Australia

ออสเตรเลียเตรียมใช้เครื่องสแกนแบบเต็มตัวในทุกสนามบินนานาชาติ

ออสเตรเลียเตรียมประกาศใช้เครื่องสแกนแบบเต็มตัวในทุกสนามบินนานาชาติของออสเตรเลียหลังจากทดลองใช้ที่เมลเบิร์นและซิดนีย์ในช่วงเดือนสิงหาคม และกันยายนปีที่แล้ว พร้อมทั้งจะออกกฎหมายบังคับให้ทุกคนต้องผ่านเครื่่องสแกนโดยระบุว่าหากไม่ยอมผ่านก็จะถูกระงับไม่ให้บิน โดยจะยกเว้นให้แต่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอย่างหนักเท่านั้น โครงการการพัฒนาระบบเครื่องสแกนทั้งหมดนี้จะมีมูลค่า 28 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 900 ล้านบาท)

รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าอุปกรณ์ชุดนี้จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในการตรวจจับวัตถุทั้งที่เป็นโลหะและไม่เป็นโลหะภายใต้เสื้อผ้า และเครื่องสแกนนี้จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาแสดงภาพเป็นภาพเปลือยดังเช่นที่สนามบินในอเมริกาที่เคยเป็นปัญหาก่อนหน้านี้​ โดยระบุว่าภาพที่แสดงออกมาจะเป็นเพียงภาพโครงร่างที่ไม่อาจจะระบุเพศได้ ซึ่งภาพทั้งหมดก็จะถูกลบทิ้งหลังจากผู้โดยสารได้ผ่านการตรวจไปแล้ว และระบบนี้ก็ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมมารสิทธิส่วนบุคคลแล้ว

ที่มา - The Australian

เกี่ยวข้อง - เครื่องสแกนสนามบินอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็ง

จระเข้สีส้ม

เจ้าจระเข้ "Snappy" ของ Tracey Sandstrom (ผู้ก่อตั้ง Roaming Reptiles ประเทศออสเตรเลีย) เปลี่ยนสีกลายเป็นจระเข้สีส้มในชั่วข้ามคืน

Tracey Sandstrom คิดว่าการเปลี่ยนสีของ Snappy น่าจะเป็นผลมาจากการที่มันไปกัดแผ่นกรองน้ำในแท้งค์ของตัวเองเมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว ตอนแรกเธอก็ไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง กระทั่งสีส้มของ Snappy สดขึ้นเรื่อยๆ จนสะดุดตา

แม้จะกลายเป็นจระเข้ส้มแจ๊ดไปแล้ว เจ้า Snappy ก็ยังคงมีนิสัยก้าวร้าวหวงอาณาเขตเหมือนเดิม และก็กินเก่งเท่าเดิมด้วย

เสือทาสมาเนียพ้นมลทินหลังโดนตั้งข้อหากินแกะมาเป็นศตวรรษ

เสือทาสมาเนีย (Tasmanian tiger หรือ Thylacine) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้อที่มีกระเป๋าหน้าท้องซึ่งสูญพันธุ์จากโลกนี้ด้วยการล่าของมนุษย์ เสือทาสมาเนียตัวสุดท้ายของโลกตายลงเมื่อปี 1936 ในสวนสัตว์ Hobart ณ เกาะทาสมาเนีย

เหตุผลที่ผู้คนในตอนนั้นนิยมล่าเสือทาสมาเนียเป็นเพราะว่าชาวยุโรปเจ้าของฟาร์มแกะที่ไปตั้งรกรากในออสเตรเลียและเกาะทาสมาเนียเห็นว่าเสือทาสมาเนียจับแกะกิน ทำให้พวกเขาสูญเสียรายได้ รัฐบาลออสเตรเลียถึงกับเคยประกาศให้ผู้ที่ฆ่าเสือทาสมาเนียได้เอาศพมาขึ้นเงินรางวัลจากทางรัฐบาล

แต่การศึกษาของ Marie Attard แห่ง University of New South Wales ที่เพิ่งจะตีพิมพ์ลงวารสาร Journal of Zoology เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2011 พิสูจน์กลับลำว่าเสือทาสมาเนียไม่ใช่ผู้ร้ายฆ่าแกะ

จากการสร้างแบบจำลองรูปแบบการกินอาหารของเสือทาสมาเนียเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้อที่มีกระเป๋าหน้าท้องชนิดอื่นๆ เช่น Tasmanian devil และ spotted-tail quoll พบว่ากรามของเสือทาสมาเนียไม่มีกำลังมากพอที่จะฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่อย่างแกะได้ แถมกระโหลกของมันยังเปราะบางเกินกว่าจะทนแรงดิ้นของแกะได้อีกด้วย สัตว์ที่เสือทาสมาเนียสามารถล่าได้ต้องมีขนาดตัวไม่ใหญ่ไปกว่าตัวพอสซั่มหรือวัลลาบีเท่านั้น

