History

ผู้ก่อตั้ง Amazon ลงทุนสร้างนาฬิกาที่ทำงานได้ 10,000 ปี

ผู้ชายบ้านาฬิกาอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon เขาเลือกที่จะลงทุน 42 ล้านดอลลาร์ใน Long Now Foundation เพื่อสร้างนาฬิกาที่สามารถทำงานได้หมื่นปีต่อเนื่อง

Bezos กล่าวถึงนาฬิกาหมื่นปีนี้ว่าในปี "ค.ศ. 4000 คนจะมาดูนาฬิกานี้แล้วถามว่า คนสร้างจะสร้างมันไว้ทำไมกัน?" และเขาคาดหวังว่ามันจะทำให้คนที่มาเห็นนาฬิกานี้ได้คิดถึงอนาคตข้างหน้าและผลของสิ่งที่เราทำไว้ในวันนี้

ผู้ออกแบบนาฬิกานี้คือ Danny Hillis ซึ่งได้เสนอโครงการนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1995 และออกแบบมันมานาน 15 ปี จนกระทั้งสถาบันสมิตโซเนียนได้อนุมัติให้ติดตั้งนาฬิกานี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์ของสถาบันได้หากตัวโครงการสามารถหาทุนมาสร้างนาฬิกาได้สำเร็จ

ตัวนาฬิกามีขนาดใหญ่มากและใช้หินและเฟืองโลหะจำนวนมาก ดูวิดีโอการตัดหินได้ท้ายข่าว

ที่มา - Wired

NSA เปิดเอกสารลับจำนวนมากสู่สาธารณะ เล่มที่เก่าที่สุดอายุกว่า 200 ปี

ปรกติเอกสารราชการของสหรัฐฯ นั้นแม้จะเป็นความลับแต่เมื่อเวลาผ่านไประดับหนึ่งก็จะมีการยกเลิกระดับความลับของเอกสารแล้วเปิดเผยเอกสารเหล่านั้นออกมา แต่หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (National Security Agency - NSA) ดูจะต่อต้านกฏหมายนี้อยู่กลายๆ ด้วยการไม่ยอมปล่อยเอกสารจำนวนมากออกมาเพราะเหตุผลความมั่นคง แต่ในปี 2009 โอบามาก็ได้มีคำสั่งให้ปล่อยเอกสารเพื่อแสดงความโปร่งใสของรัฐบาล และผลจากคำสั่งนั้นก็มีผลให้ NSA ต้องเริ่มปล่อยเอกสารที่หมดอายุแล้วออกมาจำนวนมาก

เอกสารที่เก่าที่สุดนั้นเป็นคู่มือการเขียนแบบเข้ารหัสลับที่มีอายุกว่า 200 ปี, ภาพถ่ายสำนักงานการเข้ารหัสของกองทัพบกอายุเกือบ 100 ปี, หรือแผนผังคอมพิวเตอร์ IBM ตั้งแต่ปี 1959

เอกสารชุดนี้เป็นเอกสารชุดแรกที่ออกมาโดย NSA จะตรวจสอบและปล่อยเอกสารออกมาให้ครบถ้วนภายในสองปีข้างหน้าเราคงได้เห็นเอกสารแปลกๆ กันอีกจำนวนมากระหว่างนี้

ที่มา - Wired

พิพิธภัณฑ์อังกฤษแสดงบัตรผ่านเข้าเมืองของไอน์สไตน์สู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คือหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์เชื้อสายยิวที่อพยพลี้ภัยออกจากประเทศเยอรมนีในช่วงที่นาซีเรืองอำนาจ และสหราชอาณาจักรก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ให้การคุ้มครองไอน์สไตน์เป็นอย่างดี

ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2011 นี้ พิพิธภัณฑ์ Merseyside Maritime ในลิเวอร์พูล ได้จัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งเป็นการชั่วคราว สิ่งนั้นคือ "บัตรผ่านเข้าเมือง" (immigration card) ของไอน์สไตน์ในวันที่เขามาถึงท่าเรือโดเวอร์

