Discovery

เที่ยวบินสุดท้ายของกระสวยอวกาศ Discovery

เมื่อตอนเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2011 (ตามเวลาในสหรัฐฯ ถ้าเวลาบ้านเราก็น่าจะเป็นช่วงเช้าของวันที่ 25) ที่ผ่านมาถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญอีกครั้งของ NASA และวงการอวกาศของโลก ทุกคนต่างเฝ้าจับตาไปที่ฐานส่ง Pad 39A ณ Kennedy Space Center ในแหลม Canaveral รัฐฟลอริด้า ที่ซึ่งกระสวยอวกาศ Discovery ได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่สำคัญการเดินทางครั้งนี้คือภารกิจครั้งสุดท้ายของ Discovery

Discovery เป็นกระสวยอวกาศที่ได้ออกปฏิบัติภารกิจมากที่สุดในโลก ครั้งนี้ถือเป็นภารกิจครั้งที่ 39 นับจากปี 1984 (รวมแล้ว NASA ส่งกระสวยอวกาศออกไปทั้งหมด 133 ครั้ง)

กระสวยอวกาศจะถึง ISS ในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ของที่นำไปส่งได้แก่ พวกเสบียง ข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์การทดลอง เป็นต้น นอกจากลูกเรือ 6 คนแล้ว Discovery ยังพาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Robonaut 2 หรือ R2 ขึ้นไปด้วย ถือเป็นการทดลองช่วงแรกของการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในสถานีอวกาศ

ภารกิจครั้งนี้จะกินเวลาทั้งหมด 11 วัน ก่อนที่ Discovery จะร่อนกลับมายังบนพื้นโลก และถูกส่งต่อเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian Institution เพื่อเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาเที่ยวชม

ก่อนจะถึงวันนี้ ถ้าผมจำไม่ผิด Discovery เจอโรคเลื่อนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง เนื่องจากพบรอยรั่วในถังเชื้อเพลิง เสียเวลาปะไปประมาณ 4 เดือน แม้แต่ในวันส่งตัว ระบบคอมพิวเตอร์ของสถานีส่งยังเกิดอาการรวนไปตั้งเกือบสามนาที เล่นเอาใจหายวาบกันหมดกว่าจะส่ง Discovery ขึ้นไปได้

งานเลี้ยงอำลาครั้งนี้มีคนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 40,000 คน ไม่นับคนที่เฝ้าชมอยู่ที่บ้านอีกนับล้าน บรรดาร้านอาหาร ที่จอดรถ และร้านขายของที่ระลึกรอบๆ Kennedy Space Center ต้องเรียกได้ว่าแทบทะลัก ของขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะเค้กอำลารูปกระสวยอวกาศและถ่านกล้องถ่ายรูป

หลังจากนี้ NASA ก็จะค่อยๆ ทยอยปลดประจำการกระสวยอวกาศไปทีละลำ ในปี 2011 นี้ NASA ยังเหลือภารกิจส่งกระสวยอวกาศอีกสองครั้ง คือ Atlantis และ Endeavour ตามลำดับ (แต่ผมเดาว่าเดี๋ยวต้องมีเลื่อนอีกแน่นอน)

ที่มา - PhysOrg

ค้นพบไดโนเสาร์ 2 สายพันธ์ใหม่ในรัฐยูทาห์

มีการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในทะเลทรายทางใต้ของรัฐยูทาห์ และได้รายงานไปยัง PLoS ONE แล้ว โดยไดโนเสาร์ทั้งสองสายพันธุ์เป็นไดโนเสาร์กินพืช มีรูปร่างใกล้เคียงกับ ไตรเซราทอป (Triceratops) ทั้งสองสายพันธุ์มีชื่อ และรายละเอียดดังนี้

ยูทาห์เซราทอป (Utahceratops) มี 15 เขา โดยเขาขนาดใหญ่บนจมูก มีเขาสั้น ๆ ใกล้กับตาแต่ออกไปด้านข้างแบบเขาวัว กะโหลกยาว 7 ฟุต สูง 6 ฟุต ทั้งลำตัวยาว 18 - 22 ฟุต น้ำหนักน่าจะอยู่ที่ 3 - 4 ตัน

คอทโมเซราทอป (Kosmoceratops) มีลักษณะคล้ายกับ ยูท่าห์เซราทอป แต่มี 10 เขาอยู่ที่ขอบของกระดูกกะโหลกศีรษะ มีทั้งชี้ลงล่าง และชี้ออกข้าง น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.5 ตัน และสูง 15 ฟุต

เขาของทั้งคู่ยาวประมาณ 6 นิ้ว ถึง 1 ฟุต และนักบรรพชีวินวิทยาบอกว่าพวกมันน่าจะมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 76 ล้านปีที่แล้ว ทั้งคู่น่าจะอาศัยอยู่บนทวีปที่เรียกว่า ลารามิเดีย (Laramidia) หรือในปัจจุบันคือรัฐอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา

นักวิทยาศาสตร์ยังระบุอีกว่า เขาของพวกมันน่าจะใช้มันการเลือกคู่ และข่มขวัญคู่แข่งเช่นเดียวกับเขาของพวกกวาง

ที่มา: Yahoo! News

นาซาได้เฮ ฟินิกซ์พบน้ำบนดาวอังคาร

ภาพก้อนวัตถุสีขาวที่ได้จากยานสำรวจดาวอังคาร "ฟีนิกซ์" เป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นอะไรกันแน่ บางคนบอกว่าน่าจะเป็นเกลือ บางคนบอกว่าน่าจะเป็นน้ำแข็ง วันนี้ได้รับคำตอบแล้ว

ข้อความทวิตเตอร์ของฟีนิกซ์ ซึ่งถูกส่งออกมาเมื่อประมาณ 7 โมงเช้า (เวลาประเทศไทย)ได้ประกาศการค้นพบน้ำแข็งบนดาวอังคาร โดยมีข้อความดังนี้

Are you ready to celebrate? Well, get ready: We have ICE!!!!! Yes, ICE, WATER ICE on Mars! w00t!!! Best day ever!!

รายงานอย่างเป็นทางการของนาซา รายงานว่า วัตถุสีขาวที่คิดว่าเป็นเหลือ ตอนนี้ได้ระเหิดหายไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัตถุดังกล่าวต้องเป็นน้ำแข็งแน่ๆ ไม่ใช่เกลือ (เกลือไม่สามารถระเหิดได้)

การค้นพบน้ำบนดาวอังคาร สร้างความหวังให้แน่นักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากในอนาคต เราอาจสามารถเดินทางไปยังดาวอังคาร โดยสามารถลดภาระการบรรทุกน้ำลงไปได้ นอกจากนี้อาจมีโอกาสที่จะเจอสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอีกด้วย

ที่มา - Mar Pheonix Tweet

Syndicate content