mk's blog

Apogee of Fear ภาพยนตร์ไซไฟเรื่องแรกที่ "ถ่ายทำในอวกาศ"

Richard Garriott เป็นผู้สร้างวิดีโอเกมชื่อดังชาวอังกฤษ ผลงานที่สำคัญของเขาคือเกมตระกูล Ultima ทั้งหมด และตัวตนของเขาก็ถูกถ่ายทอดลงไปในตัวละครชื่อ Lord British ภายในเกมทุกภาคด้วย

นอกจากทำเกมแล้ว Garriott ยังสนใจเรื่องอวกาศอยู่มาก (พ่อของเขาเป็นนักบินอวกาศด้วย) และหลังจากเขาขายบริษัท Origin ให้กับ EA ในปี 1992 เขาก็รวยพอที่จะมีเงินไปเที่ยวอวกาศ และความฝันของเขาก็เป็นจริงในปี 2008 โดยแวะไปเยือนสถานีอวกาศนานาชาติอยู่ช่วงหนึ่ง

Garriott ไปลองทำโน่นทำนี่มากมายบนสถานีอวกาศนานาชาติ และที่น่าจับตาคือ เขาไป "ถ่ายหนังสั้นไซไฟ" บนสถานีอวกาศนานาชาติด้วย

ภาพยนตร์ของ Garriott มีชื่อว่า Apogee of Fear (จุดไกลสุดของความกลัว) โดยเขาถ่ายฟุตเตจของหนังบนสถานีอวกาศ และเมื่อกลับลงมาที่โลก ก็ถ่ายฉากอื่นๆ และใส่เอฟเฟ็คต์เพิ่มเข้าไป

หินยุคแรกของสโตนเฮนจ์ เดินทางมาไกลถึง 170 ไมล์

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) กองหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงมาก มาจนถึงวันนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถยืนยันจุดมุ่งหมายของผู้สร้างมันขึ้นมาได้

ก้อนหินที่ประกอบกันเป็นสโตนเฮนจ์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันทั้งหมด หินก้อนใหญ่ที่วางในแนวตั้งทำเป็นรูปหอคอย (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสโตนเฮนจ์) ถูกนำมาวางทีหลังสุดช่วงปี 2600-2400 ก่อนคริสตกาล ส่วนหินก้อนเล็กกว่าที่วางเป็นวงกลมโดยรอบ ถูกวางขึ้นก่อนหน้านั้นมากคือ 3100 ปีก่อนคริสตกาล

ล่าสุดนักโบราณคดีจาก University of Leicester และ National Museum of Wales สามารถหาแหล่งกำเนิดของหินในยุคแรกที่เรียกว่า "Craig Rhos-y-Felin" ขนาด 70 เมตรได้แล้ว โดยแหล่งที่มาของมันอยู่ห่างออกไปจากสโตนเฮนจ์ถึง 170 ไมล์ (270 กม.) คือเมือง Pembrokeshire ในแคว้นเวลส์

การค้นพบครั้งนี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับการสืบหาประวัติศาสตร์ของสโตนเฮนจ์ เพราะเป็นครั้งแรกที่สามารถหาแหล่งที่มาของหินยุคแรกได้แบบเป๊ะๆ และช่วยยืนยันทฤษฎีว่ามนุษย์เมื่อ 5000 ปีก่อนเป็นคนเคลื่อนย้ายหินมาสร้างมันขึ้นมา หินไม่ได้เดินทางมาจากการเลื่อนตัวของธารน้ำแข็งแต่อย่างใด

ที่มา - The Independent via Gizmodo

แผนภาพแสดง "การสำรวจอวกาศ" ของมนุษยชาติ

เป็นแผนภาพ (infographic) ที่จัดทำโดยนิตยสาร National Geographic ในปี 2009 โดยรวบรวมเอาภารกิจของ "การสำรวจอวกาศ" ทั้งหมดที่มนุษยชาติเคยกระทำมา มาแสดงเป็นแผนภาพให้เข้าใจง่ายๆ ว่ามนุษย์เราส่งยานไปที่ไหนกันบ้าง

อย่างที่คาดเดากันได้ว่า "ดวงจันทร์" เป็นดาวที่มนุษย์ส่งยานไปมากที่สุด 73 ภารกิจ ตามด้วยดาวศุกร์ 43 ภารกิจ และดาวอังคาร 40 ภารกิจ (ข้อมูลเมื่อปี 2009) ที่น่าสนใจคือดาวพุธมีเพียง 2 ภารกิจ ในขณะที่ดวงอาทิตย์มี 9 ภารกิจ

