นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกร่วมลงชื่อบอยคอต Elsevier (...เมื่อมหากาพย์ SOPA ลามถึงวงการวิทยาศาสตร์)

เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่บริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจจัดพิมพ์วารสารวิชาการ (หรือที่เรียกกันว่า "publisher") ถูกตราหน้าจากนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นพวก "หน้าเลือด" เพราะวารสารวิชาการส่วนใหญ่มีราคาแพงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะห้องสมุดของมหาวิทยาลัยบอกรับไว้ (subscribe) หรือเป็นทายาทมหาเศรษฐี เหล่านักวิทยาศาสตร์ไส้แห้งทั้งหลายไม่ต้องหวังเลยว่าจะหาบทความวิจัยจากวารสารดังๆ มาอ่านได้ ทั้งที่ค่าดำเนินการและต้นทุนของบริษัทเหล่านี้ (ถูกมองจากสายตานักวิทยาศาสตร์ว่า) ไม่ได้สูงมาก นักวิทยาศาสตร์ส่งบทความตีพิมพ์ก็ต้องจ่ายเงินให้บริษัท ค่าตอบแทนให้คนรีวิวกับคนที่มาเขียนบรรณาธิการก็ไม่ได้แพงเว่อร์ นักวิทยาศาสตร์บางคนยินดีรีวิวให้วารสารโดยไม่รับค่าตอบแทนด้วยซ้ำเพราะจะได้มีผลงานไว้ประดับประวัติตัวเอง

Elsevier คือหนึ่งในบริษัทที่ถูกนักวิทยาศาสตร์เกลียดมากที่สุด เพราะนอกจาก Elsevier จะขายของแพงแล้ว บริษัทนี้ยังมีคดีอีกเยอะแยะ เช่น กรณีในปี 2009 Elsevier Australia ทำวารสารวิชาการปลอมเพื่อเป็นโฆษณาแฝงให้กับบริษัทยา (อ่านเรื่องเต็มๆ ได้จาก The Guardian) หรือ กรณีที่ไปแบนไม่รับตีพิมพ์งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยของอิหร่าน 2 มหาวิทยาลัยจนโดนมหาวิทยาลัยอิหร่านแบนคืน คือ ไม่ขอส่งงานเข้าตีพิมพ์และไม่ซื้อวารสารจาก Elsevier (กรณีหลังนี่ต้องมองหลายมุม เพราะส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการต่อต้านโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านด้วย สองมหาวิทยาลัยที่โดนแบนก็มีประวัติรับงานจากรัฐบาลอิหร่าน อ่านเรื่องเต็มๆ ได้จาก IBNA และ บล็อกของ ดร. Fredun Hojabri)

Apogee of Fear ภาพยนตร์ไซไฟเรื่องแรกที่ "ถ่ายทำในอวกาศ"

Richard Garriott เป็นผู้สร้างวิดีโอเกมชื่อดังชาวอังกฤษ ผลงานที่สำคัญของเขาคือเกมตระกูล Ultima ทั้งหมด และตัวตนของเขาก็ถูกถ่ายทอดลงไปในตัวละครชื่อ Lord British ภายในเกมทุกภาคด้วย

นอกจากทำเกมแล้ว Garriott ยังสนใจเรื่องอวกาศอยู่มาก (พ่อของเขาเป็นนักบินอวกาศด้วย) และหลังจากเขาขายบริษัท Origin ให้กับ EA ในปี 1992 เขาก็รวยพอที่จะมีเงินไปเที่ยวอวกาศ และความฝันของเขาก็เป็นจริงในปี 2008 โดยแวะไปเยือนสถานีอวกาศนานาชาติอยู่ช่วงหนึ่ง

Garriott ไปลองทำโน่นทำนี่มากมายบนสถานีอวกาศนานาชาติ และที่น่าจับตาคือ เขาไป "ถ่ายหนังสั้นไซไฟ" บนสถานีอวกาศนานาชาติด้วย

