Global Warming

มหาวิทยาลัย Nottingham สร้างอาคารไร้คาร์บอนในจีน

8
vote

แม้จีนจะเป็นประเทศที่ปล่อยคาร์บอนมากที่สุดในโลกในตอนนี้ แต่ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแบบยั่งยืนของมหาวิทยาลัย Nottingham วิทยาเขต Ningbo ก็นับเป็นอาคารที่ไม่ปล่อยคาร์บอนเป็นอาคารแรกของจีน

อาคารแห่งนี้ใช้พลังงานหลักจากแสงอาทิตย์ร่วมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายพลังงานให้ทั้งตึกได้ถึงสองสัปดาห์หากไม่มีแสงอาทิตย์ ส่วนระบบทำความร้อนในอาคารนั้นใช้ความร้อนจากพื้นดินขึ้นมา และตัวอาคารได้รับการออกแบบเพื่อใช้แสงอาทิตย์ และลมจากภายนอกให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ภายในอาคารนี้มีทั้งห้องวิจัย ห้องเรียน และศูนย์ผู้เข้าชม คาดว่าอาคารนี้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนตลอดอายุการใช้งาน 25 ปีได้ถึงกว่าพันตัน

ที่มา - Inhabitat

ปัญหาโลกร้อนยังไม่ได้รับการแก้ไข คาร์บอนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

27
vote

รายงานล่าสุดจากบริษัทค้าน้ำมัน BP PLC ได้ระบุว่าปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศไม่ได้ลดลงเลยในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากความพยายามในการรนณรงค์ไปทั่วโลกให้ตระหนักต่อปัญหานี้ ซ้ำร้ายปริมาณคาร์บอนยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ในปี 2007 เทียบกับปี 2006

ประเทศที่ดูเหมือนจะให้ความสำคัญต่อปัญหานี้น้อยที่สุดคงจะเป็นจีน ที่ปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7.5 เป็น 1.8 พันล้านเมตริกตัน ส่วนอันดับสองของโลกคือสหรัฐฯ นั้นเพิ่มขึ้นมาร้อยละ 2 เป็น 1.58 พันล้านเมตริกตัน

ทางด้านยุโรปนั้นปัญหาคาร์บอนดูจะไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ประเทศเดนมาร์กนั้นปล่อยคาร์บอนลดลงถึงร้อยละ 8 ส่วนอังกฤษและเยอรมันนั้นลดลงร้อยละ 3 และฝรั่งเศสก็ลดลงไปร้อยละ 2

เริ่มกันที่ตัวเราก่อนเลยครับ ไม่ขอถุงพลาสติกโดยไม่จำเป็น ใช้แก้วน้ำขวดน้ำซ้ำเท่าที่ทำได้

ที่มา - Yahoo! News

โรงงานไฟฟ้าถ่านหินแบบไร้คาร์บอนแห่งแรกในโลกเริ่มทำงานแล้ว

29
vote

โรงงานไฟฟ้าถ่านหินแบบไม่ปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ขั้นบรรยากาศแห่งแรกของโลกเริ่มทำงานแล้วในวันนี้ โดยโรงงานไฟฟ้า Schwarze Pumpe ที่ตั้งอยู่ในเมือง Spremberg ทางด้านตะวันออกของเยอรมันแห่งนี้มีกำลังผลิต 30 เมกกะวัตต์ โดยเป็นส่วนหนึ่งในโครงการนำร่องระยะเวลาสามปีในการทดสอบการใช้งานโรงงานไฟฟ้าถ่านหินแบบไม่ปล่อยคาร์บอนนี้

โรงงานไฟฟ้าแห่งนี้อาศัยการแยกไนโตรเจนออกจากอากาศทำให้ได้อากาศที่มีออกซิเจนในปริมาณสูงมาก เมื่อนำไปเผาไหม้แล้วจะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำเป็นของเสียออกมา โรงงานไฟฟ้านี้จะนำก๊าซที่ได้กลับไปเผาไหม้อีกครั้งจนได้ก๊าซที่มีคาร์บอนเข้มข้นเป็นอย่างมากถึงร้อยละ 98 แล้วจึงนำก๊าซนั้นไปอัดเหลวเพื่อส่งไปอัดลงใต้ดินเป็นระยะทางสามกิโลเมตรใต้พื้นโลกต่อไป

ไฟฟ้าพลังงานถ่านหินนั้นเป็นแหล่งพลังงานประมาณร้อยละ 50 ของสหรัฐฯ และยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญไปทั่วโลกเนื่องจากมีราคาถูก แต่ปัญหาหลักของมันคือโรงงานไฟฟ้าแบบนี้สร้างคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด จนถือได้ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังต้องพึ่งพิงถ่านหินไปอีกนาน จึงมีการเสนอเทคโนโลยีเก็บกักคาร์บอนไว้ใต้ดิน แทนที่จะรอเทคโนโลยืผลิตไฟฟ้าที่ไร้คาร์บอนแบบอื่นๆ ที่ยังดูห่างไกล

