มาช่วยกัน Spread Jusci ดีกว่า

ผมเห็นหลายคนที่อยากให้เว็บวิทยาศาสตร์บ้านเราเกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งกันเสียทีนะครับ ที่ผ่านมา Jusci เองก็คงยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรเราก็อยากให้มีพื้นที่ๆ ที่ไว้คุยข่าววิทยาศาตร์ที่สนุกบ้าง และจริงจังบ้างโดยมีคนร่วมมากขึ้นในอนาคต

Stephen Hawking ฟันธง "พระเจ้าไม่ได้สร้างสรรพสิ่ง"

ผู้อ่าน Jusci น่าจะรู้จัก Stephen Hawking ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษชื่อดัง เจ้าของหนังสือ "ประวัติย่อของกาลเวลา" (A Brief History of Time) กันหมดนะครับ

Hawking นั้นเป็นเหมือนนักฟิสิกส์ส่วนใหญ่ คือไม่เชื่อในทฤษฎีพระเจ้าสร้างโลก (หรือจักรวาล) เขาเคยพูดไว้ว่า "พระเจ้าเข้ากันไม่ได้กับวิทยาศาสตร์" แต่ล่าสุด Hawking ออกหนังสือเล่มใหม่ชื่อ The Grand Design และในหนังสือเล่มนี้ เขาฟันธงตรงๆ ว่าพระเจ้าไม่ได้สร้างจักรวาล การเกิดบิ๊กแบงนั้นเป็นผลมาจากกฎทางฟิสิกส์ล้วนๆ

Hawking ให้เหตุผลว่าการค้นพบดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลอื่นๆ ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของโลกนั้นลดลงไป ซึ่งอาจมองได้ว่าโลกไม่ได้ "ถูกสร้าง" ขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์อาศัย ทุกอย่างเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และจักรวาลเกิดขึ้นมาจากกฎทางฟิสิกส์ เช่น แรงโน้มถ่วง

หนังสือเล่มนี้จะวางขายวันที่ 9 กันยายน โดย Hawking เขียนร่วมกับนักฟิสิกส์อีกคนชื่อ Leonard Mlodinow อีกสักพักคงมีเวอร์ชันแปลไทยออกมาให้เราอ่านกัน

ที่มา - BBC

นักวิทยาศาสตร์อาจพิสูจน์ได้แล้วว่า String Theory มีจริง

เพื่อสานต่อความฝันของไอน์สไตน์ เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ทฤษฎีสตริงทำท่าว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำหน้าที่อธิบายถึง "ทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง" แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เหตุเพราะเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะทำการทดสอบมิติทั้งหมด "11 มิติ" ให้เห็นได้จริงนั่นเอง

ด้วยความบังเอิญ, ขณะนั่งฟังเพื่อนร่วมงานบรรยายเรื่องสมการของความพัวพันเชิงควอนตัม ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งรู้สึกคุ้นเคยกับสมการที่ว่านี้เป็นอย่างยิ่ง และได้กลับไปค้นดูงานวิจัยของตัวเองที่บ้าน จนในที่สุดก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าสมการนั้นเหมือนกับที่ตัวเองเคยคิดไว้หลายปีก่อน แต่เป็นสมการที่ใช้ทฤษฎีสตริงมาอธิบายคุณลักษณะของ "หลุมดำ"

เมื่อเป็นเช่นนี้ หากสมการเหมือนกันจริง จะทำให้ทฤษฎีสตริงถูกนำมาใช้คาดคะเนผลลัพท์ของความพัวพันเชิงควอนตัมได้ และในเมื่อการคาดคะเนพฤติกรรมของอนุภาคพัวพันสามารถทดลองได้ในห้องแล็ป นั่นหมายถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์จะสามารถ "ทดสอบ" บางส่วนของทฤษฎีสตริงได้จากการทดลอง โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Letters แล้ว

ที่มา:

ความชื้น - ก้าวแรกสู่พลังงานไฟฟ้าชนิดใหม่

ศาสตราจารย์เฟอร์นันโด เกเลมเบ็ค และทีมนักวิจัยแห่ง University of Campinas ประเทศบราซิล ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบต้นตอที่แท้จริงของกระบวนการเกิด “ฟ้าผ่า” ในชั้นบรรยากาศ หลังจากเป็นปัญหาคลุมเครือให้นักวิทยาศาสตร์ขบคิดมากว่า 200 ปี จากการทดลองพิสูจน์ได้ว่าน้ำในชั้นบรรยากาศนั่นเองที่สามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าและส่งผ่านพลังงานไปยังวัตถุอื่นที่เข้ามาใกล้ โดยจะพบประจุลบสะสมในกลุ่มอนุภาคซิลิกา เมื่ออยู่ในสภาพอากาศจำลองที่มีความชื้นสูง ในขณะที่ได้ผลลัพท์เป็นประจุบวกเมื่อใช้อนุภาคของอลูมิเนียมฟอสเฟต

