Elsevier

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกร่วมลงชื่อบอยคอต Elsevier (...เมื่อมหากาพย์ SOPA ลามถึงวงการวิทยาศาสตร์)

เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่บริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจจัดพิมพ์วารสารวิชาการ (หรือที่เรียกกันว่า "publisher") ถูกตราหน้าจากนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นพวก "หน้าเลือด" เพราะวารสารวิชาการส่วนใหญ่มีราคาแพงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะห้องสมุดของมหาวิทยาลัยบอกรับไว้ (subscribe) หรือเป็นทายาทมหาเศรษฐี เหล่านักวิทยาศาสตร์ไส้แห้งทั้งหลายไม่ต้องหวังเลยว่าจะหาบทความวิจัยจากวารสารดังๆ มาอ่านได้ ทั้งที่ค่าดำเนินการและต้นทุนของบริษัทเหล่านี้ (ถูกมองจากสายตานักวิทยาศาสตร์ว่า) ไม่ได้สูงมาก นักวิทยาศาสตร์ส่งบทความตีพิมพ์ก็ต้องจ่ายเงินให้บริษัท ค่าตอบแทนให้คนรีวิวกับคนที่มาเขียนบรรณาธิการก็ไม่ได้แพงเว่อร์ นักวิทยาศาสตร์บางคนยินดีรีวิวให้วารสารโดยไม่รับค่าตอบแทนด้วยซ้ำเพราะจะได้มีผลงานไว้ประดับประวัติตัวเอง

Elsevier คือหนึ่งในบริษัทที่ถูกนักวิทยาศาสตร์เกลียดมากที่สุด เพราะนอกจาก Elsevier จะขายของแพงแล้ว บริษัทนี้ยังมีคดีอีกเยอะแยะ เช่น กรณีในปี 2009 Elsevier Australia ทำวารสารวิชาการปลอมเพื่อเป็นโฆษณาแฝงให้กับบริษัทยา (อ่านเรื่องเต็มๆ ได้จาก The Guardian) หรือ กรณีที่ไปแบนไม่รับตีพิมพ์งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยของอิหร่าน 2 มหาวิทยาลัยจนโดนมหาวิทยาลัยอิหร่านแบนคืน คือ ไม่ขอส่งงานเข้าตีพิมพ์และไม่ซื้อวารสารจาก Elsevier (กรณีหลังนี่ต้องมองหลายมุม เพราะส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการต่อต้านโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านด้วย สองมหาวิทยาลัยที่โดนแบนก็มีประวัติรับงานจากรัฐบาลอิหร่าน อ่านเรื่องเต็มๆ ได้จาก IBNA และ บล็อกของ ดร. Fredun Hojabri)

Elsevier สร้างวารสารเพื่อการโฆษณาให้บริษัทยา

ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ บริษัทที่ให้บริการตีพิมพ์วารสารวิชาการมายาวนานอย่าง Elsevier ก็ไม่ได้หลุดไปจากวงเวียนนี้ได้ เมื่อบริษัท Excerpta Medica ซึ่งเป็นหน่วยงานลูกของบริษัท Elsevier สาขาออสเตรเลียได้ตีพิมพ์วารสาร Australasian Journal of Bone and Joint Medicine ที่เป็นการรวมเอารายงานที่เป็นผลดีต่อยาจากบริษัท Merck เท่านั้น

นอกจากวารสารนี้แล้วบริษัท Elsevier ยอมรับว่าได้ตีพิมพ์วารสารในลักษณะเดียวกันนี้ไปแล้วถึงหกฉบับ โดยปฏิเสธว่าทาง Elsevier ไม่ได้เรียกเอกสารเหล่านี้ว่าเป็นวารสารวิชาการแต่อย่างใด

เสียเงินค่าตีพิมพ์แล้วยังเป็นอย่างนี้ ผมสนับสนุน Open Access เต็มที่ครับ

ที่มา - BibWild, Guardian

Syndicate content