Experiment

การทดลองในภารกิจสุดท้ายของ Atlantis

หลังจากกระสวยอวกาศ Atlantis ถูกยิงขึ้นจากฐานปล่อยแล้ว เจ้าหน้าที่บนฝั่งภาคพื้นส่วนใหญ่ก็คงไปฉลองลั้นลากันตามประสา แต่ภารกิจ STS-135 ของลูกเรือ Atlantis เพิ่งจะเริ่มต้น นอกจากงานขนส่งเสบียง, ซ่อมสถานีอวกาศ, ติดตั้งส่วนประกอบเพิ่ม ซึ่งกึ่งๆ จะเป็นงานประจำไปแล้ว (ในรอบนี้ ส่วนที่ขนขึ้นไปติดตั้งเพิ่มคือ Raffaello Multipurpose Logistics Module ของ Italian Space Agency) นักบินอวกาศและเจ้าหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS ยังมีการทดลองที่ต้องทำดังนี้

(การทดลองด้านล่างนี้ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาจาก International Space Station Research Project Office และ Space Biosciences Division ของ Ames)

การทดลองพบว่าผู้นิยม Apple ใช้สมองส่วนที่ชื่นชอบส่วนเดียวกับการศรัทธาในศาสนา

สารคดีทาง BBC ประเทศอังกฤษ "Secrets of the Superbrands" ได้เผยผลการทดลองโดยนำผู้ชื่นชอบในสินค้าของ Apple มาทำการศึกษาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองทำการสแกน MRI พบว่าสมองส่วนที่ทำให้ผู้ชื่นชอบสินค้า Apple นั้นเป็นส่วนของสมองส่วนเดียวกันกับที่มนุษย์ใช้ในการเลื่อมใส ศรัทธาในศาสนา

การศึกษาทดลองดังกล่าวให้ข้อสรุปว่าเบื้องหลังความสำเร็จของ Apple ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ตัวแบรนด์สินค้ามีศักยภาพสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนมีความอยากได้หรือยกย่องในระดับสูงกว่าปกตินั่นเอง เนื้อหาในรายการดังกล่าวยังพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ที่เข้าถึงจิตใจคนอย่าง Facebook หรือ Nokia อีกด้วย

ที่มา: PC Magazine

สิ่งมีชีวิตที่ขึ้นไปกับกระสวยอวกาศ Endeavour เที่ยวสุดท้าย

ภารกิจเที่ยวสุดท้ายของกระสวยอวกาศ Endeavour นั้นไม่ได้มีแต่เพียงนักบินที่เป็นมนุษย์โดยสารไปเท่านั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่นักวิทยาศาสตร์จับยัดใส่ขึ้นไปเพื่อทำการทดลองบนอวกาศด้วย

โครงการ BIOKIS ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Italian Space Agency (Agenzia Spaziale Italiana) วางแผนที่จะทำการศึกษาผลกระทบของการเดินทางในอวกาศต่อสิ่งมีชีวิต 7+1 ชนิด ได้แก่

ผู้เสียหายจากการทดลองในกัวเตมาลายื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ

การทดลองซิฟิลิสในกัวเตมาลาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในปี 1946-1948 ถือเป็นการทดลองที่ละเมิดจริยธรรมทางการแพทย์และการทดลองอย่างรุนแรง (ติด 1 ใน 7 อันดับของข่าวที่แล้วด้วย)

ข้างล่างนี้คือข้อความอธิบายการทดลองในกัวเตมาลาอย่างสั้นๆ (ผมคัดมาจากข่าวเก่าเลย ขี้เกียจพิมพ์ใหม่ -_-')

นักวิจัยทำการทดลองถ่ายเชื้อซิฟิลิสเข้าผู้ร่วมการทดลองโดยการจ่ายเงินให้ไปนอนกับโสเภณีที่ติดเชื้อ หรือไม่ก็กรีดหนังองคชาติแล้วเทเชื้อในจานเพาะลงบนแผล หลังจากที่เรื่องนี้แดงขึ้น เดือนตุลาคม 2010 ที่ผ่านมา Hilary Clinton และ Kathleen Sebelius ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษกับสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำลงไป

แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามปกปิดเรื่องนี้สักเพียงไร ก็ไม่พ้นสายตาประชาชนอยู่ดี ผู้ที่ไปขุดค้นเรื่องนี้มาเปิดเผยต่อสาธารณชนในปี 2010 ที่เพิ่งจะผ่านมาหยกๆ คือ ศาสตราจารย์ Susan Reverby แห่ง Wellesley College ในสหรัฐฯ

หลังจากการแฉ ก็ตามมาด้วยคำขอโทษจากรัฐบาล และต่อเนื่องมาจนถึงการยื่นฟ้อง โดยผู้ที่ยื่นฟ้องก็คือทนายของเหยื่อชาวกัวเตมาลาหรือบรรดาญาติของเหยื่อที่เสียชีวิตจากการทดลองในครั้งนั้นนั่นเอง