ภาพยนตร์ของ Garriott มีชื่อว่า Apogee of Fear (จุดไกลสุดของความกลัว) โดยเขาถ่ายฟุตเตจของหนังบนสถานีอวกาศ และเมื่อกลับลงมาที่โลก ก็ถ่ายฉากอื่นๆ และใส่เอฟเฟ็คต์เพิ่มเข้าไป

การถูกเมินเฉยแม้จากคนแปลกหน้าก็ทำให้รู้สึกแย่ได้

เป็นเรื่องที่ทราบกันในทางจิตวิทยาว่าเมื่อคนเราได้รับการยอมรับจากคนอื่น เราจะรู้สึกดีมีความสุข ขณะที่เมื่อเราถูกปฏิบัติอย่างเมินเฉยจากคนรอบข้าง ความรู้สึกแย่ๆ จะก่อตัวขึ้น ทีมวิจัยที่นำโดย Eric D. Wesselmann แห่ง Purdue University พบว่าความรู้สึกแย่จากการถูกเมินเฉยนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมาก แม้จะเป็นการเมินเฉยจากคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตากันมาก่อนก็ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากสังคมได้แล้ว

การทดลองเริ่มจากนักวิจัยเดินไปบนทางเดินที่มีผู้คนพลุกพล่าน ระหว่างเดินก็เล็งเลือกคนที่เดินอยู่เพื่อใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง นักวิจัยจะแกล้งทำเป็นสบตา หรือ สบตาแล้วยิ้ม หรือ แกล้งทำเป็นมองผ่านกลุ่มตัวอย่างคนนั้นไป เมื่อกลุ่มตัวอย่างเดินผ่านคล้อยหลังไป นักวิจัยก็จะแอบหันกลับมาส่งสัญญาณให้นักวิจัยอีกคนออกมา จัดการเหยื่อ ดักถามคำถามว่าเมื่อนาทีที่แล้วกลุ่มตัวอย่างรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากคนอื่นหรือไม่

ผลปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างที่โดนสบตา (ไม่ว่าจะถูกยิ้มให้หรือแค่สบตาเฉยๆ) มีความรู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นน้อยกว่ากลุ่มตัวอย่างที่โดนมองผ่านเลยไป

ผลจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการในการเข้าสังคมของมนุษย์นั้นรุนแรงมาก แค่การถูกเมินเฉยจากคนแปลกหน้ายังมีอิทธิพลได้ขนาดนี้ แล้วถ้าโดนคนใกล้ชิดทำราวกับว่าเราเป็นแค่อากาศ มันจะปวดร้าวขนาดไหน คิดดูสิ
(พอๆ แค่นี้ดีกว่า พูดมากเดี๋ยวผมจะโดนนินทาหาว่ามีเรื่องฝังใจอะไรหรือเปล่า)

ที่มา - APS

นักวิทยาศาสตร์ค้านแบคทีเรียกินสารหนูไม่มีจริง

เชื่อว่าผู้อ่านในที่นี้คงจะดูหนังไซ-ไฟที่กล่าวถึงเอเลี่ยนกันมาบ้าง ในสภาวะที่บรรยากาศแตกต่างไปจากโลกของเรา เอเลี่ยนที่เราจินตนาการถึงมักจะมีวิวัฒนาการแตกต่างไปจากเราที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานจากไฮโดรคาร์บอน เช่น มีซัลเฟอร์เป็นพื้นฐานจากเรื่อง STAR GATE

ในขณะที่นักเขียนก็จินตนาการกันอย่างแซ่บเวอร์ไปนั้น ฟากฝั่งนักวิทยาศาสตร์เองก็กำลังค้นคว้าหาความเป็นไปได้อย่างมืดสิบห้าด้าน

คงต้องยกเว้นไว้ด้านหนึ่งเพราะนอกจากไฮโดรเจน และคาร์บอนแล้ว ฟอสฟอรัสยังเป็นอีกธาตุหนึ่งที่จำเป็นต่อชีวิตอีกด้วย ซึ่งก็รู้กันมานานแล้ว