สาเหตุที่พิพิธภัณฑ์เพิ่งจะเอาออกมาแสดง ไม่ใช่เพราะกั๊กอะไรหรอก แต่เป็นเพราะทางพิพิธภัณฑ์เองก็เพิ่งจะเจอบัตรผ่านนี้โดยบังเอิญที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินฮีธโทรว์เมื่อไม่นานมานี้

ในบัตรผ่านเข้าเมืองดังกล่าวระบุว่าเมืองที่ไอน์สไตน์จากมาคือเมือง Ostende ของประเทศเบลเยียม และจุดมุ่งหมายที่จะไปคือออกซ์ฟอร์ด เขากรอกในช่องอาชีพว่าเป็น "ศาสตราจารย์" และสัญชาติ "สวิส" (ไอน์สไตน์เกิดที่เยอรมนีและมีเชื้อชาติยิว แสดงว่าเขาทิ้งสัญชาติเยอรมันก่อนที่นาซีจะไล่ล่าเขาเสียอีก) ด้านท้ายมีลายเซ็นของไอน์สไตน์กำกับ ตราประทับลงวันที่ 26 พฤษภาคม 1933

ไอน์สไตน์อาศัยพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรระยะหนึ่ง ก็ย้ายต่อไปยังสหรัฐอเมริกาและลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่นจนสิ้นอายุขัย

ที่มา - BBC News

ชาร์ลส์ ดาร์วิน ตายเพราะอะไร?

ทุกๆ ปี University of Maryland และ Veterans Administration Maryland Health Care System จะจัดงานประชุม Historical Clinicopathological Conference โดยมีจุดประสงค์เพื่อสืบสวนหาโรคที่เป็นสาเหตุการตายของผู้มีชื่อเสียงในอดีตด้วยหลักฐานและบันทึกเท่าที่หามาได้ ในการประชุมปีนี้ซึ่งผ่านพ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หัวข้อหลักของการประชุมอยู่ที่ "ชาร์ลส์ ดาร์วิน" นักธรรมชาติวิทยาผู้วางรากฐานให้กับทฤษฎีวิวัฒนาการสมัยใหม่

ตามบันทึกที่มี หลังจากที่ ชาร์ลส์ ดาร์วิน กลับมาจากการท่องโลกไปกับเรือหลวง HMS Beagle เขาก็มีอาการป่วยมาโดยตลอด ได้แก่ ปวดเจ็บที่ท้อง อาเจียนรุนแรง และผิวหนังแตก นักวิทยาศาสตร์ในงานประชุมสรุปข้อสันนิษฐานว่า ชาร์ลส์ ดาร์วินน่าจะป่วยด้วยโรคอย่างต่ำ 3 อย่าง คือ

  1. Chagas disease เขาน่าจะติดเชื้อมาในตอนที่โดนแมลงกัดในอาร์เจนติน่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ของพาหะสำคัญแหล่งหนึ่ง

  2. โรคกระเพาะอักเสบ ที่เกิดจากเชื้อ Helicobacter pylori นักวิทยาศาสตร์คาดว่าเขาน่าจะได้รับเชื้อในระหว่างการเดินทางเช่นกัน

  3. อาการอาเจียนน่าจะเป็น Cyclic vomiting syndrome ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจนักว่าสาเหตุของอาการเกิดจากอะไร แต่สันนิษฐานกันว่ามาจากความเครียดเป็นสำคัญ ความเครียดประการหนักที่สุดของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ก็คงเป็นเรื่องของโรคที่เขาเป็นอยู่นั่นแหละ

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่แม้ ชาร์ลส์ ดาร์วิน จะเกิดในตระกูลแพทย์ แต่กลับไม่มีแพทย์คนไหนวินิจฉัยโรคและรักษาเขาให้หายขาดได้เลย อย่างดีก็เพียงแต่ให้ยาบรรเทาอาการ สุดท้าย ชาร์ลส์ ดาร์วิน ก็จากโลกนี้ไปด้วยวัย 73 ปี สิ่งที่คร่าชีวิตเขาน่าจะเป็นโรคหัวใจซึ่งก็คือผลข้างเคียงของการป่วยเรื้อรังนั่นเอง

