Genetic Engineering

ฟันแทงไม่เข้าของแท้: นักวิทยาศาสตร์สร้างผิวหนังกันกระสุนได้แล้ว

ความร่วมมือระหว่างห้องวิจัยสี่ห้องวิจัยภายใต้โครงการ Forensic Genomics Consortium Netherlands ได้นำเสนอผลงานเป็นผิวหนังที่กันกระสุนได้

ผิวหนังนี้สร้างขึ้นจากเส้นใยแมงมุมที่ได้มาจากแพะที่ดัดแปลงพันธุกรรมจนนมแพะนั้นสามารถนำมาสกัดเส้นใยแมงมุมออกมาได้จากนั้นจึงนำมารวมกับเซลล์ผิวหนังจนได้เป็นแผนผิวหนังที่สามารถหยุดกระสุน .22 ที่ถูกลดความเร็วกระสุนลงได้

การหยุดกระสุน .22 ได้อาจจะไม่มีประโยชน์นักในการป้องกันการถูกทำร้าย โดยมันต้องการการพัฒนาอีกมากกว่าจะหยุดกระสุนที่วิ่งด้วยความเร็วเต็ม แต่ผลงานวิจัยนี้ก็อาจจะนำไปใช้งานอื่นๆ เช่นการรักษาบาดแผลได้

ไปสักอาจจะห้ามลองของ แต่ผิวหนังเหนียวนี้ต้องทดลองก่อนใช้งานเสมอ

ที่มา - FGCN

ทีมวิจัยเกาหลีใต้สร้าง "หมาเรืองแสง" สำเร็จแล้ว

แม้หมาจะไม่ใช่เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์อีกต่อไป แต่ถ้าเป็น "หมาเรืองแสง" มันอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับเราในยามค่ำคืนก็ได้ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโซลได้ตัดต่อพันธุกรรมหมาสายพันธุ์บีเกิลให้สามารถเรืองแสงภายใต้แสงเหนือม่วง (ultraviolet) ได้โดยต้องให้ยาปฎิชีวนะ

หมาและคนมีโรคร่วมกันถึง 268 โรค หากเราสามารถทำให้หมาเป็นโรคที่เรากำลังทำวิจัยได้ การค้นหาหนทางรักษาก็จะทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ถ้ามีการใช้สำหรับงานวิจัยจริงหน่วยงานพิทักษ์สัตว์ออกมาประท้วงกันกระจายแน่ๆ

ที่มา - Reuters

นักวิทยาศาสตร์พบวิธีแฮ็กรหัสแห่งชีวิต

ข้อมูลพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ถูกเก็บอยู่ในรูปของรหัสเบส 3 ตัวอักษรบนสาย DNA หรือ RNA ที่เรียกกันว่า "codon" โดยแต่ละ codon ก็จะแทนความหมายถึงกรดอะมิโนตามธรรมชาติทั้ง 20 ตัว ลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตก็ถูกบงการโดยโปรตีนที่ถอดรหัสมาจากรหัสเหล่านี้

ในทุกวันนี้ สิ่งที่พันธุวิศวกรรมทำก็เพียงแค่ตัดต่อหรือเพิ่มลดยีนเท่านั้น การแปลรหัสยังคงอยู่บนพื้นฐานตามธรรมชาติ แต่ทีมวิจัยที่นำโดย Farren Isaacs แห่ง Yale University ได้คิดค้นเทคนิคใหม่ในการ "แฮ็ก" รหัสแห่งชีวิตที่เปิดช่องทางให้การแปลรหัสรูปแบบใหม่และอาจจะนำไปสู่การผลิตโปรตีนจากกรดอะมิโนสังเคราะห์ที่ไม่มีอยู่ในธรรมชาติ

นักวิทยาศาสตร์จีนทำนมวัวให้(เกือบ)เหมือนนมคน

สิ่งหนึ่งที่ทำให้น้ำนมของคนดีกว่าน้ำนมจากวัวนั้น คือ ความสามารถในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในเด็กทารก ส่วนประกอบสำคัญในน้ำนมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียคือโปรตีนที่เรียกว่า lysozyme ซึ่งน้ำนมคนนั้นมีปริมาณ lysozyme มากกว่าน้ำนมวัวแบบเทียบกันแทบไม่ติด

ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนที่นำโดย Bin Yang แห่ง China Agricultural University ได้ทดลองตัดต่อใส่ยีนที่เสริมความสามารถในการสร้าง lysozyme เข้าไปในเอมบริโอวัวนม เมื่อลูกวัวเจริญวัยพอให้รีดนมได้ พวกเขาก็รีดเอาน้ำนมออกมาตรวจวัดปริมาณและคุณภาพของ lysozyme

ผลปรากฏว่าน้ำนมวัวที่ตัดต่อพันธุกรรมนั้นมีปริมาณ lysozyme เทียบเท่ากับน้ำนมคน และ lysozyme ในน้ำนมวัวยังมีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เหมือนกับของน้ำนมคนด้วย แต่นอกนั้น ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ไขมัน โปรตีน แลคโตส ฯลฯ มีสัดส่วนเท่ากับน้ำนมวัวปกติทุกประการ

ที่มา Live Science

มันสำปะหลัง GMO เพิ่มโปรตีน

ทีมวิจัยที่นำโดย Claude Fauquet แห่ง Danforth Plant Science Center ในรัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการตัดต่อพันธุกรรมมันสำปะหลังสายพันธุ์ใหม่ที่มีโปรตีนมากถึง 12.5%

พวกเขาทำได้โดยการตัดต่อเอายีนของถั่วและข้าวโพดเข้าไปในมันสำปะหลัง ยีนตัวนี้จะทำหน้าที่แปลงไซยาไนด์ที่มันสำปะหลังสร้างเก็บไว้ให้กลายเป็นโปรตีนที่ชื่อว่า zeolin ปริมาณโปรตีนในมันสำปะหลัง GMO นี้มากพอปริมาณที่เด็กเล็กๆ ต้องการในแต่ละวัน

มันสำปะหลังเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตราคาถูกสำหรับประชากรยากจนในประเทศด้อยพัฒนา การเพิ่มปริมาณโปรตีนในมันสำปะหลังจะช่วยประชากรเป็นล้านๆ ในทวีปแอฟริกามีแหล่งอาหารที่ครบโภชนาการ นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย

ตอนนี้ข้อเสียของมันสำปะหลัง GMO นี้ยังอยู่ที่ว่าโปรตีน zeolin สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน ในอนาคตนักวิจัยหวังว่าจะหาทางใส่ยีนที่สร้างโปรตีนชนิดอื่นๆ เข้าไปอีกเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีอาการแพ้

ที่มา - New Scientist

ป.ล. งานวิจัยนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Bill and Melinda Gates Foundation (ผมบอกไว้เฉยๆ ไม่ได้มีนัยยะอะไร)

ไก่ GMO ยับยั้งการระบาดไข้หวัดนก

ไข้หวัดนก (avian influenza) เคยระบาดอย่างหนักในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อหลายปีก่อน เป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วโลก จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้นต้องออกมากินไก่โชว์เพื่อให้โลกรู้ว่าท่านชอบกินไก่ เอ๊ย ไก่ไทยกินได้ แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว ปัญหาไข้หวัดนกก็ยังไม่ได้หมดสิ้นไปเสียทีเดียว ปัจจุบันก็ยังพบมีสัตว์ปีกติดเชื้ออยู่บ้างในบางพื้นที่

วันนี้หนทางการป้องกันการระบาดของไข้หวัดนกกลับสดใสขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์และมหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก ประเทศอังกฤษ สามารถพัฒนาเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมเพื่อยับยั้งการระบาดของไข้หวัดนกที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H5N1 ได้สำเร็จ พวกเขาตัดต่อพันธุกรรมไก่จนทำให้มันไม่สามารถแพร่เชื้อไวรัสต่อไปยังไก่ตัวอื่นๆ ได้อีก

หลักการคร่าวๆ ของเทคนิคไก่ GMO นี้คือ ยีนที่ถูกตัดต่อนำเข้าไปนั้นจะไปสร้างสาย RNA สั้นๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับรหัสพันธุกรรมที่ไวรัสใช้ในการแพร่พันธุ์ ดังนั้น RNA polymerases (เอนไซม์ที่ใช้ในการสร้าง RNA) ก็จะถูก RNA ตัวนี้เข้าไปแย่งจับ พอไปจับกับ RNA ตัวหลอกหมด RNA polymerase เลยพลาดโอกาสจะได้ไปจับกับ RNA ของไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายได้

อย่างไรก็ตาม ไก่ GMO ยังมีโอกาสติดเชื้อ H5N1 และเป็นโรคตายได้เหมือนไก่ปกติ เพียงแต่มันจะไม่แพร่เชื้อไปยังตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียงอย่างที่ได้บอกไปในตอนต้น

