Chip

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2010 : กราฟีน ( graphene )

มาทำความรู้จักกราฟีนตัวนี้ดีกว่า กราฟีน (graphene) คือชั้นของคาร์บอนอะตอมชั้นเดียวที่จัดอยู่ในลักษณะแบบหกเหลี่ยมหรือรังผึ้ง โดยสองนักฟิสิกส์ที่ได้รางวัลนี้คือ เป็นผู้ริเริ่มศึกษากราฟีนตัวนี้ เขาค้นพบว่าคุณสมบัติที่โดดเด่นก็คือการที่มันมีความต้านทานทางไฟฟ้าต่ำ แข็งแรง ยืดหยุ่น โปร่งใส ฯลฯ

จากคุณสมบัติเหล่านี้ ทรานซิสเตอร์ที่ทำจากกราฟีนสามารถทำงานได้เร็วกว่าซิลิกอน (เดิม) และทำงานได้ที่ความถี่ของสัญญาณนาฬิกาสูงๆ ประมาณ 100 GHz เราอาจจะได้เห็นชิปซีพียูที่เร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว เนื่องจากใช้แอมโมเนียหรือน้ำเป็นสารเจือซึ่งจากเดิมใช้โลหะที่เป็นพิษในกระบวนการผลิตซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ที่กล่าวมาเป็นแค่เพียงบางส่วน นอกจากนี้ การที่มันมีคุณสมบัิติยืดหยุ่นเราจะได้เห็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถโค้งงอได้ด้วย (ข่าวเก่า)

ที่มา:Technology News

ความคิดเห็นเพิ่มเติม:สำหรับประเทศในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไปไกลด้านการนำมาประยุกต์ในอุตสหกรรมจริงๆ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่มีบริษัทซัมซุงกับแอลจีในแวดอุตสาหกรรม เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งยังไม่สายหากทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกัน อันที่จริงแล้วมันยังมีกลุ่มวิจัยในประเทศไทยบ้างที่ศึกษาเรื่องนี้ ดูข่าว นอกจากนั้นประโยชน์ด้านอื่นๆอีกด้วย ทั้งด้านโซลาร์เซลล์ (solar cell) และเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell)

นี่คือการมาของกราฟีนคือการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี อย่างน้อยๆ ไม่ช้าเราจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่บนโลกแบนๆของกราฟีนบนโลกใบกลมๆ ที่เราอยู่นี้อย่างแน่นอน

ไอบีเอ็มจะใช้ประโยชน์จากดีเอ็นเอเพื่อพัฒนาชิปในอนาคต

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา นักวิจัยจากไอบีเอ็ม คุณ Paul W.K. Rothemund ได้เปิดเผยวิธีการจัดเรียงโครงสร้างดีเอ็นเอบนพื้นผิว ซึ่งเข้ากันได้กับการผลิตสารกึ่งตัวนำ (semiconductor) ในปัจจุบัน

โดยคุณ Spike Narayan ผู้จัดการแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไอบีเอ็มรีเสิร์ชได้กล่าวว่า "ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการลดขนาดชิปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเป็นปัจจัยจำกัด (limiting factor) ที่จะรักษากฏของมัวร์ไว้"

ตามกฎของมัวร์ ปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวมจะเพิ่มเป็นเท่าตัวทุกสองปี แต่กฏดังกล่าวอาจไม่ยั่งยืนตลอดไปสำหรับชิปที่ขนาดเล็กกว่า 22 นาโนมเตร โดยในปีพ.ศ.2557 ค่าใช้จ่ายในการผลิตชิปที่สูงมากจะคุกคามกฏของมัวร์

Syndicate content