แต่แล้วเมื่อปี 2010 ประชาคมทางวิทยาศาสตร์ก็ต้องตะลึงกับการค้นพบแบคทีเรียนามว่า GFAJ-1 ที่สามารถใช้ธาตุอาร์ซีนิก (As) แทนที่ธาตุฟอสฟอรัสใน DNA ข่าวเก่า - นักวิทยาศาสตร์ NASA เจอแบคทีเรียที่กินสารหนูเป็นอาหาร

ไม่ตะลึงได้อย่างไรก็เป็นที่ทราบกันดีกว่า ธาตุอาร์ซีนิค หรือ คนไทยรู้จักกันดีในนามว่า สารหนู นั้น ถือว่าเป็นธาตุที่เป็นพิษต่อสิง่มีชีวิตส่วนใหญ่ในโลกนี้ คนไทยก็เลยหัวใสเอาไปให้อีหนูกันบ่อยๆ

คนมีอำนาจจะรู้สึกว่าตัวเองสูงขึ้น

นักวิจัยสองคน คือ Jack A. Goncalo แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์และ Michelle M. Duguid แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้ทำการทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจกับความรู้สึกถึงความสูงของร่างกาย

พวกเขาออกแบบการทดลองขึ้นมา 3 ชุดโดยที่กลุ่มตัวอย่างจะถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจมากขึ้นหรือน้อยลงตามสถานการณ์ เช่น ในการทดลองหนึ่ง กลุ่มตัวอย่างจะจับคู่กันและทำแบบทดสอบวัดความเป็นผู้นำ นักวิจัยจะแกล้งบอกว่าคนใดคนหนึ่งได้คะแนนดีกว่าและจะได้รับบทเป็นหัวหน้า ส่วนอีกคนเป็นลูกน้อง ทั้งที่ความจริงบทหัวหน้า-ลูกน้องนี้นักวิจัยสุ่มเลือกเอา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคะแนนเลย เป็นต้น จากนั้นก็จะให้กลุ่มตัวอย่างแต่ละคนกรอกแบบสอบถามที่เกี่ยวกับรูปร่างร่างกายของตัวเอง เช่น ความสูง สีผม สีนัยน์ตา ฯลฯ

ผลจากการทดลองทั้งหมดสอดคล้องกันว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้อำนาจสูงขึ้น (หรือรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ) กรอกความสูงของตัวเองในแบบสอบถามมากกว่าความเป็นจริง ส่วนคนที่ไม่ได้อำนาจอะไรเพิ่มกรอกตอบความสูงของตัวเองตรงกับความจริงหรือคลาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อย

งานวิจัยนี้อาจเป็นคำใบ้ได้ว่าทำไมคนเราถึงอยากเกิดมาตัวสูงกันนัก บางคนสูงแล้วก็ยังใส่รองเท้าส้นสูงเพิ่มความสูงเข้าไปอีก หรือคนที่มีตำแหน่งสูงๆ ก็อยากได้ห้องทำงานบนชั้นสูงๆ ของตึก

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science หากอยากอ่านฉบับเต็มสามารถดาวน์โหลดได้จาก http://digitalcommons.ilr.cornell.edu/articles/456/

ที่มา - APS

มิน่า ทุกวันนี้ผมถึงรู้สึกว่าตัวเองเตี้ยลงๆ

นักเคมีสร้างสบู่แม่เหล็กได้เป็นครั้งแรก

เมื่อก่อนนักเคมีเคยคิดว่าจะลองเอาอะตอมของธาตุเหล็ก (Fe) ใส่เข้าไปในโมเลกุลของสบู่เพื่อสร้างสบู่ที่สามารถใช้แม่เหล็กควบคุมได้ แต่หลายคนก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่าคงไม่ได้ผล เพราะอะตอมของเหล็กคงจะกระจายตัวห่างกันเกินกว่าที่จะตอบสนองกับสนามแม่เหล็กได้แรงพอ