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่อยู่ไกลออกไป (ยาน New Horizon จะไปถึงดาวพลูโตในปี 2015) และภารกิจของยานที่หลุดออกนอกเขตระบบสุริยะไปแล้วอย่าง Voyager 1/2 และ Pioneer 10/11 อีกด้วย

ต้นฉบับจาก National Geographic เจอที่ ExtremeTech

NASA ปล่อยยานสำรวจดาวอังคารลำใหม่ MSL พร้อมรถสำรวจ Curiosity

NASA ปล่อยยานสำรวจดาวอังคารรุ่นใหม่ Mars Science Laboratory (MSL) จากท่าอวกาศยานที่แหลมคานาเวรัลเป็นที่เรียบร้อย

ยาน MSL จะเดินทางไปถึงดาวอังคารในเดือนสิงหาคม 2012 เพื่อส่ง "รถสำรวจ" พื้นผิวดาวอังคารคันใหม่ชื่อ "Curiosity" ซึ่งจะตามรอยรุ่นพี่อย่าง Pathfinder/Spirit/Opportunity ในอดีต เพียงแต่ Curiosity ใหม่กว่า ไฮเทคกว่า และมีเครื่องมือตรวจวัดที่ทรงพลังมากกว่า เช่น เครื่องยิงเลเซอร์ระยะไกล ตัวรถสำรวจเองก็มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นพี่ 2 เท่าและหนักกว่า 5 เท่า (หนัก 1 ตัน)

Curiosity จะสำรวจหาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบนดาวอังคาร วิเคราะห์หินและดินใต้พื้นผิว โดยมีภารกิจทำงานเป็นเวลา 2 ปี

ที่มา - NASA Science

NPP ดาวเทียมดวงใหม่ของ NASA ถ่ายภาพผิวโลกชัดกิ๊ง

ดาวเทียมสำรวจสภาพภูมิอากาศดวงใหม่ของ NASA ที่ชื่อว่า NPP (ชื่อเต็มคือ NPOESS Preparatory Project) เป็นดาวเทียมสำรวจภูมิอากาศรุ่นใหม่ของ NASA ที่มาแทนดาวเทียมซีรีส์ EOS รุ่นเดิม ซึ่ง NPP เป็นดาวเทียมดวงแรกของซีรีส์ใหม่ NPOESS ที่จะตามมาอีกหลายดวง

NPP เป็นความร่วมมือของ NASA กับหน่วยงานด้านภูมิอากาศของสหรัฐอย่าง NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) เพิ่งถูกยิงขึ้นไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และเริ่มส่งภาพกลับมาได้วันที่ 21 พฤศจิกายนนี้เอง

NPP มีเครื่องมือตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์ 5 รายการ และหนึ่งในนั้นคือกล้องถ่ายภาพผิวโลกด้วยระบบอินฟราเรดตัวใหม่ชื่อ Visible Infrared Imager Radiometer Suite (VIIRS) ซึ่งสามารถรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ถึง 22 ระดับ ทำให้ถ่ายภาพผิวโลกได้ละเอียดและชัดเจนขึ้นมาก

ภาพถ่ายจากระบบ VIIRS จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสังเกตการณ์ผิวโลกได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็ง สีของมหาสมุทร พื้นที่เพาะปลูก กลุ่มเมฆ และอุณหภูมิของทะเล

NPP และ VIIRS ส่งภาพแรกของทวีปอเมริกาเหนือกลับมาแล้ว (ภาพดูได้ตามลิงก์ที่มานะครับ) และจะเริ่มทำงานเต็มระบบในวันขึ้นปีใหม่ 2012 นี้ ดาวเทียมดวงนี้มีอายุการทำงานนาน 5 ปี

ที่มา - NASA, The Next Web

Motorola, Bloomberg, LEGO, PwC ร่วมผลักดันพลังงานลม WindMade

WindMade เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานลมในฐานะ "พลังงานสะอาด"