จากการศึกษากระบวนการของการเกิด “สายฟ้า” นี้เอง จึงเป็นที่มาของ “พลังงานไฟฟ้าความชื้น” (humidity electricity) โดยเฟอร์นันโดกับพวกได้บัญญัติชื่อพลังงานชนิดนี้ว่า hygroelectricity

ต่อไปในอนาคตนอกจากจะมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว เราอาจจะมี “แผงเซลล์ความชื้น” ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ใช้งานได้ดีในที่ที่มีแดดจ้า แผงเซลล์ความชื้นก็คงใช้งานได้ดีในภูมิภาคที่อากาศมีความชื้นสูงนั่นเอง นอกจากนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เฟอร์นันโดยังเสนอไอเดียเกี่ยวกับการใช้วิธีทำนองเดียวกันนี้ดูดพลังงานไฟฟ้าออกมาจากอากาศก่อนที่จะเกิดฟ้าผ่าอีกด้วย

ที่มา:

เมือง Cleveland เตรียมติด RFID ให้ถังขยะเพื่อตรวจสอบการทิ้งขยะผิดประเภท

แม้หลายประเทศจะมีการแยกขยะเพื่อจะนำขยะที่รีไซเคิลได้กลับมาใช้ใหม่ แต่ทุกประเทศก็มีปัญหาเหมือนๆ กันคือคนทิ้งขยะนั้นไม่รักษาวินัยในการแยกขยะให้ถูกต้อง แต่เมือง Cleveland ก็ได้เลือกที่จะใช้ RFID เข้ามาตรวจสอบว่าถังขยะถังใดทิ้งอย่างไม่ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบปรับต่อไป

ถังขยะที่มีบ้านเป็นผู้รับผิดชอบจะถูกบันทึกข้อมูลการทิ้งขยะไว้ด้วยรถเก็บขยะอัตโนมัติ หากถังขยะถังใดมีขยะทีรีไซเคิลได้เกินร้อยละ 10 เจ้าของบ้านผู้รับผิดชอบจะถูกปรับ 100 ดอลลาร์

นอกจากการแยกขยะแล้วยังมีเรื่องของปริมาณขยะ ที่บ้านที่มีขยะมากเกินกำหนดจะถูกปรับเช่นกัน

ทางเมืองจะค่อยๆ ติดตั้ง RFID ในถังขยะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 25,000 หลังคาเรือนเพื่อให้ครอบคลุมบ้านทั้งหมด 150,00 หลัง พร้อมกับเพิ่มจำนวนรถขยะอัตโนมัติที่มีอยู่แล้ว 3 คัน

ที่มา - Cleveland.com

อยากอาบแดดแต่กลัวผิวเสีย? กินอาหารให้ถูกต้องสิ

เวลาเราออกไปเที่ยวทะเลแต่ละครั้งหากเรากลัวผิวเสียแล้วสิ่งที่เราลืมไม่ได้คงเป็นครีมกันแดด SPF สูงๆ สักหลอด แต่งานวิจัยล่าสุดโดย ดร. Shapira และศาสตราจารย์ Bodo Kuklinski จากมหาวิทยาลัย Rostock ก็แสดงให้เห็นว่าการกินนั้นมีผลต่อการปกป้องร่างกายเราจากแสงแดดไม่ต่างกัน

ทีมวิจัยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งทานอาหารที่มีสาร antioxidant ในปริมาณสูง อีกกลุ่มหนึ่งทานน้ำอัดลมตามปรกติ ช่วงเวลาสองสัปดาห์ผ่านไปกลุ่มทดลองได้รับปริมาณแสงอาทิตย์วันละห้าถึงหกชั่วโมงเท่าๆ กัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับสาร antioxidant สูงนั้น มีการสร้างชั้นป้องกันบนผิวหนังช่วยลดการเกิดผื่นแดง (skin erythema) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในเขตที่มีอากาศร้อนชื้นนั้นเป็นการยากที่ครีมกันแดดจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกินอาหารที่มี antioxidant โดยเฉพาะกลุ่ม carotenoid ได้แก่ผักผลไม้ที่มีสีแดงเช่นมะเชือเทศ, แตงโม, แครอท หรือส้ม ก็สามารถช่วยได้อีกทางอย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยไม่ระบุว่ากัน "ผิวคล้ำ" หรือไม่

ที่มา - PhysOrg

Bill Gates on Energy

หลังจากบิล เกตส์ เกษียณตัวเองจากไมโครซอฟท์ไปทำงานการกุศล ภาพที่ออกมา เรามักเห็นเขาไปทำเรื่องสุขภาพ วัคซีน และการศึกษาเสียมาก แต่เมื่อบิล เกตส์มาพูดเรื่องพลังงาน เขาก็ทำได้ดีเหมือนกัน

บิล เกตส์ ขึ้นพูดที่งาน TED 2010 โดยประเด็นของเขาคือการปล่อย CO2 ให้น้อยที่สุด เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากอุณหภูมิโลก แนวทางของเกตส์คือลดการปล่อย CO2 ต่อหน่วยพลังงานที่เราใช้ ซึ่งก็สะท้อนว่าต้องเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด

เทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่เกตส์สนใจ และคาดว่ามันจะทำให้เป็นจริงได้คือ การกักเก็บคาร์บอน, พลังนิวเคลียร์, แสงอาทิตย์ และลม ซึ่งเขาพูดรายละเอียดของพลังงานชนิดต่างๆ ว่ามีปัญหาหรือจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร

วิดีโอความยาวประมาณ 20 นาทีกว่าๆ เหมาะสำหรับดูเพื่อตามให้ทันว่าโลกพลังงานเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้างแล้วครับ (มีซับอังกฤษด้วยนะ)

ที่มา - TED Talk

พลังงานแสงอาทิตย์ในสหรัฐฯ ถูกกว่าพลังงานนิวเคลียร์แล้ว

รายงานหัวข้อ "Solar and Nuclear Costs — The Historic Crossover" โดย ศาสตราจารย์ John O. Blackburn จากมหาวิทยาลัย Duke และ Sam Cunningham นักศึกษาของเขาได้รายงานถึงต้นทุนที่สวนทางกันระหว่างพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานแสงอาทิตย์มีต้นทุนต่ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือ 16 เซนต์ต่อ kWh ขณะที่นิวเคลียร์นั้นเมื่อรวมต้นทุนด้านการควบคุมดูแลเข้าไปแล้ว ในตอนนี้มันมีค่าใช้จ่ายต่อเตาปฎิกรณ์สูงถึงหมื่นล้านดอลลาร์

รายงานฉบับนี้เป็นการศึกษาจากเขต North Carolina ซึ่งแสงอาทิตย์ไม่ได้เข้มข้นที่สุดในสหรัฐ (รัฐที่มีทะเลทรายเยอะๆ จะได้เปรียบกว่านี้) และยังคำนวณต้นทุนจากการผลิตไฟฟ้าแบบ PV หรือการใช้โซลาร์เซลล์เท่านั้น ไม่ได้รวมเอา concentrating solar power (CSP) ที่ใช้กระจกรวมแสงมาต้มน้ำซึ่งน่าจะมีต้นทุนที่ถูกกว่า เพราะใช้เทคโนโลยีต่ำกว่า

อย่างไรก็ตามรายงานฉบับนี้คิดราคาหลังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐแล้ว หากเป็นราคาต้นทุนที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุน กว่าต้นทุนของพลังงานแสงอาทิตย์จะต่ำกว่านิวเคลียร์ได้ก็อีกประมาณ 9 ปีข้างหน้า

ที่มา - The Energy Collective

โครงการอวกาศล่าสุดของกลาโหมสหรัฐฯ : เก็บกวาดขยะออกจากวงโคจร

in

นอกจากขยะตามเมืองใหญ่ที่กองสุมกันจนเป็นปัญหาทุกวันนี้แล้ว ปัญหาขยะอวกาศกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่วงการสื่อสารต้องกุมขบับ เมื่อชิ้นส่วนเล็กๆ จากซากยานอวกาศตลอดเจนของเสียจากยานอวกาศจำนวนมากกำลังล่องลอยเบียดบังวงโคจรดาวเทียมไปเรื่อยๆ โครงการ Electrodynamic Debris Eliminator (EDDE) จากบริษัท Star Inc. ได้เสนอตัวเข้ามาเก็บกวาดขยะเหล่านี้ออกจากวงโคจร

โครงการนี้จะใช้ตาข่ายจำนวน 200 ชุดจากยาน EDDE 12 ลำ ชุดเก็บกวาดซากขยะอวกาศในชั้น LEO ที่มีขยะขนาดเกิน 2 กิโลกรัมลอยอยู่ถึง 2,465 ชิ้น โครงการกินระยะเวลารวมถึง 7 ปี

หลังจากเก็บซากเหล่านี้แล้ว เราอาจจะทำลายซากด้วยการปล่อยให้ยาน EDDE ตกลงสู่ทะเล หรือไม่หากมีใครต้องการวัสดุเหลือใช้ในอวกาศ ก็อาจจะให้ยาน EDDE ไปส่งได้ เพราะแต่ละลำจะมีโลหะที่ขนส่งขึ้นไปได้ยากอยู่นับร้อยกิโลกรัม

ที่มา - PC World

Superbug NDM-1 คร่าชีวิตคนเป็นคนแรกแล้ว

มีรายงานอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลในบรัสเซลถึงการเสียชีวิตของชายชาวเบลเยี่ยมผู้ได้รับเชื้อแบคทีเรีย NDM-1 (New Delhi metallo-beta-lactamase) ขณะรับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปากีสถาน ซึ่งนับเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกที่เสียชีวิตจากยีนดื้อยา "superbug" ยีนกลายพันธุ์ที่ถูกพบครั้งแรกในอินเดียจากผู้ป่วยชาวสวีเดนและนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากำลังแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ยังไม่มีทางรักษาใดๆ

ที่มา - AFP, RFI

Syndicate content