แต่ล่าสุดทีมวิจัยที่นำโดย Julian Eastoe แห่ง University of Bristol ได้สังเคราะห์สบู่แม่เหล็กขึ้นมาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก (อย่านึกว่าเป็นสบู่ก้อนๆ ยัดลูกเหล็กลงไปนะครับ ความจริงสบู่ก็คือสารลดแรงตึงผิวที่มี "หัว" เป็นด้านที่ชอบน้ำ และ "หาง" เป็นด้านที่ไม่ชอบน้ำ พอเราเทสบู่ลงน้ำ หางที่ไม่ชอบน้ำก็จะจับกับไขมันและเอาด้านหัวที่ชอบน้ำหันออกจับกับน้ำ เกิดเป็นโครงสร้างกลมๆ ที่เรียกว่า micelle)

สบู่แม่เหล็กนี้เกิดจากการนำเอาธาตุเหล็กเข้าไปร่วมทำปฏิกิริยากระบวนการเกิดสบู่จนสบู่ที่ได้มีเหล็กเป็นส่วนประกอบอยู่ในโมเลกุล นักวิจัยทดสอบเอาสบู่แม่เหล็กที่สังเคราะห์ได้ไปเทใส่ในหลอดทดลองที่มีน้ำกับน้ำมันผสมกัน ผลปรากฏว่าเมื่อเอาแม่เหล็กไปจี้ สบู่ที่ล่องลอยอยู่ในหลอดทดลองก็ถูกแม่เหล็กดูดขึ้นมาได้

สาหร่ายทะเลอาจจะเป็นแหล่งพลังงานทดแทนแหล่งใหม่

การค้นหาแหล่งพลังงานทดแทนยังคงเดินหน้าไปต่อเนือง จากที่ในวันนี้ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มโดยรวมอยู่ในขาขึ้น งานนี้ Yasuo Yoshikuni ผู้ก่อตั้งบริษัท Bio Architecture Lab, Inc. และนักวิจัยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน นำเสนอผลงานการแปลงสาหร่ายทะเลเป็นเอธานอลได้สำเร็จ

กระบวนการแปลนี้ใช้แบคทีเรีย E. coli ที่ผ่านการแปลงพันธุกรรมมาย่อยสาหร่าย พบว่าให้ประสิทธิภาพการแปลงสาหร่ายเป็นเอธานอลได้ถึง 80% ของประสิทธิภาพทางทฤษฏี โดยกระบวนการสามารถทำได้ที่อุณภูมิ 25-30 องศาเซลเซียสเท่านั้น แสดงว่ากระบวนการไม่ต้องการความร้อนเพิ่มเติมใดๆ

ข้อดีของสาหร่ายทะเลคือมันโตในทะเลและใช้น้ำเค็ม ดังนั้นจึงขจัดปัญหาเรื่องเนื้อที่เพาะปลูกอาหาร และน้ำจืดสำหรับการบริโภคไปได้อย่างสมบูรณ์ โดยเพียงแค่น้ำในน่านน้ำของประเทศติดทะเลต่างๆ ก็สามารถนำไปปลูกสาหร่ายเพื่อนำพลังงานมาใช้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่รวมถึงน่านน้ำสากลที่ยังมีอีกมากมาย

กระบวนการผลิตจริงยังต้องคิดอีกหลายเรื่อง เช่นผลของการย่อยของแบคทีเรียจะได้เอธานอล 4.7% ซึ่งต้องมาผ่านกระบวนการอื่นๆ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงต่อไป

งานวิจัยได้รับตีพิมพ์ลงวารสาร Science เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ที่มา - Scicentific American, Science

สหภาพยุโรปออกข้อบังคับร้านค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต้องรับขยะคืน

การกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัญหาสำคัญสำหรับประเทศที่ใช้สินค้าเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ (และเปลี่ยนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ) แม้อุปกรณ์หลายอย่างสามารถรีไซเคิลได้แต่กระบวนการจัดเก็บก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง และหากทิ้งไม่ถูกต้องก็อาจจะทำให้มีสารเป็นพิษในสิ่งแวดล้อม ทางสหภาพยุโรปจึงออกกฏการรับขยะคืน