พูดง่ายๆ คือ เสือทาสมาเนียถูกปรักปรำแล้วก็โดนฆ่าตัดตอนจนสูญพันธุ์อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพียงเพราะมนุษย์ต้องการขอคืนพื้นที่ไว้เลี้ยงแกะแค่นั้นเอง

ที่มา - Live Science

อุบัติเหตุที่ญี่ปุ่นหยุดกระแสพลังงานนิวเคลียร์ในเอเซียไม่ได้, เยอรมนีสั่งหยุดโรงไฟฟ้า

แม้ว่าแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ตามมาตราริกเตอร์จะสร้างวิกฤติหนักหนาในกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาในญี่ปุ่น (และวินาทีที่ผมเขียนอยู่นี้ วิกฤติก็ยังดำเนินอยู่อย่างตึงเครียด) แต่โครงการพลังงานนิวเคลียร์ก็ยังมีแนวโน้มอนาคตที่สดใสในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเซีย

เอาเฉพาะตัวเลขก่อน จำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสร้างอยู่ทั่วโลกตอนนี้ 40 จาก 62 โรงอยู่ในทวีปเอเซีย!

ของใหญ่สุดคงไม่มีใครเกินหน้า ประเทศจีน ซึ่งมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสร้างอยู่ถึง 27 โรง และมีแผนว่าจะสร้างเพิ่มอีก 50 โรงในอนาคต ทางกระทรวงป้องกันคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีน (ministry of environmental protection) ได้ออกมายืนยันแล้วว่าแผนดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่มีอันไหนเปลี่ยนแปลง ชะลอ หรือยกเลิก

ออสเตรเลียจะตั้งหน่วยงานอวกาศแห่งชาติ?

ออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ที่ไม่มีองค์กรอวกาศแห่งชาติ (แบบเดียวกับอเมริกามี NASA) ซึ่งคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาออสเตรเลียเคยศึกษาผลกระทบจากเรื่องนี้ และพบว่าทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาด้านอวกาศของออสเตรเลียไปมาก

แต่ล่าสุดรัฐสภาออสเตรเลียได้ผ่านงบประมาณจำนวน 48.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับโครงการ Australian Space Science Program ระยะเวลา 5 ปี โดยงบ 8.6 ล้านดอลลาร์นั้นระบุชัดว่าเพื่อการก่อตั้ง Space Policy Unit ขึ้นมาภายใต้กระทรวง Department of Innovation, Industry, Science and Research เพื่อ "ประสานงาน" ด้านอวกาศทั้งหมดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศ

ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งได้เริ่มสร้างหน่วยงานด้านอวกาศแห่งชาติกันแล้ว เช่น เวียดนาม บังคลาเทศ และบัลแกเรีย เป็นต้น

ที่มา - Slashdot

Elsevier สร้างวารสารเพื่อการโฆษณาให้บริษัทยา

ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ บริษัทที่ให้บริการตีพิมพ์วารสารวิชาการมายาวนานอย่าง Elsevier ก็ไม่ได้หลุดไปจากวงเวียนนี้ได้ เมื่อบริษัท Excerpta Medica ซึ่งเป็นหน่วยงานลูกของบริษัท Elsevier สาขาออสเตรเลียได้ตีพิมพ์วารสาร Australasian Journal of Bone and Joint Medicine ที่เป็นการรวมเอารายงานที่เป็นผลดีต่อยาจากบริษัท Merck เท่านั้น

นอกจากวารสารนี้แล้วบริษัท Elsevier ยอมรับว่าได้ตีพิมพ์วารสารในลักษณะเดียวกันนี้ไปแล้วถึงหกฉบับ โดยปฏิเสธว่าทาง Elsevier ไม่ได้เรียกเอกสารเหล่านี้ว่าเป็นวารสารวิชาการแต่อย่างใด

เสียเงินค่าตีพิมพ์แล้วยังเป็นอย่างนี้ ผมสนับสนุน Open Access เต็มที่ครับ

ที่มา - BibWild, Guardian

แมงมุมยักษ์บุกออสเตรเลีย

ออสเตรเลียนั้นขึ้นชื่อเรื่องแมงมุมอยู่แล้ว แต่คราวนี้ขนาดชาวบ้านที่คุ้นชินยังบอกว่า "ใหญ่จริงๆ"