วิธีนี้ให้ผลดีมากกว่าการให้วัคซีน เพราะ 1) ไก่ที่ฉีดวัคซีนแม้จะไม่พัฒนาอาการของโรค แต่ยังมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังไก่ตัวอื่นๆ ที่ไม่มีภูมิต้านทานได้ 2) ยีนที่ตัดต่อเข้าไปนี้ลอกเลียนยีนที่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ทุกชนิด (H5N1, H1N1, H2N1 ฯลฯ) จำเป็นต้องใช้ ต่อให้ไวรัสกลายพันธุ์ไปสักเท่าไร ยีนที่ตัดต่อเข้าไปนี้ก็ยังทำงานได้ผล โอกาสเดียวที่ไวรัสจะพัฒนาขึ้นมาสู้ได้ คือ ต้องเกิดการกลายพันธุ์ 8 จุดพร้อมกันและต้องให้ RNA polymerase กลายพันธุ์ด้วย ซึ่งโอกาสแบบนี้มีความเป็นไปได้แทบจะเท่ากับศูนย์

แต่ข้อเสียร้ายแรงของไก่ GMO คือ มันแพงมาก ต้นทุนที่นักวิจัยใช้ในการตัดต่อยีนเข้าไปในไก่แค่ไม่กี่ตัวคิดเป็นเงินสูงถึง 50,000 ปอนด์ (ประมาณ 2,400,000 บาท) และการจะเพาะพันธุ์ไก่ GMO ก็ต้องใช้กรรมวิธีที่ผสมพันธุ์คัดเอาแต่เฉพาะไก่สายพันธุ์บริสุทธิ์ (pure breeding) ซึ่งมีเฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ๆ เท่านั้น

สำหรับประเทศกำลังพัฒนาแล้ว สงสัยจะต้องรอประเทศรวยๆ บริจาคไก่ GMO เอื้ออาทรมาให้กระมัง

ที่มา - Nature News

นกมีหู หนูร้องเพลง

ผลงาน "หนูร้องเพลงได้" นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Evolved Mouse Project" แห่งมหาวิทยาลัยโอซากา หนูทดลองในโครงการจะถูกตัดต่อพันธุกรรมให้มีโอกาสเกิดความผิดพลาดในการคัดลอก DNA มากกว่าปกติ ทำให้พวกมันมีโอกาสที่จะกลายพันธุ์ (mutation) ได้สูงกว่าเดิม

และทีมที่นำโดย Arikuni Uchimura แห่งมหาวิทยาลัยโอซากาก็ได้จับหนูกลายพันธุ์พวกนี้ผสมกันไปเรื่อยๆ จนเกิดมีหนูที่ร้องเพลงได้ออกมา

"หนูร้องเพลง" นี่ไม่ใช่หมายถึง เปิดคาราโอเกะแล้วร้องตาม นะครับ แต่เป็นการร้องเพลงเหมือนนก คือ ส่งเสียงร้องที่มีคีย์สูง-ต่ำ และจังหวะเป็นทำนอง ต่างจากหนูทั่วไปที่ส่งแต่เสียงจี๊ดๆ

การค้นพบว่าการกลายพันธุ์ทำให้เกิดหนูที่ร้องเพลงได้นี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจวิวัฒนาการทางภาษาของมนุษย์มาก มีพฤติกรรมหลายอย่างที่หนูร้องเพลงแสดงออกให้เห็นถึงการใช้เสียงระดับต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสื่อสาร เช่น เมื่อวางหนูตัวผู้สองตัวไว้ใกล้ตัวเมียหรือเมื่ออยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก หนูจะส่งเสียงร้องดังขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อเอาหนูร้องเพลงไปปล่อยอยู่กับหนูธรรมดา หนูธรรมดาก็ส่งเสียงอัลตร้าซาวนด์ออกมาน้อยลง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพวกหนูร้องเพลงอาจจะไปกระตุ้นให้หนูทั้งกลุ่มพัฒนาภาษากลุ่มแบบใหม่ขึ้นมา

ความสามารถในการร้องเพลงนี้เป็นลักษณะที่ถ่ายทอดไปยังหนูรุ่นต่อไปได้ด้วย ตอนนี้โครงการมีหนูร้องเพลงได้มากกว่า 100 ตัวเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยต่อไป