หวังว่าคดีนี้จะจบลงด้วยความเป็นธรรม ผู้กระทำผิดถูกลงโทษ ผู้เสียหายได้รับการชดเชย

ที่มา - BBC News

7 การทดลองที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ [น. 13]

เช่นเดียวกับทุกวงการ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็มีมุมมืดเหมือนกัน การทดลอง 7 อันข้างล่างนี้มาจากบทความ "7 Absolutely Evil Medical Experiments" ของเว็บ Live Science ทั้งหมดเป็นการทดลองที่กระทำต่อมนุษย์ซึ่งถ้าตัดสินในมุมมองของจริยธรรมการทดลองในปัจจุบันก็ต้องเรียกว่า "ไร้มนุษยธรรมอย่างที่สุด" บางอันอาจจะมีข้อความเนื้อหาที่ไม่เหมาะกับเยาวชน ขอให้ผู้ปกครองให้คำแนะนำด้วย

  1. การทดลองที่ค่ายกักกัน Auschwitz ของนาซีเยอรมัน - คงไม่ต้องพูดถึงสำหรับการทดลองของนักวิทยาศาสตร์นาซีที่ทำต่อนักโทษ วัตถุประสงค์การทดลองส่วนใหญ่ก็เป็นไปเพื่อพิสูจน์ความเหนือกว่าของชนชาติอารยันและทดสอบประสิทธิภาพของอาวุธเคมี/ชีวภาพ ผู้ร่วมรับการทดลอง(แบบไม่เต็มใจ)ต้องถูกทรมานสารพัดแบบ ตั้งแต่การรมก๊าซพิษ แช่แข็ง ขังในห้องความดันต่ำ ฯลฯ ผู้หญิงบางคนถูกรัดเต้านมด้วยเชือกเพื่อทดลองว่าทารกจะอดนมได้นานขนาดไหน จนแม่บางคนตัดใจฆ่าลูกตัวเองให้พ้นทรมานด้วยการฉีดมอร์ฟีนเข้าเส้นเลือดเด็ก หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลง นักวิทยาศาสตร์นาซีถูกจับตัวขึ้นศาลอาชญากรสงครามเกือบทุกคน บางคนก็หลบรอดไปได้ เช่น Josef Mengele แพทย์หน่วย SS หัวโจกของโครงการทดลองหลบหนีไปอเมริกาใต้และตายที่บราซิลในปี 1979

วัดเส้นรอบวงโลกด้วยไม้บรรทัด

วันที่ 23 กันยายน เป็นวันวิษุวัติ เหมาะแก่การวัดเส้นรอบวงโลก ด้วยไม้บรรทัด

มีต่อ..

ดร. พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เปิดเผยว่า วันอังคารที่ 23 กันยายน เกิดปรากฏการณ์โลกตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ เรียกว่า วันวิษุวัติ หรือ อีควินอกซ์ (Equinox) จึงเหมาะที่สุดสำหรับการจัดกิจกรรมวัดความยาวของเส้นรอบวงโลกด้วยไม้บรรทัด จากการสังเกตเงาของดวงอาทิตย์ ซึ่งเรียกว่า วิธีของเอราทอสเทนีส (Eratosthenes' method) ...

การทดลองของยัง ในระดับไฮโดรเจนโมเลกุล

ใครที่เรียนสายวิทย์ และไม่ได้หลับในคาบวิชาฟิสิกส์ ม.ปลาย ก็คงจะเคยได้ยินเชื่อของ โธมัส ยัง (Thomas Young) มาบ้าง ซึ่งหากจำกันได้ การทดลองที่โด่งดังที่สุดของเขา ก็คือการทดลองเรื่องการแทรกสอดของแสง ซึ่งทำให้เราทราบว่าแสงมีคุณสมบัติเป็นคลื่น

จนถึงวันนี้ การทดลองของยัง ก็ยังคงความขลังเอาไว้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันได้ใช้การทดลองอันนี้ กับโมเลกุลระดับไฮโดรเจน โดยการใช้ลำแสงซินโครตรอน (Synchrotron) ในการแยกอิเล็กตรอนออกมา ซึ่งอิเล็กตรอนในการทดลองนี้จะเปรียบเสมือนแสงในการทดลองเก่า ส่วนสลิตคู่ ก็ได้มาจากการนำนิวเคลียส ของไฮโดรเจน มาวางห่างกันในระยะประมาณ 0.1นาโนเมตร

นักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการวิจัยกล่าวว่า การทดลองนี้ ทำให้เราสามารถเข้าใจกลไกในการส่งผ่าน ระหว่างฟิสิกส์ยุคเก่า (Classical Physics) กับ ควอนตัมฟิสิกส์ (Quantum Physics) และยังจำเป็นต่อรากฐานทางด้าน การเข้ารหัสเชิงควอนตัม (Quantum Cryptography) และ การประมวลผลเชิงควอนตัม (Quantum Computation)

ที่มา - ScienceDaily?

Syndicate content