ทีมวิจัย ASPIRES ที่นำโดย ศ. Louise Archer แห่ง King’s College London ได้รายงานผลการศึกษาสำรวจความเห็นของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา 9,000 คน และสัมภาษณ์ผู้ปกครองอีกกว่า 170 คนเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อวิทยาศาสตร์, นักวิทยาศาสตร์, และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายวิทยาศาสตร์ (หรือที่เรียกรวมๆ ว่า STEM ย่อมาจาก Science, Technology, Engineering and Mathematics)
ผลการศึกษาระบุออกมาว่าเด็กวัย 10-11 ปีส่วนใหญ่ชอบและสนใจในวิทยาศาสตร์ เด็กๆ มีทัศนคติต่อนักวิทยาศาสตร์ในทางบวก ผู้ปกครองก็เช่นเดียวกัน ครอบครัวส่วนใหญ่ยังสนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในยามว่างอีกด้วยเพราะเห็นว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศและสังคม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทัศนคติที่ดีกลับทำให้เด็กส่วนใหญ่ไม่อยากที่จะประกอบอาชีพนักวิทยาศาสตร์เมื่อโตขึ้น มีเพียง 17% เท่านั้นที่ตอบว่าอยากมีอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์ เด็กๆ มีความรู้สึกว่านักวิทยาศาสตร์เป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนเก่งๆ ไม่ใช่พื้นที่ที่พวกเขาจะเข้าไปได้ นอกจากนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็เห็นว่าอาชีพที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มีทางเลือกน้อยและทำรายได้ไม่มาก เป็นได้แค่แพทย์, นักวิจัย, หรือครูสอนวิทยาศาสตร์ ครอบครัวจึงอยากเห็นเด็กประกอบอาชีพอื่นที่มีอนาคตมากกว่า
เรื่องทัศนคติของเพศและเชื้อชาติก็มีผลอย่างมาก ผู้ปกครองและเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ยังคงคิดว่าอาชีพนักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่อาชีพของผู้หญิง ในมุมมองของผู้ปกครองส่วนใหญ่ วิทยาศาสตร์ควรเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเด็กผู้ชาย และผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่มองคนในวงการนักวิทยาศาสตร์มีแต่ชาวตะวันตกผิวขาวเพศชาย คนเชื้อชาติอื่นๆ เป็นเพียงส่วนน้อยที่ไม่มีบทบาทสำคัญ
เมื่อเอาผลสำรวจที่ติดตามต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปีมาเทียบดูแนวโน้ม ก็พบว่าในช่วงวัย 10-14 ปี เด็กๆ มีทัศนคติในทางบวกต่อวิทยาศาสตร์ลดลง เป็นไปได้ว่าในช่วงนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อมุมมองของเด็กๆ ในการเลือกประกอบอาชีพสายวิทยาศาสตร์
แม้ว่านี่จะเป็นผลสำรวจจากสหราชอาณาจักร แต่ผมว่าสถานการณ์ในที่อื่นๆ ก็คงไม่ต่างกันมากนัก ผมเองก็สงสัยมานานแล้วว่าทั้งที่ทุกคนชื่นชมวิทยาศาสตร์ แต่ทำไมมีคนอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์น้อยจัง
ที่มา - PhysOrg