กฏหมายใหม่ของสหภาพยุโรปจะบังคับให้ร้านค่าที่มีพื้นที่ขายเกิน 400 ตารางเมตร จะต้องรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กคืนจากลูกค้าที่เดินทางมายังร้าน โดยไม่ต้องซื้อสินค้าใหม่แต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้หลายแบรนด์ก็มีบริการรับสินค้าคืนอยู่แล้ว แต่เป็นไปในลักษณะของการรับคืนเมื่อมีการซื้อเครื่องใหม่เท่านั้น

สหภาพยุโรปหวังตั้งเป้าว่าจะเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์กลับมาจัดการอย่างถูกต้องให้ได้ถึง 85% จากที่ตอนนี้เก็บได้เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น

ที่มา - PC World

ชีวิตเกิดในทะเลหรือในน้ำจืด?

หนึ่งในคำถามทางชีววิทยาที่สะกิดติ่งหัวใจนักชีววิทยามากที่สุด คือ คำถาม "ชีวิตกำเนิดมาได้อย่างไร?" ฟังดูแล้วมันเป็นคำถามพื้นฐานที่ชีววิทยาควรรู้คำตอบก่อนที่จะมีวิชาชีววิทยาด้วยซ้ำ (จะเรียนเกี่ยวกับชีวิตไปทำไม ถ้าไม่รู้ว่ามันเกิดมาได้อย่างไร) แต่คำตอบที่คุณจะได้จากนักชีววิทยาในทุกวันนี้ก็คือ "เรา(ยัง)ไม่รู้"

เอาแค่ว่าจุดกำเนิดของชีวิตเกิดที่ไหนก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เลย ปัจจุบันนักชีววิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่าชีวิตจะต้องกำเนิดในทะเลหรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือ "มหาสมุทร" เพราะเมื่อประมาณ 4 พันล้านปีที่แล้วพื้นน้ำทั่วทั้งโลกเชื่อมต่อถึงกันหมดเป็นมหาสมุทรขนาดยักษ์

กบจิ๋วสปีชีส์ใหม่แห่งปาปัวนิวกินี: ทำลายสถิติกบและสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เล็กที่สุดในโลก

ทีมวิจัยที่นำโดย Chris Austin แห่ง Louisiana State University in Baton ได้รายงานค้นพบกบสปีชีส์ใหม่ 2 สปีชีส์บนเกาะปาปัวนิวกินี หนึ่งในสองสปีชีส์นี้มีความยาวลำตัวเพียง 7.7 มม. ทำลายสถิติสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เล็กที่สุดในโลก

Paedophryne amanuensis คือชื่อของกบที่เล็กที่สุดในโลกตัวใหม่ (ชื่อ amanuensis ตั้งตามชื่อหมู่บ้าน Amau สถานที่ค้นพบ) การค้นพบมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องอาศัยฟังเสียงร้องแล้วเดาเอาว่ามันอยู่ตรงไหน เสียงของ P. amanuensis ออกไปทางคล้ายๆ เสียงแมลง นักวิจัยสุ่มเก็บกองซากใบไม้ในพื้นที่บริเวณนั้นใส่ถุงพลาสติกกลับมาเอามาส่องที่ที่พักอยู่หลายรอบ จนในที่สุด ในรอบที่ห้าพวกเขาก็เจอกบ P. amanuensis กระโดดออกมาจากถุงพลาสติกถุงหนึ่ง

ขนาด 7.7 มม. ของ P. amanuensis เฉือนเอาชนะแชมป์เก่าของกบที่เล็กที่สุดในโลก Paedophryne dekot และ Paedophryne verrucosa (ยาวประมาณ 8-9 มม. พบในปาปัวนิวกินีเช่นเดียวกัน รายงานการค้นพบเมื่อปลายปี 2011) เพียงปลายจมูก และเมื่อยิ่งเทียบกับแชมป์เก่าของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เล็กที่สุดในโลก คือ ปลา Paedocypris progenetica (ยาวประมาณ 7.9 มม. พบที่เกาะสุมาตรา) ก็จะยิ่งเห็นว่าตำแหน่งสัตว์ตัวเล็กที่สุดในโลกนี่แข่งขันกันระดับหายใจรดต้นคอเลย

Syndicate content