นอกจากหนูที่ร้องเพลงได้เหมือนนกแล้ว โครงการ "Evolved Mouse Project" ยังมีหนูแปลกๆ ออกมาอืก เช่น หนูที่มีขากับหางสั้นๆ เหมือนหมาไส้กรอก (dachshund) เป็นต้น

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำหนูพิลึกกึกกือพวกนี้ไปทำไม คำตอบสำหรับคำถามนี้ Arikuni Uchimura หยอดปิดท้ายว่า "มันเป็นโครงการระยะยาว...สักวันเขาจะสร้างมิกกี้เม้าส์ให้ได้" ^.^

ที่มา - PhysOrg

วิศวกรรม DNA ช่วยผลิต "เบียร์ที่อร่อยขึ้น"

นักวิชาการสายไบโอเทค หรือชื่อเรียกแบบตรงสาขาจริงๆ คือ "synthetic biologists" จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ได้เสนอผลงานการสังเคราะห์หน่วยพันธุกรรม (genetic circuit) แบบใหม่ โดยเก็บสต๊อกของหน่วยพันธุกรรมย่อยลงในฐานข้อมูลจำนวนมาก แล้วสามารถวิเคราะห์ล่วงหน้าผ่านคอมพิวเตอร์ได้ว่า ถ้าเอาชิ้นไหนมาประกอบกัน แล้วมันจะมีผลลัพธ์อย่างไร

เมื่อได้โมเดลคอมพิวเตอร์แล้ว ก็ทดลองของจริงโดยใช้ตัวอย่างที่เยี่ยมยอดมาก นั่นคือการหมักยีสต์เพื่อทำเบียร์ โดยเทคนิคการวิเคราะห์แบบนี้สามารถบอกได้ว่า ถ้ายีสต์มีพันธุกรรมแบบไหน จึงจะได้เบียร์ที่ใสสะอาด นุ่ม และมีรสชาติอร่อย

James Collins นักวิจัยคนหลักของโครงการนี้ บอกว่าเขาอยากให้วงการไบโอเทค รู้จักกับองค์ประกอบ (component) ทางพันธุกรรมแบบต่างๆ ให้ละเอียดและมากเท่ากับวิศวกรด้านอิเล็กทรอนิกส์ ที่พัฒนาระบบแผงวงจรขึ้นอย่างมาก และรู้ว่าเอาอะไรมาต่อกับอะไร แล้วจะได้ผลออกมาเป็นอย่างไร

ที่มา - MIT Technology Review

คอมพิวเตอร์ที่สร้างจากสิ่งมีชีวิต

นักวิจัยจากสหรัฐ ได้ทำการสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยการปรับเปลี่ยนกลไกพันธุกรรมของแบคทีเรียชนิดหนึ่ง งานวิจัยชิ้นนี้ ยังเป็นการเปิดประตู ไปสู่การประยุกต์ใช้งานต่างๆ มากมาย เช่น การเก็บข้อมูล หรือเครื่องมือที่ใช้ในการปรับแต่งยีน

ทีมนักวิจัย โดยความร่วมมือของ ภาควิชาชีววิทยาและภาควิชาคณิตศาสตร์ ของ Davidson College, North Carolina และ Missouri Western State ได้ทำการเพิ่มยีนให้กับแบคทีเรีย Escherichia ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ได้จากแบคทีเรียชนิดนี้ สามารถแก้ปริศนาคลาสสิกของคณิตศาสตร์ ที่มีชื่อว่า burnt pancake ได้

ปัญหา burnt pancake จะเป็นกลุ่มของแพนเค้กขนาดต่างๆ วางซ้อนกันอยู่ โดยจะมีด้านที่สุกและด้านที่ไหม้อยู่ เป้าหมายของปัญหาดังกล่าว คือ จัดเรียงให้แพนเค้กชิ้นที่ใหญ่สุดอยู่ด้านล่าง โดยด้านที่ไหม้ต้องคว่ำอยู่ โดยพลิกแพนเค้กให้น้อยที่สุด

ข้อดีของคอมพิวเตอร์ที่สร้างจากแบคทีเรีย ที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ ก็คือ ในหลอดการทดลอง 1 หลอด สามารถบรรจุแบคทีเรียที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมได้หลายล้านตัว ซึ่งแต่ละตัวสามารถทำงานร่วมกันแบบขนานได้ นอกจากนี้ยังประหยัดเนื้อที่และมีราคาที่ต่ำ

ที่มา - Physorg

Syndicate content