tiamat's blog

นักวิทยาศาสตร์อาจพิสูจน์ได้แล้วว่า String Theory มีจริง

เพื่อสานต่อความฝันของไอน์สไตน์ เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ทฤษฎีสตริงทำท่าว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำหน้าที่อธิบายถึง "ทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง" แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เหตุเพราะเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะทำการทดสอบมิติทั้งหมด "11 มิติ" ให้เห็นได้จริงนั่นเอง

ด้วยความบังเอิญ, ขณะนั่งฟังเพื่อนร่วมงานบรรยายเรื่องสมการของความพัวพันเชิงควอนตัม ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งรู้สึกคุ้นเคยกับสมการที่ว่านี้เป็นอย่างยิ่ง และได้กลับไปค้นดูงานวิจัยของตัวเองที่บ้าน จนในที่สุดก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าสมการนั้นเหมือนกับที่ตัวเองเคยคิดไว้หลายปีก่อน แต่เป็นสมการที่ใช้ทฤษฎีสตริงมาอธิบายคุณลักษณะของ "หลุมดำ"

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากสมการเหมือนกันจริง จะทำให้ทฤษฎีสตริงถูกนำมาใช้คาดคะเนผลลัพท์ของความพัวพันเชิงควอนตัมได้ และในเมื่อการคาดคะเนพฤติกรรมของอนุภาคพัวพันสามารถทดลองได้ในห้องแล็ป นั่นหมายถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์จะสามารถ "ทดสอบ" บางส่วนของทฤษฎีสตริงได้จากการทดลอง โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Letters แล้ว

ที่มา:

ความชื้น - ก้าวแรกสู่พลังงานไฟฟ้าชนิดใหม่

ศาสตราจารย์เฟอร์นันโด เกเลมเบ็ค และทีมนักวิจัยแห่ง University of Campinas ประเทศบราซิล ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบต้นตอที่แท้จริงของกระบวนการเกิด “ฟ้าผ่า” ในชั้นบรรยากาศ หลังจากเป็นปัญหาคลุมเครือให้นักวิทยาศาสตร์ขบคิดมากว่า 200 ปี จากการทดลองพิสูจน์ได้ว่าน้ำในชั้นบรรยากาศนั่นเองที่สามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าและส่งผ่านพลังงานไปยังวัตถุอื่นที่เข้ามาใกล้ โดยจะพบประจุลบสะสมในกลุ่มอนุภาคซิลิกา เมื่ออยู่ในสภาพอากาศจำลองที่มีความชื้นสูง ในขณะที่ได้ผลลัพท์เป็นประจุบวกเมื่อใช้อนุภาคของอลูมิเนียมฟอสเฟต

จากการศึกษากระบวนการของการเกิด “สายฟ้า” นี้เอง จึงเป็นที่มาของ “พลังงานไฟฟ้าความชื้น” (humidity electricity) โดยเฟอร์นันโดกับพวกได้บัญญัติชื่อพลังงานชนิดนี้ว่า hygroelectricity

ต่อไปในอนาคตนอกจากจะมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว เราอาจจะมี “แผงเซลล์ความชื้น” ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ใช้งานได้ดีในที่ที่มีแดดจ้า แผงเซลล์ความชื้นก็คงใช้งานได้ดีในภูมิภาคที่อากาศมีความชื้นสูงนั่นเอง นอกจากนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เฟอร์นันโดยังเสนอไอเดียเกี่ยวกับการใช้วิธีทำนองเดียวกันนี้ดูดพลังงานไฟฟ้าออกมาจากอากาศก่อนที่จะเกิดฟ้าผ่าอีกด้วย

ที่มา:

Superbug NDM-1 คร่าชีวิตคนเป็นคนแรกแล้ว

มีรายงานอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลในบรัสเซลถึงการเสียชีวิตของชายชาวเบลเยี่ยมผู้ได้รับเชื้อแบคทีเรีย NDM-1 (New Delhi metallo-beta-lactamase) ขณะรับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปากีสถาน ซึ่งนับเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกที่เสียชีวิตจากยีนดื้อยา "superbug" ยีนกลายพันธุ์ที่ถูกพบครั้งแรกในอินเดียจากผู้ป่วยชาวสวีเดนและนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากำลังแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ยังไม่มีทางรักษาใดๆ