เมือง Bowen ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในชายฝั่งด้านตะวันตกที่อยู่ห่างบริสเบนไป 700 กิโลเมตร พบกับการบุกของกองทัพแมงมุมทารันทูล่าขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งถ้าโตเต็มที่แล้วอาจจะใหญ่กว่าฝ่ามือมนุษย์ โดยเรื่องเริ่มจากอาทิตย์ก่อนเมื่อมีคนพบแมงมุมในสวนสาธารณะกลางเมือง

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์บอกว่าแมงมุมชนิดนี้ถึงจะไม่อันตรายมากแต่ก็เป็นพิษ กัดทีนึงสามารถฆ่าหมาให้ตายได้ และถ้าคนโดนกัดก็เข้าขั้นป่วยหนัก ความยาวขาสูงสุดที่เคยพบคือ 16 ซม. สาเหตุที่ออกมาเดินเพ่นพ่านก็เพราะฝนที่ตกหนักผิดปกติในพื้นที่นั้นๆ

วิธีป้องกันก็ไม่ยุ่งยากมาก พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในสวนที่มีต้นไม้เยอะๆ และถ้าจำเป็นต้องทำสวนก็ควรใส่ถุงมือกับรองเท้าให้เรียบร้อยก่อน

เนื่องจากว่าบางท่านอาจมีปัญหากับภาพแมงมุม ดังนั้นถ้าใครอยากเห็นว่ามันโตแค่ไหน คลิกเข้าไปดูได้ตามแหล่งข่าวครับ มีไม้บรรทัดวางประกบให้เทียบขนาดได้ง่ายๆ ด้วย

ที่มา - Times Online

ฝูงวาฬเกยตื้นที่เกาะแทสมาเนียร์ เสียชีวิตทุกตัวแล้ว

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ฝูงวาฬเสปิร์ม (Sperm Whale) จำนวน 45 ตัวได้เกยตื้นบริษัทชายฝั่งเกาะแทสมาเนียร์ทางใต้ของออสเตรเลีย เมื่อหน่วยกู้ภัยไปถึงนั้นมีเพียง 7 ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ และค่อยๆ เสียชีวิตลงทีละตัวจนตัวสุดท้ายได้ตายไปเมื่อวานนี้

วาฬเสปิร์มเป็นสัตว์มีฟันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยลำตัวเมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ 20.5 เมตรและหนักถึง 57 ตัน และมีอายุยืนยาวได้ถึง 70 ปี

ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าทำไมวาฬเหล่านี้จึงขึ้นมาเกยตื้น แต่นักวิทยาศาสตรเชื่อกันว่าความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำทำให้ระบบนำร่องในตัววาฬเหล่านี้ทำงานผิดพลาด

ที่มา - PhysOrg

ที่มาภาพและข้อมูลเพิ่มเติม - Wikipedia

นักวิจัยออสเตรเลียเตรียมผลิตดวงตาเทียมให้ได้ในสี่ปี

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย (University of Melbourne, University of New South Wales, Bionic Ear Institute, Centre for Eye Research Australia และ Victoria Research Laboratory of NICTA) ได้รวมตัวกันในนาม Bionic Vision Australia เพื่อเตรียมผลิตจอประสาทตาเทียมให้ได้ภายในปีค.ศ. 2012

ดวงตาเทียมดังกล่าวจะมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติขึ้นกับเซลล์รับแสงของจอประสาทตา (Retina) เช่นโรคจอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration) ถึงแม้ว่าชิพสำหรับรับแสงจะทำงานได้ดีไม่เท่ากับเซลล์จริงๆ แต่ทีมวิจัยก็หวังว่าจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง, สามารถมองเห็นวัตถุขนาดใหญ่ๆ อ่านหนังสือและมองหน้าคนอื่นได้บ้าง โดยจะมองเห็นเป็นจุดใหญ่ๆ ต่อกันเป็นรังผึ้ง (ลองดูตัวอย่างภาพได้จากวิดีโอครับ)

ความจริงแล้วเรื่องความคิดที่จะผลิตจอประสาทตาเทียมนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือสหรัฐ ก็มีงานวิจัยออกมาอยู่บ้าง

อ่านแล้วนึกถึงเมื่อเร็วๆ นี้มีศิลปินคนหนึ่งต้องการให้หมอใส่เว็บแคมแทนที่ดวงตาข้างที่บอด ไม่รู้ว่าถ้าเธอมาอ่านข่าวนี้แล้วจะเปลี่ยนใจหรือเปล่านะครับ

Syndicate content