ไม่มีบอกต้นทุน แต่ทางบริษัทผู้สร้างคือ Vattenfall ระบุว่าบริษัทกำลังเตรียมสร้างโรงงานแบบเดียวกันนี้แต่มีขนาดถึง 300 ถึง 500 เมกกะวัตต์ในปี 2015 และสร้างโรงงานขนาด 1,000 เมกกะวัตต์ในปี 2020 ส่วนสหภาพยุโรปนั้นวางแผนไว้ให้มีโรงงานแบบเดียวกันนี้ประมาณ 10 แห่งในปี 2015

ที่มา - MIT Technology Review

น้ำแข็งทวีปอาร์กติกยังไม่ทำลายสถิติต่ำสุดในปีนี้

24
vote

ปรากฎการณ์ปริมาณน้ำแข็งขั้วโลกเหลือกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเชื่อกันว่าปริมาณน้ำแข็งขั้วโลกทวีปอาร์กติกในปีนี้จะลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับแต่มีการสำรวจครั้งแรกในปี 1980 นั้น ตัวเลขปริมาณน้ำแข็งต่ำสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มาอยู่ที่ 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร ยังคงสูงกว่าปีที่แล้วที่น้ำแข็งเหลือเพียง 4.13 ล้านตารางกิโมเมตรเท่านั้น

ปริมาณน้ำแข็งขั้วโลกเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนสำหรับภาวะโลกร้อนในทุกวันนี้ เนื่องจากอุณภูมิเฉลี่ยที่ร้อนขึ้นนั้นวัดได้ไม่กี่องศาเซลเซียสเท่านั้น

ที่มา - PhysOrg

ที่มาภาพ - NASA

ป่าอายุมากยังคงเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ดี

37
vote

มีข้อถกเถียงกันมานานในประเด็นของป่าไม้กับคาร์บอนในอากาศว่าป่านั้นเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนเสมอไปหรือไม่ โดยเฉพาะในป่าที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปซึ่งจะมีกระบวนการย่อยสลายทำให้มีการปล่อยคาร์บอนออกมาด้วย

แต่งานวิจัยล่าสุดจากวารสาร Nature ก็ยืนยีนว่าพื้นที่ป่าแม้จะมีอายุมากก็ยังคงเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ดี โดยแม้ว่าป่าบางแห่งจะมีการปล่อยคาร์บอนออกมาบ้าง แต่ทีมวิจัยพบว่าโอกาสที่ป่าอายุ 60 ปีจะปล่อยคาร์บอนออกมานั้นมีเพียงร้อยละ 20 และแม้ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นตามอายุป่า แต่ป่าอายุ 300 ปี ก็ยังมีโอกาสที่จะปล่อยคาร์บอนเพียงร้อยละ 35 เท่านั้น และโดยเฉลี่ยแล้วป่าอายุเกิน 15 ปีจะดูดซับเอาคาร์บอนไปเก็บไว้ปีละ 2.4 ตันต่อหนึ่งหมื่นตารางเมตร

ประเด็นที่น่ากังวลสักหน่อยคือป่าอายุมากๆ นั้นจะมีคาร์บอนเก็บอยู่สูงมาก หากเกิดไฟป่าขึ้นมาแล้วคาร์บอนทั้งหมดถูกปล่อยออกมาก็จะเป็นปัญหาใหญ่

ปริมาณคาร์บอนในอากาศมีผลโดยตรงต่อสภาวะโลกร้อน การลดโลกร้อนในทุกวันนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และดูซับที่มีอยู่กลับลงมาบนโลกเป็นหลัก

ที่มา - ArsTechnica

ก๊าซมีเทนซึมจากก้นทะเลไซบีเรีย

35
vote

นักวิจัยจาสวีเดน ได้รายงานว่า พบก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ได้ไหลออกมาจากก้นทะเลไซบีเรีย

นักวิจัยพบระดับของมีเทนเหนือพื้นน้ำมากผิดปกติ และมีปริมาณมากยิ่งขึ้นเมื่อลึกลงไป ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจน ว่าแหล่งกำเนิดจะต้องอยู่ที่ก้นทะเล

นักวิทยาศาสตร์กลัวว่า ภาวะโลกร้อนจะเป็นสาเหตุทำให้พื้นน้ำแข็งของไซบีเรีย ทำการปล่อยก๊าซมีเทนออกมาสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน สามารถเห็นได้ทั่วไปในบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ

ที่มา - Physorg

น้ำแข็งทวีปอาร์กติกอาจจะลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้

46
vote

นักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลอัตราการลดลงของน้ำแข็งบริเวณทวีปอาร์กติกในปีนี้ว่ากำลังลดลงอย่างรวดเร็วจนมีแนวโน้มที่จะต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ในปีที่แล้วน้ำแข็งลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 4.13 ล้านตารางกิโลเมตรในช่วงกลางเดือนกันยายน ปีนี้ปริมาณน้ำแข็งมีอัตราการลดลงในช่วงเดือนที่ผ่านมาค่อนข้างเร็วมาก เมื่อคำนวณตามแน้วโน้มนี้แล้วในปีนี้น้ำแข็งอาจจะกำลังลดลงต่ำสุด

มีการวัดพื้นที่น้ำแข็งบริเวณทวีปอาร์กติกเป็นครั้งแรกในปี 1980 โดยในปีนั้นปริมาณน้ำแข็งต่ำสุดมีมากถึง 7.8 ล้านตารางกิโลเมตร

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ทวีปอาร์กติกอาจจะมีหน้าร้อนที่ไม่มีน้ำแข็งเลยในปี 2080 โดยมีบางกลุ่มเชื่อว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นภายใน 30 ปีข้างหน้าเท่านั้น

ที่มา - PhysOrg, BBC

พบหมีขั้วโลกว่ายน้ำมากกว่าปรกติ

43
vote

ถ้าใครเคยดูสารคดีโลกร้อนหลายๆ เรื่องจะพบฉากหมีขั้วโลกกำลังว่ายน้ำอยู่เดียวดายท่ามกลางทะเลอันว่างเปล่า เพื่อแสดงว่าปัญหาโลกร้อนกำลังทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้นจนเป็นปัญหา

จริงๆ แล้วการที่หมีขั้วโลกไปว่ายน้ำอยู่กลางทะเลไม่ใช่เรื่องแปลกนัก แต่การสำรวจล่าสุดตัวเลขจำนวนหมีที่ว่ายน้ำอยู่กลางทะเลนั้นสูงถึงสิบตัว และตัวเลขนี้ดูเหมือนกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับแต่ปี 2004 เป็นต้นมา

แม้ว่าหมีขั้วโลกจะสามารถว่ายน้ำอยู่กลางทะเลได้นับสิบไมล์ก็ตาม แต่การว่ายน้ำก็ทำให้หมีต้องเหนื่อยล้ากว่าปรกติ และอาจจะมีปัญหาต่อการอยู่รอดและการมีลูกของหมีที่ตั้งท้องได้

ทีมงานวิจัยยังไม่ยืนยันว่าหมีขั้วโลกนั้นประสบภัยจากโลกร้อนหรือไม่ โดยหมีทุกตัวที่พบในทะเลนั้นยังดูมีสุขภาพที่ดี

ที่มา - NY Times

นักวิจัยรัสเซียถูกช่วยเหลือจากเหตุการณ์น้ำแข็งละลายแล้ว

60
vote

นักวิทยาศาสตร์สัญชาติรัสเซียจำนวน 20 คน ได้ถูกช่วยเหลือจากสถานีวิจัยชั่วคราว ที่ตั้งอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่ล่องลอยอยู่กลางมหาสมุทรอาร์คติก หลังจากที่น้ำแข็งก้อนนั้นละลายเร็วผิดปกติจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้คาดคะเนเอาไว้

เรือที่ไปช่วยเหลือนักวิจัย ต้องเดินทางฝ่าก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ เพื่อช่วยนักวิจัยจากแคมป์ “North Pole 35” ซึ่งถูกตั้งขึ้นเมื่อ เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ซึ่งจากแผ่นน้ำแข็งความยาว 3.8 กิโลเมตร ได้ละลายเหลือเพียง 600 เมตรเท่านั้น

นักวิจัยบอกว่า สภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูที่น้ำแข็งละลายนั้นมาเร็วกว่าปกติ และทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมบริเวณมหาสมุทรอาร์กติกลดลง การคาดการถึงการละลายของแผ่นน้ำแข็งทำได้ยากลำบากขึ้น

ที่มา - Physorg

CO2 ร้ายกับคน ร้ายกับโลก แต่ดีกับพืช

62
vote

การเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักวิทยาศาสตร์และมนุษย์ทั่วไป แต่นักวิจัยจากเยอรมัน สามารถพิสูจน์ได้ว่าปริมาณก๊าซที่เพิ่มขึ้นนี้ กลายเป็นผลดีต่อพืช

ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลิตผลจากข้าวบาร์เลย์, ธัญพืช และข้าวสาลี เพิ่มขึ้นกว่า 10%

นักวิจัยได้ทำการสังเกตพืชดังกล่าวในแปลงทดลอง โดยมีความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 550 ส่วนใน 1 ล้านส่วน ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่น่าจะมีในชั้นบรรยากาศในปี 2050

ท่ามกลางกระแสโลกร้อนที่กำลังเชี่ยวกราก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดูเหมือนจะรับบทผู้ร้ายตัวสำคัญของปรากฏการณ์นี้ ซึ่งนักวิจัยได้ออกตัวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้ตั้งใจจะคัดค้าน เรื่องการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แต่อย่างไร เพียงแค่เป็นการศึกษาผลกระทบเพียงเท่านั้น

ที่มา - Physorg

Syndicate content