ที่มา - AFP, RFI

เร่งสำรวจความลับที่หลงเหลือในพีระมิดคูฟูก่อนสิ้นปีนี้

กว่า 4,500 ปีแห่งการยืนหยัดของมหาพีระมิดเมืองกิซ่า มนต์สเน่ห์ของมันได้สะกดทุกคนที่พยายามจะล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่ ทั้งยังสร้างความท้อแท้ได้ในเวลาเดียวกัน

ใจกลางของพีระมิดคูฟู ประกอบด้วยห้องราชาและราชินี มีความเชื่อว่าช่องแคบๆที่ทำมุม 45 องศามุ่งจากห้องราชาสู่ภายนอกพีระมิดเพื่อส่งดวงวิญญาณของพระองค์สู่สรวงสวรรค์ท่ามกลางหมู่ดาว ทว่าที่ห้องของราชินี ช่องเล็กๆได้ถูกค้นพบเช่นกันในปี 1872 เนื่องจากช่องเหล่านั้นไม่ได้ทะลุออกมาด้านนอกเหมือนห้องพระราชา จึงยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของคณะสำรวจมากขึ้นว่าสุดปลายของช่องนั้นคืออะไร

จนมาในปี 1992 มีการส่งกล้องขึ้นไปในช่องด้านหนึ่งได้ไกล 60 เมตรแต่กลับพบว่ามีประตูหินปูนพร้อมด้ามจับทองแดงกั้นอยู่ หลังจากนั้นอีกสิบปีต่อมา แม้จะมีการเจาะประตูนี้เข้าไป แต่หลังจากเจาะไปได้อีกเพียง 20 เซนติเมตรก็กลับพบประตูที่กั้นอยู่ด้านหลังอีกชั้น

หลังจากเตรียมการมากว่า 5 ปี ทีมโรโบติกส์ โดยการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยลีดส์ ร่วมกับดอกเตอร์ซาฮี ฮาวาส แห่งสภาโบราณสถานอียิปต์ (SCA) กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมส่งหุ่นยนต์จากโปรเจค Djedi ขึ้นไปสำรวจให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยหุ่นยนต์นี้มีคุณสมบัติทั่วไปคือสามารถวัดความหนาของหินที่จะเจาะด้วยคลื่นอัลตราโซนิค และมีกล้องขนาดเล็กที่สามารถสอดเข้าไปส่องด้านหลังของชั้นหินที่ถูกเจาะได้ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสำรวจคือต้องพยายามสร้างความเสียหายแก่โบราณสถานให้น้อยที่สุด

ที่มา: Independent (กรุณาตามไปอ่านคอมเมนต์ที่มีทั้งสาระและความฮา)

เพิ่มเติม:
 ซาฮี ฮาวาส (Zahi Hawass)
 สภาโบราณสถานอียิปต์ (Supreme Council of Antiquities หรือ SCA)
 Djedi Project

คลื่นสึนามิครั้งใหญ่จากดวงอาทิตย์จะมาถึงโลกภายในไม่กี่วันนี้

จากการระเบิดที่ชั้นบรรยากาศ (CME) ครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผลทำให้โลกของเรากำลังจะถูก “สึนามิอวกาศ” ลักษณะคล้ายกลุ่มเมฆมหึมาพัดถล่มอย่างรุนแรงภายในวันสองวันนี้

การระเบิดด้วยความรุนแรงระดับที่หาโอกาสเกิดได้ยากนี้ ครั้งแรกมีความรุนแรงมากช่วยส่งผลให้แรงระเบิดครั้งที่สองซึ่งเกือบจะพร้อมกัน หลุดออกมานอกชั้นบรรยากาศได้ง่ายขึ้น และมีทิศทางมุ่งตรงมายังโลกพอดีอย่างน่าใจหาย

มีการประกาศเตือนเมื่อไม่นานมานี้ว่าโลกบางส่วนอาจจะต้องตกอยู่ในสภาพถูกตัดขาดจากไฟฟ้าและระบบโทรคมนาคมเป็นช่วงระยะเวลานาน และคงไม่ต้องพูดถึงดาวเทียมกับสถานีอวกาศ ที่ไม่อาจทราบชะตากรรมเหมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆบนพื้นโลก อย่างไรก็ตามระดับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นยังไม่มีใครสามารถให้ความมั่นใจได้ แต่ที่แน่ๆ จะเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือแสงใต้ครั้งใหญ่เป็นของแถม ท่ามกลางความตื่นตระหนกของมนุษยชาติ

ที่มา telegraph.co.uk, newscientist.com

ชม ภาพ และ วิดีโอ เกี่ยวกับการระเบิดบนดวงอาทิตย์

Syndicate content