร้อยละ 16.4 บนโซลาร์เซลล์แบบเดียวกันแล้ว แต่สารจริงที่อยู่ในกระบวนการผลิตนั้นยังอยู่ที่ร้อยละ 11

ข่าวร้ายของงานของไอบีเอ็มเพิ่งออกจากห้องวิจัย ส่วนสินค้าของ Nanosolar นั้นต้องวางเงินจองกันข้ามปีเพราะกำลังผลิตมีจำกัด

ที่มา - A Smater Planet, Nanosolar Blog

ชิปคาร์บอนกำลังจะมาแทนที่ซิลิกอน?

ทุกวันนี้วัตถุดิบสำคัญในกระบวนการผลิตชิปคือซิลิกอนนับแต่มนุษยชาติมีทรานซิสเตอร์ใช้แทนหลอดสุญญากาศ ความจริงข้อนี้ก็ไม่เคยเปลียนไปจนวันนี้นักวิทยาศาสตร์จาก IBM ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างทรานซิสเตอร์จาก Graphene ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียงตัวของอะตอมคาร์บอนเป็นแผ่นชั้นเดียว

ทรานซิสเตอร์จาก Graphene ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ทีมงานเดียวกันเคยสร้างทรานซิสเตอร์แบบนี้ได้ด้วยการแยกชั้น Graphene ออกมาจากถ่านกราไฟต์ได้สำเร็จมาแล้วทำให้ได้ทรานซิสเตอร์ที่ทำงานได้ด้วยความถี่ 26Ghz แต่เทคนิคใหม่เป็นการสร้าง Graphene ขึ้นบนแผ่น silicon-carbide โดยการให้ความร้อนแผ่นวัตถุดิบจนซิลิกอนละเหยไป เหลือไว้เพียงแผ่นคาร์บอนบางๆ เป็นวัตถุดิบในการสร้างทรานซิสเตอร์ที่ทำงานได้ถึง 100Ghz

การใช้งานจริงยังคงห่างออกไปอีกหลายปี และการใช้งานในช่วงแรกคงเป็นงานทางการทหารและงานเฉพาะอย่างเท่านั้น หลังจากนั้นจึงกลายมาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เราใช้งานกันจริงๆ

ที่มา - TechnologReview

IBM จำลองสมองได้เทียบเท่าสมองแมว

in

ว่ากันว่าสมองมนุษย์นั้นซับซ้อนมากจนยากจะหาคอมพิวเตอร์มาเทียบเท่าได้แม้จะให้เวลาอีกนาน แต่วันนี้ศูนย์วิจัย Almaden ของไอบีเอ็มก็เปิดตัวงานวิจัยที่จำลองการทำงานของสมองในระดับ 1 พันล้านนิวรอน และ 10 ล้านล้านไซแนปส์ ซึ่งเป็นการจำลองระดับเดียวกับสมองแมว

การวิจัยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์จากห้องปฎิบัติการ Lawrence Livermore (ตัวแม่ด้านซุปเปอร์คอมพิวเตอร์) และเงินอีก 5 ล้านดอลลาร์จาก DARPA

ความท้าทายที่สำคัญคือสมองนั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานกับข้อมูลที่ไม่ตรงไปตรงมา มีความกำกวมได้สูง ขณะที่คอมพิวเตอร์นั้นต้องการข้อมูลที่แม่นยำ และตรรกะที่ตรงไปตรงมาตลอดเวลา การจำลองการทำงานสมองได้อาจจะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่กำกวม เช่น สภาพอากาศ การพยากรณ์การตลาดทั่วโลก ตลอดจนการประเมิณสถานะการณ์ในสนามรบ

ผมเข้าใจว่าสมองหมานั้นจะจำลองยากขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ส่วนปัญญานั้นอาจจะจำลองไม่ได้เลย

ที่มา - Mercury News

ไอบีเอ็มจะใช้ประโยชน์จากดีเอ็นเอเพื่อพัฒนาชิปในอนาคต

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นักวิจัยจากไอบีเอ็ม คุณ Paul W.K. Rothemund ได้เปิดเผยวิธีการจัดเรียงโครงสร้างดีเอ็นเอบนพื้นผิว ซึ่งเข้ากันได้กับการผลิตสารกึ่งตัวนำ (semiconductor) ในปัจจุบัน

โดยคุณ Spike Narayan ผู้จัดการแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไอบีเอ็มรีเสิร์ชได้กล่าวว่า "ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการลดขนาดชิปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเป็นปัจจัยจำกัด (limiting factor) ที่จะรักษากฏของมัวร์ไว้"

ตามกฎของมัวร์ ปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวมจะเพิ่มเป็นเท่าตัวทุกสองปี แต่กฏดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืนตลอดไปสำหรับชิปที่ขนาดเล็กกว่า 22 นาโนมเตร โดยในปีพ.ศ.2557 ค่าใช้จ่ายในการผลิตชิปที่สูงมากจะคุกคามกฏของมัวร์

นักวิจัยตาบอดหญิงได้เข้าชิงตำแหน่ง IBM Fellow

คงเป็นธรรมเนียมว่าบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ในสหรัฐฯ นั้นจะมีตำแหน่ง Fellow ที่เป็นเกียรติให้กับนักวิจัยที่ทำผลงานให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญสูง และชั่วอายุ 120 ปีของ IBM นั้นมีนักวิจัยเพียง 218 คนที่เคยได้รับตำแหน่งนี้ และปีนี้เองก็มีผู้ได้รับเสนอชื่อทั้งหมด 8 คน รวมถึง Chieko Asakawa นักวิจัยผู้พิการทางสายตาชาวญี่ปุ่น

เธอเป็นหนึ่งในผู้พัฒนา Homepage Reader ของไอบีเอ็มที่รองรับเว็บถึง 11 ภาษา และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างความตระหนักต่อการรับรู้ข้อมูลของผู้พิการทางสายตาในวงกว้าง

บ้านเราไม่รู้ว่าเค้าใช้ซอฟต์แวร์ตัวไหนกัน น่าจะมีการเผยแพร่ให้รับรู้ในวงกว้าง เผื่อนักพัฒนาจะได้ทำเว็บให้เข้ากับซอฟต์แวร์ได้ดีขึ้น

ที่มา - PhysOrg

Syndicate content