นี่เป็นครั้งแรก ที่มีคนสามารถหายจากการติดเชื้อ HIV ได้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีการรักษาครั้งนี้ได้เกือบคร่าชีวิตของชายผู้นี้ไปแล้ว แต่ในที่สุดทุกอย่างก็เหมือนปาฏิหารย์
Timothy R. Brown เป็นผู้ป่วยติดเชื้อ HIV อายุ 42 ปี ที่การจะควบคุมอาการของโรคได้นั้นดูริบหรี่ เมื่อมีการค้นพบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย ในปี ค.ศ. 2007 เขาจึงถูกส่งไปรับการรักษามะเร็งที่โรงพยาบาล Charité - Universitätsmedizin Berlin ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน
การรักษาที่ Brown ได้รับถือได้ว่าทรหดมาก ตั้งแต่การทำเคมีบำบัดนั้นแถบจะทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันของเขาไปจนหมดสิ้น การฉายรังสีที่แทบเรียกว่าทุกส่วนของร่างกาย และท้ายสุดคือ การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ถึง 1 ใน 3 มักจะไม่รอดด้วยวิธีนี้ แต่โชคก็เข้าข้างเขา กลับกลายเป็นว่าเขาหายจากการติดเชื้อ HIV ได้ทั้งหมด
เซลล์ต้นกำเนิดที่แพทย์คัดเลือกมาใช้นั้น เป็นเซลล์ที่ได้รับบริจาคมาจากไขกระดูกของชายคนหนึ่งที่มีการกลายพันธุ์ของยีนในทีส่วนของ CCR5 ซึ่งมักจะพบในคนจำนวนน้อยมาก ยีนที่ว่านี้มีความสามารถในการต้านเชื้อ HIV ได้ พูดง่ายๆคือ เขาคนนั้นแทบไม่มีทางสามารถติดเชื้อ HIV ได้เลย และเซลล์ที่ว่านี้เองได้ทำการสร้างระบบภูมิคุ้มกันของ Brown ขึ้นมาใหม่ ทดแทนระบบเดิมที่ถูกทำลายไปจากการรักษาที่ผ่านมา และทำให้ร่างกายของเขาสามารถต้าน HIV ได้เช่นเดียวกัน ในการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่าเชื้อ HIV ได้มีลดจำนวนลงอย่างเรื่อยๆ และในที่สุด ก็ไม่มีการตรวจพบการติดเชื้อในร่างกายของเขาอีกต่อไป
นี่อาจจะเป็นอีกขึ้นของการรักษา HIV ก็เป็นได้ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าผู้ป่วย HIV ทุกคนจะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเรื่องของสุขภาพ การเงิน หรือแม้แต่ยินยอมที่รับการรักษาอันทุกข์ทรมานได้อย่างที่ Brown ผ่านมา แต่อย่างน้อยสุด นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า HIV นั้นสามารถรักษาได้จริงๆ ไม่ใช่เพียงคุมอาการอีกต่อไป
ที่มา : Gizmodo ผ่านทาง aidsmap.com

