GPS

มาอีกระบบ จีนเริ่มทดสอบระบบดาวเทียมนำร่องของตัวเองแล้ว

ทางการจีนแถลงความสำเร็จในการยิ่งดาวเทียม BeiDou ครบสิบดวง และเริ่มการทดสอบการทำงานแล้ว โดยภายในปีหน้าดาวเทีบมชุดนี้จะสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่เอเชียแปซิฟิก หลังจากยิงดาวเทียมเพิ่มอีก 6 ดวงในปีหน้า เมื่อโครงการนี้เสร็จสิ้น จะมีดาวเทียมทั้งหมด 35 ดวง ให้บริการครอบคลุมทั้งโลก

ดาวเทียม BeiDou นี้เป็นชุดที่สอง หลังจากชุดแรกยิงทดสอบไปตั้งแต่ช่วงปี 2000 และใช้เพื่อกิจการทางทหารเท่านั้น BeiDou-2 นี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้งานได้ฟรี โดยมีความแม่นยำระดับ 10 เมตร และความแม่นยำด้านเวลาในระดับ 10 ns

ที่น่าสนใจคือ ระบบดาวเทียม BeiDou นี้จะประกอบด้วยดาวเทียมค้างฟ้า (GEO) จำนวน 5 ดวง, ดาวเทียมระดับกลาง (MEO) อีก 27 ดวง, และดาวเทียมระดับ Inclined GSO อีก 3 ดวง

ตอนนี้เองทั้งโลกก็เริ่มเต็มไปด้วยระบบดาวเทียมนำร่องคือ GPS ของสหรัฐฯ, Galileo ของสหภาพยุโรป, GLONASS ของรัสเซีย, และ BeiDou ของจีน ถ้าทั้งหมดสร้างเสร็จ จะมีดาวเทียมรวมๆ กว่า 100 ดวง

ที่มา - Reuters

ตรวจจับการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ด้วย GPS

เพื่อความปลอดภัยของโลก สนธิสัญญาห้ามการทดลองอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีการลงนามกันตั้งแต่ปี 1997 ยกเว้นหลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯ แต่ไม่ว่าอย่างไรอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งคือเรายังขาดเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบการทดลองระเบิดนิวเคลียร์

อาจจะน่าตกใจว่าการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ที่เป็นดอกเห็นสูงนับกิโลเมตรจะเอาไปหลบซ่อนได้อย่างไรกัน แต่ในความจริงแล้วการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ยุคใหม่ๆ มักจะทำการทดลองใต้ดินเพื่อป้องกันการแพร่กระจายรังสี และแม้จะตรวจจับแรงสั่นสะเทือนได้แต่ก็ยากที่จะแยกว่าเป็นแผ่นดินไหว, ระเบิดนิวเคลียร์, หรือกระทั่งเป็นการทดลองระเบิดธรรมดาที่ขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งสนธิสัญญาไม่ได้ห้ามไว้แต่อย่างใด

หน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบการทดลองระเบิดนิวเคลียร์นั้นคือ Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty Organization (CTBTO) โดยมีแนวทางที่จะติดเครื่องตรวจสอบแผ่นดินไหวทั่วโลก และติดตั้งสถานีตรวจอนุภาครังสี (radionuclide) เพื่อยืนยันว่าเป็นการทดลองนิวเคลียร์ทั่วโลก 80 สถานี แต่อีกแนวทางหนึ่งที่ราคาถูกกว่าและใช้งานได้ทันทีคือการใช้สถานี GPS ในการยืนยัน โดยทีมวิจัยระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ คือนาย Jihye Park ได้เสนอผลการศึกษาข้อมูลจากสถานี GPS ภาคพื้นดิน และพบว่าการทดลองนิวเคลียร์จะทิ้งร่องรอยไว้ในชั้นบรรยากาศในระดับไอโอโนสเฟียร์

การตรวจสอบนี้อาศัยคลื่นช๊อกเวฟที่เป็นลักษณะของระเบิดนิวเคลียร์ คลื่นนี้จะกระแทกออกมาจากจุดระเบิดและทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ตรวจสอบได้นี้ ส่งผลไปยังความแรงสัญญาณ GPS ที่สถานีรับได้จนเกิดรูปแบบเฉพาะที่บอกได้ว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงในระดับไอโอโนสเฟียร์

การตรวจสอบในรูปแบบนี้ได้เปรียบกว่าการตรวจสอบอนุภาครังสีเพราะการทดลองใหม่ๆ อาจจะอยู่ใต้ดินลึกเกินกว่าอนุภาคจะเล็ดลอดออกมาจนตรวจสอบได้ และการใช้ข้อมูล GPS มาตรวจสอบนั้นก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่มากนัก ทำให้เราสามารถใช้การตรวจสอบแบบนี้เพื่อยืนยันร่วมกับการทดสอบอื่นๆ ได้

ที่มา - Ohio University's Research News

ญี่ปุ่นกำลังสร้างระบบ GPS ของตัวเอง

แม้ระบบ GPS ของสหรัฐฯ จะใช้งานได้ดีแถมมีค่าใช้จ่ายต่ำเพราะกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ดูแลรักษาดาวเทียมทั้ง 24 ดวงให้ แต่ในแง่ความมั่นคงแล้วก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่งเพราะสหรัฐฯ อาจจะปิดสัญญาณไม่ให้ต่างชาติเข้าใช้งานเมื่อใหร่ก็ได้ ล่าสุดทางการญี่ปุ่นก็ระบุว่ารัฐบาลกำลังที่จะสร้างระบบ GPS ของตัวเอง

ดาวเทียมชุดแรกของญี่ปุ่นจะยิงขึ้นไป 6-7 ดวงและทำงานได้ในปี 2014-2015 โดยจะครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก

นอกจากความมั่นคงแล้วดาวเทียมชุดนี้ยังใช้ช่วยเสริมความแม่นยำจากระบบ GPS ของสหรัฐฯ ได้ด้วยในตัว โดยใช้งบประมาณสองแสนล้านเยนหรือหกหมื่นล้านบาท

ที่มา - PhysOrg

ผู้นำกลุ่มกองโจรในโคลอมเบีย โดนสังหารเพราะ GPS ที่รองเท้า

Mono Jojoy ผู้นำกลุ่มกองโจรยาเสพย์ติด FARC ในโคลอมเบีย ซึ่งมีคนในกองกำลังถึง 11,000 คน Jojoy เป็นอาชญากรที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด มีฐานที่มั่นอยู่ในป่าลึกชนิดที่ภาพถ่ายดาวเทียมแยกแยะไม่ได้ แต่เขากลับสิ้นท่าเพราะเทคโนโลยีง่ายๆ อย่าง GPS

Jojoy ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผสมกับเขามีบาดแผลฉกรรจ์ที่เท้า เขาจึงให้ลูกน้องสั่งซื้อรองเท้าบูตชนิดพิเศษมาให้ ทางกองโจรส่งข้อความสั่งซื้อรองเท้าซึ่งหน่วยข่าวกรองของโคลอมเบียดักจับได้ จึงซ้อนแผนโดยส่งรองเท้าที่แอบติด GPS ไปให้กับ Jojoy

เมื่อทางการโคลอมเบียสามารถระบุพิกัดของ Jojoy ได้ ก็เริ่มปฏิบัติการทางการทหารโดยใช้เครื่องบิน 57 ลำทิ้งระเบิดทางอากาศ ผสมกับกองกำลังภาคพื้นดิน ผลสรุปคือกองกำลัง FARC โดนทำลายย่อยยับ Jojoy เสียชีวิต ส่วนฝ่ายรัฐบาลสูญเสียหมาดมวัตถุระเบิดหนึ่งตัว

ที่มา - Gizmodo

ระบบดาวเทียม GPS กำลังจะถูกอัพเกรดครั้งใหญ่

ระบบพิกัด GPS (Global Positioning System) ที่เราๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1973 โดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ในช่วงแรกมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการทหาร แต่ในภายหลังก็เปิดให้เอกชนได้ใช้งานด้วย

ดาวเทียมที่ใช้ในระบบ GPS เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรระดับกลาง (medium earth orbit) จำนวน 24-32 ดวง ซึ่งดาวเทียมส่วนมากถูกยิงขึ้นในวงโคจรตั้งแต่ยุค 80s

ล่าสุดทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กำลังเตรียมจะยกเครื่องระบบ GPS ใหม่ โดยมีเงินลงทุนสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์ ระบบ GPS ใหม่จะมีความแม่นยำสูงถึง 1 เมตร (เทียบกับปัจจุบันประมาณ 20 ฟุต หรือประมาณ 6-7 เมตร และมีเสถียรภาพสูงกว่าเดิมมาก

การอัพเกรดระบบจะค่อยๆ ทำ โดยเปลี่ยนดาวเทียมไปทีละดวง ดาวเทียมใหม่ดวงแรกจะถูกยิงขึ้นจากแหลมคานาเวอรัลในสัปดาห์นี้ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะใช้เวลาถึงสิบปี

ที่มา - LA Times

นักวิจัยพัฒนาระบบนำทางบนดวงจันทร์

Ron Li นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Ohio State ผู้ซึ่งเคยพัฒนาระบบนำร่องของยานสำรวจดาวอังคาร กำลังพยายามพัฒนาระบบค้นหาเส้นทางสำหรับมนุษย์บนดวงจันทร์

นาซามีแผนจะส่งมนุษย์กลับไปบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2020 นักบินอวกาศไม่สามารถใช้ระบบ GPS ในการค้นหาเส้นทางรอบๆ เนื่องจากบนดวงจันทร์ไม่มีดาวเทียมสำหรับใช้ส่งสัญญาณ

Li ได้รับเงินสนับสนุนจากนาซาเป็นจำนวน 1.2 ล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อพัฒนาระบบนำทางซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนระบบ GPS แต่ใช้สัญญาณจากเซนเซอร์ที่อยู่บนดวงจันทร์, ไฟสัญญาณ, กล้องวีดีโอสามมิติ ในการระบุตำแหน่ง

คนโดยทั่วไป จะใช้สภาพภูมิประเทศ เช่น ขนาดของตึกหรือภูเขาในการเปรียบเทียบระยะทาง แต่บนดวงจันทร์ไม่มีสภาพภูมิประเทศดังกล่าว ทำให้นักบินอวกาศหลงทาง หรือประมาณระยะทางผิดไป ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

Li ได้อธิบายระบบการทำงานของเขา เริ่มจากการนำภาพถ่ายจากดาวเทียมมารวมเข้ากับภาพที่ได้จากพื้นผิว เพื่อนำมาสร้างเป็นแผนที่ของดวงจันทร์, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลือนไหวที่ติดตั้งอยู่บนพาหนะและบนนักบินอวกาศ ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคำนวนตำแหน่งที่อยู่ในปัจจุบัน, สัญญาณจากยานบนดวงจันทร์และสถานีที่ตังอยู่ จะช่วยให้นักบินอวกาศรู้ตำแหน่งรอบๆ ตัว ซึ่งนักวิจัยได้ตั้งชื่อให้กับระบบดังกล่าวว่า Lunar Astronaut Spatial Orientation and Information System (LAOIS)

ที่มา - EurekAlert

Syndicate content