arjin's blog

การเตะบอลช่วยเพิ่มฮอร์โมนทางเพศได้ถึง 30%

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองโดยนำผู้ชายในเผ่า Tsimane ประเทศโบลิเวียจำนวน 88 คนซึ่งมีระดับของฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ชายทั่วไปมาแข่งขันฟุตบอลกัน พบว่าภายหลังจบเกมการแข่งขันไป 10 นาที ระดับฮอร์โมนของพวกเขามีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นราว 30% และแม้จบเกมการแข่งขันไปแล้วถึง 1 ชั่วโมง ระดับฮอร์โมนก็ยังสูงกว่าปกติถึง 15% ผลการวิจัยเพิ่มเติมในผู้ชายชาวอเมริกาพบว่าการแข่งฟุตบอลมีผลสูงมากกว่านั้นอีก คือภายหลังจบเกมการแข่งขันมีระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 37% เลยทีเดียว

ข้อสรุปของงานวิจัยคือระดับของฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความรู้สึกอยู่ในสภาพแข่งขัน ซึ่งเป็นความรู้สึกที่กำลังต้องลงสนามต่อสู้และความรู้สึกหวาดกลัวที่เข้ามาพร้อมกัน

แม้จะขัดแย้งกับข้อสอบโอเน็ตวิชาสุขศึกษาปีล่าสุด แต่อ่านจบแล้วก็คงมีเหตุผลดีๆ ที่อยากไปเตะบอลกันเลยทีเดียว

ที่มา: Daily Mail และ ScienceNOW

ผู้หญิงเลือกไม่ตอบแต่ผู้ชายเลือกกามั่ว เวลาทำข้อสอบแบบตอบผิดตัดแต้ม

ผลการศึกษาของ Katherine Baldiga นักศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ด พบความน่าสนใจในการตัดสินใจทำข้อสอบแบบหลายตัวเลือก (multiple choice) ที่มีการหักแต้ม ระหว่างเพศชายและเพศหญิงดังนี้ครับ

การศึกษาพบว่าถ้าหากข้อสอบแบบหลายตัวเลือกนั้นไม่มีการหักแต้มถ้าตอบผิด ผู้สอบทั้งหมดก็จะทำข้อสอบครบทุกข้อไม่มีการเว้นว่างไว้ (อันนี้ก็มันแน่นอนอยู่แล้ว) แต่เมื่อมีการหักแต้มถ้าตอบผิด ซึ่งในการศึกษานี้ใช้ผลการทดสอบ SAT II วิชาประวัติศาสตร์โลกและอเมริกา ที่มีเงื่อนไขว่า ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดหัก 1/4 คะแนน ไม่ตอบได้ศูนย์คะแนน ซึ่งจะเห็นว่าความเสี่ยงในการมั่วแล้วผิดนั้นมีความเสียหายแค่ 25% เมื่อเทียบกับตอบถูก ผลก็คือผู้สอบที่เป็นผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกที่จะเว้นว่างไว้ไม่ตอบมากกว่าถ้าไม่แน่ใจ ขณะที่ผู้สอบที่เป็นผู้ชายมีอัตราการขอเสี่ยงเดาแล้วผิดสูงกว่า การศึกษานี้ยังพยายามหาปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการเลือกเดาหรือไม่เดา แต่พบว่าเพศเป็นปัจจัยที่มีผลมากที่สุด โดยได้ข้อสรุปคือเพศหญิงนั้นมีลักษณะกลัวความเสี่ยงที่จะตอบผิดมากกว่าเพศชายนั่นเอง

อ่านเปเปอร์ฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ

ที่มา: Freakonomics

การทดลองพบว่าผู้นิยม Apple ใช้สมองส่วนที่ชื่นชอบส่วนเดียวกับการศรัทธาในศาสนา

สารคดีทาง BBC ประเทศอังกฤษ "Secrets of the Superbrands" ได้เผยผลการทดลองโดยนำผู้ชื่นชอบในสินค้าของ Apple มาทำการศึกษาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองทำการสแกน MRI พบว่าสมองส่วนที่ทำให้ผู้ชื่นชอบสินค้า Apple นั้นเป็นส่วนของสมองส่วนเดียวกันกับที่มนุษย์ใช้ในการเลื่อมใส ศรัทธาในศาสนา

การศึกษาทดลองดังกล่าวให้ข้อสรุปว่าเบื้องหลังความสำเร็จของ Apple ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ตัวแบรนด์สินค้ามีศักยภาพสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนมีความอยากได้หรือยกย่องในระดับสูงกว่าปกตินั่นเอง เนื้อหาในรายการดังกล่าวยังพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ที่เข้าถึงจิตใจคนอย่าง Facebook หรือ Nokia อีกด้วย

ที่มา: PC Magazine

บ้านติดลูกโป่งลอยฟ้าแบบใน Up เป็นจริงแล้ว

ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Up ของค่าย Pixar ฉากหนึ่งที่เป็นที่จดจำคือการเอาลูกโป่งจำนวนมหาศาลไปผูกติดกับหลังคาบ้านจนมันบินลอยฟ้าสำเร็จ มาวันนี้เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่ในภาพยนตร์แล้ว แต่เกิดขึ้นจริง

ช่องสารคดี National Geographic ได้ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ใหม่ชื่อว่า How Hard Can it Be? โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งเป็นการทดลองทำบ้านลอยฟ้าด้วยลูกโป่งแบบในภาพยนตร์ โดยความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญการควบคุมบอลลูน ทำให้บ้านขนาดพื้นที่ 16x16 ตารางฟุต และสูง 18 ฟุตสามารถลอยขึ้นฟ้าได้สำเร็จด้วยลูกโป่ง 300 ใบ

Syndicate content