ไอเดียของโครงการนี้คือเชิญชวนให้บริษัทต่างๆ หันมาใช้พลังงานลมกันมากขึ้น โดยโครงการจะแปะตรา "WindMade" ให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้เป็นการตอบแทน (คิดถึงตรารีไซเคิลที่แปะอยู่ข้างบรรจุภัณฑ์ต่างๆ นะครับ)

ในเบื้องต้น WindMade หาพันธมิตรเข้าร่วมโครงการได้ 15 ราย ที่ดังๆ ได้แก่ Motorola, Bloomberg, PwC (Price Waterhouse Coopers), LEGO, Deutschbank เป็นต้น

ศูนย์ข้อมูลของ Facebook ในโอเรกอน ผ่านมาตรฐานพลังงาน LEED Gold

มาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) เป็นมาตรฐานที่ออกให้กับ "อาคารและสิ่งปลูกสร้าง" ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน โดยแบ่งคะแนนเป็นหลายระดับ (สูงสุดคือ Platinum ตามด้วย Gold, Silver, Certified)

ศูนย์ข้อมูลของ Facebook ที่เพิ่งสร้างใหม่ในเมือง Prineville รัฐโอเรกอน เพิ่งผ่านมาตรฐาน LEED Gold สำหรับอาคารประเภทศูนย์ข้อมูล ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างประเภทที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดๆ (กินไฟ+ปล่อยความร้อน)

Facebook ใช้เทคนิคทางวิศวกรรมหลายประการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลตัวเอง เช่น การออกแบบเคสของเซิร์ฟเวอร์ใหม่ให้ทำงานในความร้อนได้ดีขึ้น, การออกแบบพาวเวอร์ซัพพลายที่จ่ายไฟกระแสตรงเข้าเซิร์ฟเวอร์เลย (ไม่ต้องเสียความร้อนจากการแปลงไฟกระแสสลับเป็นกระแสตรง), การออกแบบระบบหมุนเวียนอากาศภายนอกเข้ามาช่วยทำความเย็น, ระบบไฟเตือนที่เปิดด้วยเซ็นเซอร์, การใช้แผงโซลาร์เซลล์นอกอาคาร ฯลฯ

JuSci บน Google+

มี page กับเขาบ้างแล้วนะครับ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าเอาไว้ทำอะไรดี แต่ก็เชิญสมาชิกและผู้อ่านแอดเข้า circle กันไปพลางๆ แล้วกันครับ

บนอวกาศนี่เค้าต้องปลูกผักอะไรกัน?

คำถามที่ชาวสวนในอนาคตอาจจะสงสัย ว่าถ้าต้องออกไปอยู่ในอวกาศ แล้วปลูกผักอะไรจึงจะโตเร็ว?

ที่งาน American Chemical Society เมื่อเดือนสิงหาคมก็มีพูดถึงเรื่องนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์เลือกพืชผัก 10 ชนิดที่เหมาะแก่การปลูกในอวกาศมากที่สุด โดยใช้หลักการเลือกว่ามันสามารถดูดซึม CO2 ที่มนุษย์อวกาศหายใจออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นออกซิเจนที่ช่วยหายใจ นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์เรื่องดูแลง่าย ใช้ที่ไม่เยอะ

Dead Sea Scrolls ภาคดิจิทัลเผยแพร่สู่ชาวโลกออนไลน์แล้ว

ข่าวนี้ต่อจาก Dead Sea Scroll จะเผยแพร่สู่ชาวโลกด้วยความร่วมมือจากกูเกิล เมื่อปีที่แล้ว วันนี้มันมาแล้วครับ ดูได้ผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว

ย้อนความอีกรอบสำหรับคนที่ไม่รู้จัก "Dead Sea Scroll เป็นจารึกโบราณที่ถูกค้นพบในถ้ำริมทะเลสาบ Dead Sea ในอิสราเอล จากรึกเหล่านี้เขียนลงในกระดาษโบราณ นับรวมกันได้ 972 ชิ้น โดยคาดว่าถูกเขียนขึ้นระหว่าง 150 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 70" โดยมีข้อความอีกมากในคัมภีร์นี้ที่ยังตีความไม่ได้

โครงการนี้พิพิธภัณฑ์อิสราเอล (The Israel Museum) ร่วมมือกับกูเกิลพัฒนาโครงการ Dead Sea Scrolls Digital Project สแกนชิ้นส่วนต่างๆ ของคัมภีร์ และนำขึ้นมาเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตแล้ว

Syndicate content