เพื่อสานต่อความฝันของไอน์สไตน์ เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ทฤษฎีสตริงทำท่าว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำหน้าที่อธิบายถึง "ทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง" แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เหตุเพราะเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะทำการทดสอบมิติทั้งหมด "11 มิติ" ให้เห็นได้จริงนั่นเอง
ด้วยความบังเอิญ, ขณะนั่งฟังเพื่อนร่วมงานบรรยายเรื่องสมการของความพัวพันเชิงควอนตัม ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งรู้สึกคุ้นเคยกับสมการที่ว่านี้เป็นอย่างยิ่ง และได้กลับไปค้นดูงานวิจัยของตัวเองที่บ้าน จนในที่สุดก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าสมการนั้นเหมือนกับที่ตัวเองเคยคิดไว้หลายปีก่อน แต่เป็นสมการที่ใช้ทฤษฎีสตริงมาอธิบายคุณลักษณะของ "หลุมดำ"
เมื่อเป็นเช่นนี้ หากสมการเหมือนกันจริง จะทำให้ทฤษฎีสตริงถูกนำมาใช้คาดคะเนผลลัพท์ของความพัวพันเชิงควอนตัมได้ และในเมื่อการคาดคะเนพฤติกรรมของอนุภาคพัวพันสามารถทดลองได้ในห้องแล็ป นั่นหมายถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์จะสามารถ "ทดสอบ" บางส่วนของทฤษฎีสตริงได้จากการทดลอง โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Letters แล้ว
ที่มา:

