Google

กูเกิลเซ็นสัญญาซื้อพลังงานลม 20 ปี

ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ของบริษัทไอทีอย่างกูเกิลนั้นไม่ใช่เพียงค่าคอมพิวเตอร์ หรือวิศวกรจำนวนมากเพียงเท่านั้น แต่ยังมีค่าพลังงานที่ศูนย์ข้อมูลของกูเกิลใช้พลังงานมหาศาลอยู่ทุกวันทำให้กูเกิลลงทุนเรื่องพลังงานค่อนข้างมาก และข้อตกลงล่าสุดก็มีการตกลงซื้อพลังงานลมไปอีกถึง 20 ปีข้างหน้าแล้ว

กูเกิลทำข้อตกลงซื้อพลังงาน 114 เมกกะวัตต์ไปอีก 20 ปีจากบริษัท NextEra Energy Resource โดยบริษัทนี้มีกำลังผลิตถึง 7,600 เมกกะวัตต์ที่ผลิตด้วยลมอยู่ในตอนนี้

นี่เป็นผลจากการที่กูเกิลมีใบอนุญาตในการซื้อขายพลังงานแบบยกล็อต ด้วยใบอนุญาตนี้กูเกิลจะสามารถซื้อพลังงานล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานๆ แล้วบริหารการใช้งานของตัวเอง ตลอดจนขายส่วนเกินออกไปเมื่อพลังงานเหลือได้

ที่น่าสนใจคือกูเกิลเองก็มีหุ้นอยู่ในบริษัท NextEra นี้เองด้วย โดยกูเกิลลงทุนโดยตรงลงไป 38.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก็ไม่ได้มากอะไรกับบริษัทที่มีรายได้ 15 พันล้านดอลลาร์อยู่แล้ว

ที่มา - TechCrunch

กูเกิลได้รับใบอนุญาตขายไฟฟ้าแล้ว

หลังจากวันที่ 23 นี้กูเกิลจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายพลังงานเป็นล็อตใหญ่ๆ เช่นเดียวกับบริษัทพลังงานอื่นๆ อย่างไรก็ตามกูเกิลยังไม่มีโรงงานผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าเป็นของตัวเองแต่อย่างใด

กูเกิลเป็นบริษัทที่ใช้พลังงานมหาศาล การได้รับใบอนุญาตนี้จะเปิดทางเลือกในการซื้อพลังงานยกล็อตจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่วนในแง่ประชาสัมพันธ์ กูเกิลระบุว่าใบอนุญาตนี้จะนำไปสู่โอกาสในการเลือกใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ไม่ผลิตคาร์บอนต่อไป

ที่มา - IT World

มาตรฐานใหม่การวัดปริมาณคาร์บอน: เทียบจำนวนครั้งการค้นหาด้วยกูเกิล

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้เราศึกษาการเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อช่วยปัญหาโลกร้อนก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นแล้วเราอาจจะทำร้ายโลกหนักยิ่งกว่าเดิม แต่บริษัทอย่างกูเกิลนั้นก็ถูกโจมตีในเรื่องของการทำโลกร้อนมาตลอดเนื่องจากการใช้พลังงานที่สูงมากอย่างต่อเนื่อง ก็ออกมาแก้ตัวด้วยการแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมเดิมๆ ของเรานั้นใช้พลังงานมากกว่าการค้นหาด้วยกูเกิลหลายเท่าตัวนัก

ตัวอย่างที่กูเกิลยกมาเช่น

  • หนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับปล่อยคาร์บอนเท่ากับค้นหากูเกิล 850 ครั้ง
  • น้ำส้มหนึ่งแก้วปล่อยคาร์บอนเท่ากับค้นหากูเกิล 1,050 ครั้ง
  • ชีสเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นปล่อยคาร์บอนเท่ากับค้นหากูเกิล 15,000 ครั้ง

นอกจากปกป้องตัวเองแล้ว บล็อกของกูเกิลยังชี้ไปยังรายงานของ The Climate Group ที่รายงานว่าการใช้พลังงานของภาค ICT นั้นช่วยลดการใช้พลังงานในส่วนอื่นๆ ลง เช่นอินเทอร์เน็ตนั้นลดการใช้พลังงานจากการเดินทาง หรือการส่งจดหมายได้เป็นอย่างดี

ผมพยายามหาข้อมูลมาตลอดว่าถุงผ้าหนึ่งใบนี้ใช้พลังงานเป็นกี่เท่าของถุงพลาสติกยังหาไม่ได้เลยแฮะ

ที่มา - Google Blog

Sergey Brin จะสนับสนุนงานวิจัยโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคหนึ่งที่ได้รับความสนใจในด้านของการวิจัยโดยเฉพาะด้านพันธุกรรม มีผู้ที่สนับสนุนงานวิจัยนี้อยู่หลายคน (หนึ่งในนั้นคือ Michael J. Fox) วันนี้ Sergey Brin ผู้ก่อตั้งกูเกิลก็ออกมาแถลงว่าจะสนับสนุนงานวิจัยด้านนี้เต็มที่ครับ

ตัว Brin นั้นเคยเปิดเผยว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ถึง 20-80% เนื่องจากมารดาเขาเองก็เป็นโรคนี้อยู่ เขาจึงเตรียมที่จะบริจาคเงินเพื่อช่วยสนับสนุนงานวิจัยนี้ ซึ่งทำโดยบริษัท 23andMe ของภรรยาของเขาเอง โดยผู้ที่สนใจเข้ารับการวิจัยนั้นจะได้รับการสนับสนุนค่าตรวจดีเอ็นเอ โดยลดจาก 399 ดอลลาร์สหรัฐเหลือเพียง 25 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้เปิดเผยถึงจำนวนเงินทั้งหมดที่เขาสนับสนุน

งานวิจัยในลักษณะนี้นั้นมีอยู่พอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างนั้นคือจำนวนของผู้เข้าร่วม เนื่องจากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอนั้นมีราคาค่อนข้างสูง จึงจำกัดได้เพียงแค่ไม่กี่ร้อยคน แต่แผนงานวิจัยในครั้งนี้นั้นจะวิเคราะห์ถึงกว่าหมื่นคนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับงานวิจัยนี้เหมือนกัน

"งานวิจัยนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่สิ่งเดียวที่โดดเด่นคือมีคนที่รวยมากๆ สนับสนุนอยู่" Dr. Kari Stefansson นักวิจัยในวงการจากไอซ์แลนด์กล่าว นอกจากนี้แล้ว Sarah Murray นักวิจัยจากเมืองซานดิเอโก้ยังคิดว่าผลที่ได้นั้นอาจมีคุณภาพต่ำ เนื่องจากงานวิจัยนี้จะเก็บข้อมูลผ่านทางแบบสอบถามบนอินเทอร์เน็ตแทนที่จะมีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ที่มา: The New York Times

Syndicate content