ที่มา - New Scientist

นาซ่าเปิดบันทึกการสื่อสารระหว่างศูนย์และนักบินของโครงการในช่วงแรกทั้งหมด

องค์การนาซ่าเปิดบันทึกการโต้ตอบระหว่างนักบินและศูนย์ภาคพื้นทั้งหมด โดยตอนนี้มีบันทึกของโครงการ Apollo 13 (เกิดอุบัติเหตุและต้องช่วยนักบินให้กลับบ้าน), Mercury 8 (ส่งมนุษย์ขึ้นวงโคจรเป็นครั้งแรก) ส่วนโครงการอื่นๆ กำลังตามมาเร็วๆ นี้

ติดตามความคืบหน้าได้ที่ @spacelogdotorg

"ฮุสตัน เรามีปัญหาแล้ว..."

ที่มา - Spacelog.org

อิสราเอลเตรียมปล่อยภาพถ่าย Dead Sea Scrolls ทางอินเทอร์เน็ต

หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มศริสตชนแล้วคงหนีไม่พ้น Dead Sea Scrolls ม้วนหนังสือโบราณที่ค้นพบโดยบังเอิญในถ้ำแถบเวสต์แบงค์ เอกสารโบราณรวมถึงคัมภีร์ของศาสนายิวจำนวนมากที่ค้นพบนี้ มีสภาพที่สมบูรณ์กว่าที่เคยค้นพบในที่อื่นๆ หลายฉบับถูกนับเป็นเอกสารสำเนาที่เก่าแก่ที่สุดนับแต่มีการศึกษากันมา

ล่าสุดทาง Israeli Antiquities Authority เตรียมการถ่ายภาพเอกสารทั้งหมดและนำขึ้นเผยแพร่สู่สาธารณชนทางอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยก่อนหน้านี้จะมีเพียงนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเอกสารเหล่านี้โดยตรง เนื่องจากตัวเอกสารมีความบอบบางมากจนแตกหักเสียหายได้อย่างง่ายดาย

การถ่ายภาพในครั้งนี้จะใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายจากทางนาซ่า เพื่อเก็บรายละเอียดที่เสียไปตามกาลเวลาให้กลับคืนมาให้มากที่สุด

ที่มา - Google News (AP)

โครงการ Long Now สร้างแผ่นบันทึกเอกสารเพื่ออนาคตอีกสองพันปี

in

แผ่น CD-R ที่บ้านเราอาจจะใช้ได้ไม่เกินสัปดาห์ จนเรากังวลว่าอนาคตเมื่ออารยธรรมของเราสูญสลายไป จะมีใครบ้างที่เข้าใจความเป็นไปของคนยุคนี้

โครงการ Long Now เป็นโครงการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตอบคำถามนี้โดยเฉพาะเพื่อรักษาข้อมูลไว้ให้คนในอีกหมื่นปีข้างหน้าได้รับรู้ว่าโลกในศตวรรษที่ 20 นั้นมีความเป็นอยู่กันอย่างไร และผลพวงจากโครงการนี้ชิ้นล่าสุดคือ Rosetta Disk ที่ใช้เก็บข้อมูลด้านภาษาเพื่อคนในยุคหน้าโดยเฉพาะ

ตัวแผ่น Rosetta Disk นั้นด้านหนึ่งเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เล็กลงเรื่อยๆ เป็นก้นหอย เพื่อชี้นำให้ผู้ที่พบเจอมันในอนาคตได้สังเกตว่าต้องขยายลวดลายบนตัวมันถึงจะอ่านได้ โดยตัวเอกสารแต่ละหน้านั้นจะมีความกว้างประมาณครึ่งมิลลิเมตร และต้องใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายห้าร้อยเท่าจึงสามารถอ่านออกได้

เอกสารทั้งหมดมีรวมแล้ว 15,000 หน้ากระดาษ โดยครึ่งบนจะเป็นเอกสารทางภาษาศาสตร์อธิบายถึงการใช้งานของภาษาต่างๆ ไว้กว่า 2,500 ภาษาทั่วโลก อีกด้านเป็นเอกสารด้านภาษาและเอกสารอื่นๆ เช่นพระคัมภีร์ไบเบิลในส่วนของปฐมกาล และเอกสารคำประกาศสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ

เอกสารทั้งหมดต้องการเพียงกล้องจุลทรรศน์โดยไม่ต้องการตีความเอกสารในรูปแบบอื่นๆ ทำให้ไม่ต้องกังวลกับฟอร์แมตเอกสารที่เปลี่ยนไปในอนาคต

Rosetta Disk นั้นตั้งชื่อเลียนแบบมาจาก Rosetta Stone ก้อนหินที่บันทึกกฎหมายของอียิปต์ไว้สามภาษาในแผ่นเดียว ทำให้โลกปัจจุบันเข้าใจภาษาโบราณได้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก

ที่มา - Rosetta Disk

นักดาราศาสตร์ช่วยไขประวัติศาสตร์ของมหากาพย์โอดิสซีย์

เหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ที่ปรากฏอยู่ในมหากพย์ชื่อดังของกรีก โอดิสซีย์ ช่วยใหันักดาราศาสตร์ในปัจจุบัน สามารถระบุถึงช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ในการล่มสลายของกรุงทอย รายงานในเอกสารรวมเล่มของ National Academy of Sciences

นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมกรีก ได้ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ ถึงเหตุการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในในโอดิสซีย์ ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์อื่นๆ มาอ้างอิงยืนยันได้

แต่จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์สองคน Marcelo Magnasco จากมหาวิทยาลัย Rockefeller และ Constantino Baikouzis จาก Observatorio Astronomico อาร์เจนตินา ได้อาศัยเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ 4 เหตุการณ์ ที่ถูกมองข้ามในมหากาพย์เรื่องนี้ ซึ่งสามารถทำให้ความขัดแย้งเรื่องเวลาหมดสิ้นไป

หลังจากที่โอดิซุสเสร็จสิ้นสงครามจากเมืองทรอย และพยายามไปฆ่ากลุ่มคนพาล ซึ่งพยายามฟ้องร้องขอแต่งงานกับพีเนโลป ภรรยาของเขา ในระหว่างการกลับบ้านก็ได้เกิดเหตุการณ์ดต่างๆ คือ

  • จันทร์เต็มดวงก่อนวันที่โอดิซุสเดินทางกลับ ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเกิดสุริยุปราคา
  • 6 วันก่อนการสังหารหมู่ ดาวศุกร์ส่องสว่างและอยู่สูงจากขอบฟ้า
  • 29 วันหลังจากนั้น กลุ่มดาวลูกไก่และกลุ่มดาววัวสามารถมองเห็นได้ในช่วงดวงอาทิตย์ตก
  • สุดท้าย 33 วันหลังจากการสังหารหมู่ ดาวพุธอยู่สูงจากขอบฟ้าและอยูทางทิศตะวันตกเมื่อสุดวงโคจร

เหตุการณ์ทั้งสี่เหตุการณ์ ไม่สามารถเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันได้ นักดาราศาสตร์เลยมองไปในช่วงเวลา 100 ปี ของการเสื่อมสลายของเมืองทรอย เพื่อหาลำดับเหตุการณ์ที่ตรงตามหากาพย์ ซึ่งมีเพียงวันเดียวเท่านั้นที่ตรงกับข้อมูลที่มีอยู่ นั่นคือวันที่ 16 เมษายน 1178 ปีก่อนคริศต์ศักราช

วันเวลาดดังกล่าว ช่วยให้นักประวัติศาสตร์สามารถระบุช่วงเวลา การล่มสลายของเมืองทรอย ซึ่งทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมหากาพย์ทั้งสองอย่าง โอดีสซีย์ และ อีเลียด สามารถระบุช่วงเวลาที่ถูกต้องได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยทั้งสองได้ย้ำเตือนว่า ความน่าเชื่อถือมาจากเนื้อเรื่องในมหากาพย์เอง และข้อสรุปที่ได้ก็ค่อนข้างจะเป็นสมมุติฐานค่อนข้างมาก

เนื่องจากผมไม่เคยอ่านทั้ง โอดีสซีย์ และ อีเลียด ถ้าหากมีข้อผิดพลาดเรื่องไหน ก็ขออภัยด้วยครับ

ที่มา - Physorg

Syndicate content