Brain

สมองมนุษย์ทำงานได้พร้อมกันเพียงสองงาน

ความมหัศจรรย์ของสมองมนุษย์นั้นยังเป็นเรื่องที่เราไขปริศนากันไม่จบ อย่างไรก็ตามงานวิจัยโดยทีม Etienne Koechlin จากมหาวิทยาลัยปิแอร์และมารีย์ คูรีย์แห่งปารีสก็ได้แถลงผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าสมองไม่สามารถประมวลผลงานมากกว่าสองอย่างไปพร้อมๆ กันได้

โดยทีมวิจัยได้ศึกษาถึงสมองในส่วน medial prefrontal cortex (MFC) พบว่าสมองส่วนนี้มีความสามารถในการแยกงานสองงานเพื่อประมวลผลในคนละส่วนได้พร้อมกัน ทำให้เราสามารถเขียนหนังสือขณะที่คุยกับเพื่อน หรือขับรถพร้อมๆ กับคุยโทรศัพท์ แต่เมื่อมีสิ่งที่เราต้องให้ความสนใจมากกว่าสองอย่างก็จะกลายเป็นความลำบาก

การทำสอบทำกับกลุ่มผู้เข้าร่วมจำนวน 32 คน โดยใช้เครื่อง functional magnetic resonance imaging หรือ fMRI แสกนสมองตลอดช่วงเวลาที่ทำการทดสอบ แล้วให้มองคำศัพย์เพื่อบอกว่าคำที่แสดงนั้นสะกดถูกหรือไม่ และเพิ่มความยากขึ้นโดยการแสดงสองคำพร้อมๆ กัน ในช่วงนี้ผลการแสกนแสดงให้เห็นว่าสมองถูกแยกออกเป็นสองส่วนเพื่อทำงานสองงาน แต่เมื่อเพิ่มคำที่ให้บอกความถูกต้องเป็นสามคำ ความแม่นยำก็ลดลงอย่างมาก

อีกหน่อยอาจจะมีอัพเกรดสมองให้ทำงานได้สี่งานพร้อมกัน

ที่มา - Live Science

IBM จำลองสมองได้เทียบเท่าสมองแมว

in

ว่ากันว่าสมองมนุษย์นั้นซับซ้อนมากจนยากจะหาคอมพิวเตอร์มาเทียบเท่าได้แม้จะให้เวลาอีกนาน แต่วันนี้ศูนย์วิจัย Almaden ของไอบีเอ็มก็เปิดตัวงานวิจัยที่จำลองการทำงานของสมองในระดับ 1 พันล้านนิวรอน และ 10 ล้านล้านไซแนปส์ ซึ่งเป็นการจำลองระดับเดียวกับสมองแมว

การวิจัยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์จากห้องปฎิบัติการ Lawrence Livermore (ตัวแม่ด้านซุปเปอร์คอมพิวเตอร์) และเงินอีก 5 ล้านดอลลาร์จาก DARPA

ความท้าทายที่สำคัญคือสมองนั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานกับข้อมูลที่ไม่ตรงไปตรงมา มีความกำกวมได้สูง ขณะที่คอมพิวเตอร์นั้นต้องการข้อมูลที่แม่นยำ และตรรกะที่ตรงไปตรงมาตลอดเวลา การจำลองการทำงานสมองได้อาจจะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่กำกวม เช่น สภาพอากาศ การพยากรณ์การตลาดทั่วโลก ตลอดจนการประเมิณสถานะการณ์ในสนามรบ

ผมเข้าใจว่าสมองหมานั้นจะจำลองยากขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ส่วนปัญญานั้นอาจจะจำลองไม่ได้เลย

ที่มา - Mercury News

นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์แมลงต่อสู้กับอาชญากร

in

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นมีแผนจะพัฒนาหุ่นยนต์แมลง (robot-insects) ไว้ช่วยงานตำรวจจัดการกับปัญหาอาชญากรรมและช่วยงานทีมช่วยเหลือในการกู้ภัย เช่น กรณีการค้นหาผู้รอดชีวิตแผ่นดินไหว เป็นต้น

โดยได้รับการพัฒนาศาสตราจารย์ Ryohei Kanzaki แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งได้ศึกษาการทำงานของสมองแมลงเป็นเวลากว่า 30 ปี โดย ณ ขณะนี้ทางทีมวิจัยได้ปรับแต่งสมองของ Silkmoth ตัวผู้ (Silkmoth เป็นแมลงชนิดหนึ่ง) เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อแสงแทนที่จะเป็นกลิ่น หรือกลิ่นของแมลงชนิดอื่น ซึ่งในอนาคตอาจพัฒนาไปเป็นตัวตรวจกลิ่นยาที่ผิดกฏหมายได้

สำหรับแนวคิดในการวิจัย เขาได้สมมติให้สมองเป็นภาพจิ๊กซอว์ เขาและทางทีมวิจัยจะสามารถสร้างทั้งภาพขึ้นมาได้หากรู้รูปทรงของแต่ละรูปและจุดที่จิ๊กซอว์ควรจะไปอยู่ ซึ่งในอนาคตจะนำไปสู่การสร้างแผงวงจรควบคุมการทำงานของสมองได้

สำหรับเป้าหมายของสาสตรจารย์ Kanzaki คือเพื่อเข้าใจถึงการทำงานของสมองมนุษย์และซ่อมแซมส่วนที่เสียหายไปเนื่องจากอุบัติเหตุหรือหายนะ แต่ในขั้นแรกเขาจะศึกษาการทำงานของสมองแมลงก่อน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า

ที่มา: Telegraph ผ่าน TechRadar

การพักอยู่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงนานๆ อาจทำให้สมองเสื่อม

คนเรามักจะมีความรู้สึกไม่ดีเมื่อต้องอยู่บ้านที่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงเสมอ แต่ก็ยังไม่มีการศึกษาที่ดูแนวโน้มดังกล่าวมาก่อน วันนี้ คุณ Anke Huss และนักวิจัยจาก University of Bern สวิตเซอร์แลนด์ ได้คำตอบบางส่วนแล้วครับ

นักวิจัยได้ทำการศึกษาชาวสวิสที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงขนาด 220-380kV ในช่วงปี 2000 ถึง 2005 โดยเมื่อทำการขจัดตัวแปรกวนออกไปแล้วพบว่า ผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงในระยะ 50 เมตรมีโอกาสไม่แตกต่างจากผู้ที่อยู่ไกลออกไปในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ (ถ้าพูดเป็นภาษาสถิติคือมีโอกาสเป็น 1.24 เท่าโดย 95%CI 0.80-1.92)

อย่างไรก็ดีเมื่อคิดเรื่องเวลาแล้ว ผู้ที่อาศัยเป็นเวลานานกว่า 10 ปี และ 15 ปีมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าผู้ที่อยู่ไม่ถึง 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยผู้ที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้า 10 ปีมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์มากกว่า 1.51 เท่า (95%CI 0.91-2.51) และผู้ที่อยู่นานถึง 15 ปีมีโอกาสเป็นมากกว่า 1.78 เท่า (95%CI 1.07-2.96) นอกจากนี้ผลการศึกษากับโรคสมองเสื่อมในวัยชรา (senile dementia) ยังพบความเสี่ยงในแบบเดียวกัน แต่สำหรับโรคอื่นเช่นพาร์กินสันแล้วไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) คือโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่มีอาการความจำเสื่อม บุคลิกภาพเสื่อมและไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีปัญหาในการดูแลตนเองเช่นไม่สามารถทานอาหารได้เองหรือเข้าห้องน้ำเองได้ สาเหตุยังไม่เป็นที่แน่ชัดแต่เชื่อว่าเกิดจากการสะสมของโปรตีน Amyloid beta ในสมอง

ที่มา: American Journal of Epidemiology

ค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สมองดีขึ้น

in

นักวิทยาศาสตร์จาก UCLA ได้ค้นพบว่า ผู้ใหญ่วัยกลางคนหรือสูงกว่า ที่มีความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล สามารถช่วยกระตุ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพ การทำงานของสมองให้สูงขึ้น งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ใน Journal of Geriatric Psychiatry

นักวิจัยได้ใช้อาสาสมัครจำนวน 24 คน ที่มีอายุระหว่าง 55 ถึง 76 ปี ซึ่งครึ่งหนึ่งของอาสาสมัคร มีประสบการณ์ในการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้ว ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่เหลือ ไม่เคยมีประสบการณ์ในการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตมาก่อนเลย

นักวิจัยได้ให้อาสาสมัคร ค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตและอ่านหนังสือ ซึ่งในระหว่างนั้นมีการใช้เครื่อง fMRI (functional Magnetic Resonance) ในการวัดความเปลี่ยนแปลงของสมองในระหว่างการทำงาน

จากผลการทดลอง อาสาสมัครที่มีประสบการณ์ ในการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต จะมีการกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจ และสมองส่วนที่ควบคุมการใช้เหตุผลที่ซับซ้อน มากกว่าการอ่านหนังสือ

ที่มา - EurekaAlert

Syndicate content